หนังสือเล่มใด หน้าขาดหาย เรียงหน้าสับสน โปรดส่งไปเปลี่ยนเล่มใหม่
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > ห้องสนทนา : (ห้อง) โต๊ะต้นฉบับ > กระทู้
 
 
         
    กระทู้    
         
  จั่งซี่มันต้องถอน    
       
  เด็กน้อยผู้หนึ่งมักจะหงุดหงิดขี้โมโห มุทะลุ วู่วาม ก้าวร้าวอยู่เสมอ 
จนวันหนึ่งเขาอยากแก้ไข จึงเข้าไปขอให้พ่อช่วยหาวิธีแก้ไขให้เขา
พ่อของเขาจึงมอบตะปูแก่เขามาหนึ่งถุง และบอกว่า
"ทุกครั้งที่โกรธใคร ให้ตอกตะปู 1 ตัว เข้าที่รั้วหลังบ้าน"
 
วันแรกเด็กน้อยตอกตะปูเข้าที่รั้วได้ถึง 37 ตัว หมดแรงไปมากทีเดียว
เด็กน้อยจึงพยายามระงับอารมณ์มากขึ้น เพราะง่ายกว่าตอกตะปูตั้งเยอะ 
วันต่อๆ มาจำนวนตะปูที่ถูกตอกในแต่ละวันก็ลดลงไปเรื่อยๆ
แต่เขาก็ยังตอกตะปูอยู่ทุกวัน 
 
หลังจากที่เขาควบคุมอารมณ์โกรธได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้น จึงเข้าไปบอกพ่อว่า
"ผมระงับอารมณ์ได้แล้ว ไม่ได้ตอกตะปูอีกแล้ว"
พ่อยิ้ม และบอกลูกชายว่า "ถ้าอย่างนั้นพิสูจน์ให้ดูอีกทีซิ"
ต่อไปนี้ ทุกครั้งที่เจ้าระงับอารมณ์โกรธวู่วามได้ทีไร ก็จงไปถอนตะปูออกจากรั้วบ้าน 1 ตัว"
 
วันแล้ววันเล่าเด็กน้อยก็ได้ถอนตะปูออกทีละตัวสองตัวจนหมดเกลี้ยง
เขาดีใจมากรีบไปบอกพ่อว่า "ทำได้แล้ว"
พ่อไม่ตอบอะไร แต่พาลูกชายไปที่รั้วหลังบ้าน และบอกลูกชายว่า 
"เจ้าทำได้ดีมาก"
พ่อเสริมขึ้น "แต่เจ้าลองมองดูที่รั้วให้ดีก่อนนะ" 
หลังจากที่เจ้าลูกชายได้มองที่รั้วนั้นจนทั่วแล้ว พ่อก็พูดอีกว่า
"เห็นหรือไม่ว่าที่รั้วของเรานั้นมันไม่เหมือนเดิม มันมีแต่รูของตะปูเต็มไปหมด"
พ่อเสริมขึ้นอีกว่า "จำไว้นะลูกชาย 
เมื่อใดที่เจ้าทำอะไรโดยวู่วามไม่ยั้งคิด ไม่ยับยั้งอารมณ์ร้ายกาจของเจ้า 
ก็จะเกิดรอยแผลทุกๆ ครั้ง 
เหมือนกับเจ้าเอามีดคมๆ ไปบั่น ไปจ้วงแทงใครๆ 
ต่อให้เจ้าขอโทษสักกี่หนก็ไม่อาจลบรอยแผลหรือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้เลย"
.......
เปรียบกับสถานการณ์ปัจจุบันของไทยเรา การแสดงออกทางประชาธิปไตยของพวกเราทิ้งรอยอะไรไว้บ้าง?

สะใจกันดีถ้วนหน้าหรือยัง?

แล้วร่องรอยของตะปูที่เราตอกลงไปในใจของกันและกัน ของคนที่คิดต่างกัน ก่อเกิดความแตกแยกลุกลามบานปลายออกไปจนพรุนไปทั่วสังคมนั้น ไม่มีใครรู้ว่ามันจะจบลงอย่างไร

แต่ตราบใดที่พวกเรายังแข่งกันตอกตะปูลงที่รั้ว

ช่วยกันย้ำหัวตะปูไปเรื่อยๆ

โดยไม่มีใครยั้งมือ

และไม่มีใครห้ามใครเลยนั้น

รั้วบ้านของเราคงต้องพังลงสักวันแน่ๆ

 

ช่วยกันถอนตะปูนั้นซะบ้าง

ช่วยกันหยุดรอยแค้น

หยุดยั้งอารมณ์ร้ายกาจ

หยุดย้ำหัวตะปู

เพื่อความสงบร่มเย็นของลูกหลานตาดำๆ ที่มองพวกเราอยู่

 

อย่าเกี่ยงให้คนอื่นเริ่มก่อน แต่ขอให้เริ่มพร้อมๆ กัน

เพราะสถานการณ์รุนแรงได้ทำให้เรามึนงงหมดแล้วทั้งสังคม...

...อย่างนี้มันต้องถอน

พูดเป็นภาษาถิ่นอิสานก็ต้องว่า

จังซี่มันต้องถอน

   
       
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๔ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๓:๐๑ น. ]    
       
  แสดงความคิดเห็น | แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม | ส่งต่อให้เพื่อน | พิมพ์หน้านี้     
         
         

  ความคิดเห็นที่ ๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  เดล คาร์เนกี เล่าไว้ (ในหนังสือ "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" แปลโดย อาษา ขอจิตเมตต์) เป็นเรื่องนานมาแล้ว ขอย่อมาฝาก
บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งทำใบปลิวโฆษณาส่งไปยังสถานีวิทยุต่าง ๆ เพื่อให้สถานีเหล่านั้นว่าจ้างบริษัททำโฆษณาให้ 
เริ่มต้นก็บรรยายว่าบริษัทของตนมีความตั้งใจทำงานเป็นเลิศและชำนาญในด้านโฆษณามานาน จะขยายขอบเขตงานไปทั่วสหรัฐ จึงขอให้สถานีวิทยุเหล่านั้นเซ็นสัญญากับบริษัทเพื่อผลดีของสถานี(แต่ไม่บอกว่าผลดีอะไร) พร้อมทั้งแนบสรุปข้อดีของผลงานในอดีตมาต่างหาก
พวกเราคิดว่าถ้าเราเป็นสถานีวิทยุ เราจะสนใจไหมล่ะ ? 
ไม่มีทาง นั้นคือคำตอบ 
เหตุผล
ข้อ1 หยาบคายไม่ให้เกียรติ ทำเป็นใบปลิว ส่งไปทั่วเหมือนหว่านโปรยข้าวให้ไก่ :oops: 
ข้อ2 สนใจแต่ความดีความสำคัญของตัวเอง :evil: 
ข้อ3 เป็นถึงบริษัทโฆษณา แม้แต่โฆษณาขายให้ตัวเองยังไม่เข้าท่า  
ข้อ4 ไม่เห็นความสำคัญของลูกค้า บอกประโยชน์ของลูกค้าไว้หลังสุด แทบไม่อยากกล่าวถึง  

ดังนั้น จดหมายฉบับนั้นจึงไม่มีประโยชน์ และกลับเป็นที่รังเกียจของผู้รับอย่างยิ่งยวด

ความรู้สึกของคนที่ออกมาต่อต้านเหลือง หรือต่อต้านการปฏิวัติ หรือต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ ก็เช่นกันกับสถานีวิทยุมีต่อบริษัทโฆษณาในเรื่องข้างบน
พวกเขารู้สึกไม่มีความสำคัญนั้นยังไม่เท่าไร แม้จะเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องการ เป็นความต้องการที่ทำให้คนต่างจากสัตว์ (เดล คาร์เนกี ว่าไว้)
แต่ยิ่งกว่านั้น พวกเขารู้สึกถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม นั้นจึงทำให้เกิดความรุนแรง...แต่ใช่ว่าเสื้อแดงทุกคนจะรับรู้ หรือเห็นด้วยกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น...


ถ้าพวกเราเป็นบริษัทโฆษณาแห่งนั้น พวกเราจะทำยังไง ? 
ถ้าพวกเราเป็นรัฐบาลเราจะแก้ไขความเกลียดชังที่มีต่อรัฐบาลของผู้รับข่าวสารฝ่ายเสื้อแดง หรือฝ่ายต่อต้านยังไง ? 
และถ้า...ถ้าพวกเราเป็นพวกเสื้อแดงคุณจะรักคนที่ดูหมิ่นพวกเราละหรือ ? 


โปรดพิจารณา...ถ้ายังมีปัญญา และสติยังอยู่ครบ 

ขณะนี้เห็นว่ารัฐบาลกำลังทำงานแก้ไขปัญหาความไม่เข้าใจอันนี้อยู่
การขยันออกอากาศให้ข้อมูลที่ถูกต้อง มีหลักวิชาการ โดยบุคคลที่น่าเชื่อถือ
นับว่าน่ายินดี

ขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลทำสำเร็จ 
...แต่พวกเราประชาชนคนไทยจะไม่ช่วยรัฐบาลหรอกหรือ 
ความเกลียดชังไม่ได้แก้ปัญหา กลับก่อแต่ปัญหา ก็เห็นอยู่จากเหตุการณ์ล่าสุด 2-3 วันนี้

ความรัก เมตตา และการให้อภัย ทำความเข้าใจกัน 
...ไม่ง่ายหรอก... แต่คนเก่งเกิดจากการทำงานยากให้สำเร็จนะ
ทำได้นั่นแหละถึงจะช่วยถอน...
ช่วยถอนพิษร้ายของความรุนแรงให้บรรเทาเบาบางลง....
อย่างนี้มันต้องถอน...ขอยืนยัน.
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๕ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๐:๒๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  
ฟังเพลง "มันต้องถอน Version Red hot " ขยิบตา http://www.youtube.com/watch?v=qh2WNJfoucQ&feature=related
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๘ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๒:๑๕ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
 

การที่เราใช้วิธีตำหนิคน ด่าว่าเขารุนแรง ผลมันเป็นปฏิกิริยาผกผัน

ยิ่งรุนแรงมากไป เขาก็ตอบโต้ป้องกันตัวและยืนยันว่าเขาถูกหนักแน่นเข้าข้างตัวเองเข้าไปอีก 
...ก็เลย ยืดเยื้อ บานปลาย แบบที่เป็นอยู่ในสังคมสี ๆ ทุกวันนี้ (แต่สีพวกนี้ไม่อดทนเลย ไม่เห็นสีทนได้สักคน)
ถ้าจะให้คนเปลี่ยน ถ้าจะจูงใจให้เขาเห็นด้วยกับคุณ คุณด่าเข้าไปทุกวัน ๆ ไม่ได้ผลหรอก
เคยฟังเรื่อง โคนันทวิศาลไหม
หรือไม่ก็ลองไปหาอ่าน หนังสือ "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" ของเดล คาร์เนกี
ประธานาธิบดีลินคอล์นเมื่อเป็นประธานาธิบดียังไม่เคยตำหนิใครเลย ลองไปอ่านประวัติดูสิ ทำไมเขาทำได้
หรือ หาเรื่อง ของ ซุนหวู่ มาอ่านดูก็ได้....ตอนนี้ก็มีฉายทางโทรทัศน์อยู่ ลองไปดูบ้างก็ดี
แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม พวกเสื้อแดงถึงเป็นแบบนี้ 
และพวกเสื้อเหลืองเหมือนกันที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร คุณก็จะเข้าใจเช่นกัน  

พูดกันดี ๆ ดีที่สุด ...ขอยืนยัน ว่ามีวิธี...ถามนายกอภิสิทธิ์ ดูก็ได้ ท่านทำให้เห็นอยู่นี่ไง...เสียดายทีมงานของท่านเก่งน้อยไปหน่อย...

(อยากให้ อาจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา มาเป็นทีมงานให้นายกฯ อภิสิทธิ์ จังเลย)
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๖ เม.ย ๒๕๕๒  ๐๑:๓๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  ความ"อยากให้"ในวงเล็บ คงจะขัดกับความรู้สึกในใจของคนเยอะแยะเลยนะ  
     
  จากคุณ กุ๋มกุ่ย - [ ๑๖ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๘:๑๐ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
  
     
  ไม่เป็นไรค่ะ แต่ความรู้ระดับ ดอกเตอร์ ของท่านผู้นี้ จับใจฉันมากหลายคราวแล้ว (ก็ขอสงวนเป็นความต้องการส่วนตัวเท่านั้นละค่ะ) ทราบว่ามีคนแอนตี้ที่ความเป็นเพศที่ 3 ของท่านมานานแล้ว ท่านถึงไม่ได้เป็นคณบดีไงล่ะคะ  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๘ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๑:๒๓ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
  
     
  ขอแก้คำว่าแอนตี้ เป็น "กีดกัน" น่าจะดีกว่า  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๙ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๓:๑๕ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  อ่านมา
หิมะกลางฤดูร้อน โดย พระโชติกะ สนพ DMG
ท่านว่าไว้น่าคิด...จับใจความได้ทำนองที่ว่า...
ในโลกนี้มีแต่ความผันแปรไม่มีอะไรดีพร้อมเลยนั้น จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องพบแต่เรื่องที่ไม่น่าพอใจมากมาย
แต่หากเราพบเห็นสิ่งดี ๆ หรือคนดี ๆ แม้สัก 1 ก็นับว่าน่ายินดี มิใช่หรือ ? เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยาก หายาก 
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๖ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๓:๐๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  ถ้าพบเจอเหตุการณ์ดี ๆ ก็เหมือนถูกหวยเลยน่ะซิคะพระคุณเจ้า?   
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๘ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๑:๒๐ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
ข่าวปล่อยกับข่าวจริง 
ชอบคำนี้จัง 
เราถึงต้องอาศัยมาแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ต่างรับรู้
ถกกัน
เถียงกัน
เพื่อช่วยกันเลือกข่าวจริงออกมาจากข่าวปล่อย
แต่แล้วก็
พากัน
ตกม้าตาย
เพราะ
ชวนทะเลาะกันเสียก่อนจะได้สรุปความจริง
พิสูจน์ได้จากเว็บต่าง ๆ

ด่ากันจัง!

อยากให้ลองอ่านเรื่องนี้ดูก่อนนะคะพี่ ๆ น้อง ๆ อ่านมาจาก "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" ของเดล คาร์เนกี

ประธานาธิบดีลิงคอล์น บุคคลผู้โลกยกย่องมากมาย ก็เคยกระทำสิ่งผิดพลาดในการตำหนิผู้อื่นรุนแรงมาก่อน
ในวัยหนุ่มเขาเคยเกลียดชังอันธพาลผู้หนึ่งถึงกับลงโฆษณาวิจารณ์ชายอันธพาลผู้นั้นในหนังสือพิมพ์ แต่ชายผู้นั้นหรือจะยอมรับ
ชายผู้ถูกวิจารณ์โกรธมากถึงกับท้าดวลนายลิงคอล์นหนุ่ม ด้วยดาบยาว 
ลิงคอล์นหนุ่มนั้นต้องฝึกดาบอยู่ราวหนึ่งสัปดาห์ 
ขณะจะเริ่มดวลกันด้วยอาวุธให้ถึงตายกันนั้น
โชคดีที่พยานช่วยกันยับยั้งไว้ได้
ปากและความคิดที่ตำหนิผู้อื่นอย่างรุนแรงของเขาทำเอาเขาเกือบตาย
ดูเหมือนตั้งแต่นั้นมาเขา นายลิงคอล์น ก็ไม่เคยตำหนิผู้ใดรุนแรงอีกเลย
ถ้าเขายังคงปากไวแบบเดิมอาจจะไม่มีประธานาธิบดีลิงคอล์นแล้วก็ได้ โกรธ 

อนาคตของพวกเราทุกคนก็เช่นกัน ยังมีโอกาสสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต...หยุดด่ากันเถิดนะคะขยิบตา
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๙ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๓:๑๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  เผื่อใจไว้บ้าง ก่อนจะเชื่อสื่อใดสุดตัว!

คุณสุทธิชัย หยุ่น เขาเขียนอธิบายความเป็นมืออาชีพของสื่อ http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... 418/34719/สื่อในฐานะ-gate-keeper-ท่ามกลางสงครามข่าวสาร.html
 

อธิบายกระจ่างดีมาก
 
แต่สรุปแล้ว
ข่าวที่ปรากฏไม่ใช่ข่าวทั้งหมด
ทุกข่าวล้วนถูกกรองมาจากสื่อก่อนแล้ว
และ สื่อย่อมมีวิจารณญาณ(คติ และ อคติ)เป็นของแต่ละสำนัก
ก็ได้แต่หวังเพียงว่า สื่อจะมีวิจารณญาณต่อส่วนรวมมากกว่าของสำนักตน  

ดังนั้น อย่าเชื่อสื่อกันนักเลย 
เผื่อใจไว้บ้างว่ายังมีข่าวที่เขายังบอกไม่หมดเหลืออยู่อีก

ขยิบตา

..........................

บางทีสื่อก็อาจถูกหลอกได้

หมาเฝ้าบ้านมักไม่เห่าคนที่มันคุ้นเคยหรอก 

คนนั้นแหละจะเจ้าเล่ห์กว่าและขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นจะขี้โกงเมื่อไรเท่านั้น

  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๙ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๓:๑๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  คนดีก็มีอคติได้

ดู "ตาสว่าง" เมื่อวันพุธ ที่ผ่านมา ตอนแม่ติ๋วกับบ้านโฮมฮัก

มาคิดตามแล้วนึกสะกิดใจจากที่แม่ติ๋วเล่าถึงตอนที่ไปเสถียรธรรมตอนป่วยใหม่ ๆ 
เจอแม่ชีมาดุไล่ เพราะเห็นมานอนคุยกับเพื่อนลักษณะจะเป็นทอมกะดี้ 
แล้วเลยนึกรังเกียจเสถียรธรรม
คิดในใจว่าจะไม่ไปที่เสถียรธรรมอีก เพราะไม่ดี-มาไล่กัน-คงจะรังเกียจคนจนเลยมาไล่ 
แต่เมื่อไปบ่อย ๆ เลยเปลี่ยนความคิดได้เห็นว่าเป็นที่ ๆ ดีจริง ๆ 
...เป็นตัวอย่างของการมีสัญญาที่ผิด-ก่ออคติในใจต่อผู้อื่น-
ทั้งที่แม่ติ๋วก็เป็นคนดี- สร้างบ้านโฮมฮักเพื่อเด็ก ๆ-ต้องเป็นคนคิดดี-คิดทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น...
....แต่การแปล-สัญญาที่ได้-ไม่ดีพอ-ไม่ครบถ้วน...
คนดี จึง อคติ ต่อคนดี ด้วยกันได้แบบนี้นี่เอง...

เหมือนกับพวกเสื้อสีทั้งหลาย...อคติต่อกันเพียงเพราะคิดเห็นต่างกัน(ทางการเมือง..)

ฝ่ายหนึ่งพูดเรื่องกลโกงทางการเมือง อีกฝ่ายพูดเรื่องความยุติธรรม 

ฝ่ายหนึ่งพูดเรื่องสังคมประชาธิปไตยอุดมคติ อีกฝ่ายพูดเรื่องความเท่าเทียมในสิทธิทำมาหากินและเรื่องปากท้อง

คนละเรื่องเดียวกัน แต่ก็น่าเข้าไปร่วมด้วยกับทุกฝ่ายถ้ามันเป็นจริงตามนั้น นั่นก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่แต่ละฝ่ายได้รับ
เริ่มจากการเป็นคนดีด้วยกันทุกฝ่าย...
แต่เข้าใจกันและกันไม่ถูกต้อง :?: 
ยังเกลียดกันได้เลย :!: 
ทำให้ทำเรื่องไม่ดี และกลายเป็นคนอันธพาลไปได้... 
....เป็นเรื่องธรรมดาที่แม้ไม่อยากให้เกิด แต่ก็เกิดขึ้นได้...อย่างนี้ต้องทำใจ

 

...และสมควรที่เราเองก็ต้องทบทวนดูตนเองด้วยว่าเป็นคนมีอคติเสียเองหรือไม่ 
ถ้ายังมีอคติ...ต้องแก้ไข...เราต้องพิจารณาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ.

  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๙ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๓:๒๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าของเด็กกับตะปู จาก "เข็มทิศชีวิต" ของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๙ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๓:๔๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
"วิกฤติที่พัทยาเมื่อเร็วๆ นี้นั้น เป็น "ข้อยกเว้น" ที่เกิดจากความชะงักชั่วคราวของกลไกรักษาความปลอดภัย แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ ก็พิสูจน์ว่าสามารถจะฟื้นจากภาวะ "มึน" มาถือบังเหียนของประเทศได้ในระยะเวลาอันสั้น" กาแฟดำ บางกอกธุรกิจ 21 เมษายน 2552
 


เห็นด้วยกับความเห็นข้อนี้

 

นายกฯ อภิสิทธิ์ หายจากมึนงง และ ตื่นเต็มตาแล้ว
 


ไม่ว่านายกฯ อภิสิทธิ์จะมาตามระบอบประชาธิปไตย"ที่น่ากังขา"เพียงไร หรือไม่!...
แต่ตอนนี้ไม่ว่าใครแม้แต่พรรค ปชป ก็ไม่อาจทำให้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เผลอไปจากครรลองธรรมได้อีกต่อไป
ภาวะผู้นำได้ถูกปลุกตั้งแต่เหตุการณ์ที่พัทยา
 

และยิ่งกระตุ้นเร้าเต็มที่นับแต่ได้เห็นประจักษ์กับตาตน ถึงความเกลียดชังที่มีในหมู่ประชาชนบางกลุ่ม

จนเขาเองแทบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย...

นับแต่นี้นายกฯ อภิสิทธิ์ได้ตื่นจากหลับแล้ว
 

ภาวะผู้นำพาความสมานฉันท์ได้ถูกปลุกแล้ว ...
สถานการณ์รุนแรงครั้งนี้จะสร้างวีรบุรุษได้หรือไม่ ต้องพิสูจน์กันต่อไป.

http://www.youtube.com/watch?v=ueEFnO64h8o&feature=relatedใครอยู่ข้างความถูกต้อง?
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๒๑ เม.ย ๒๕๕๒  ๒๓:๑๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  อืม...รักไทยช่วยไทย  เป็นคนกลางก็เเล้วกันจะดีที่สุด  ทำใจยอมรับเเละมีความยุติธรรมไม่หูเบา เพราะสุดท้ายเเล้วก็ไม่มีคนไหนที่ถูกไปซะหมดหรอก
***ฝากบอกไปถึงจดหมายฟอเวิดเมล์ที่มีคนส่ง จากทางฝ่ายเสื้อเหลือง พอแล้วเลิกได้เเล้วเหมือนยิ่งปลุกเร้าให้ประชาชน เกลียดประชาชนด้วยกันเอง ยังไงก็ไทยด้วยกันทั้งนั้น
  
     
  จากคุณ อัสลาน - [ ๒๒ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๙:๑๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  

ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลง
ช่าติจะเรืองดำรง ก็เพราะเราทั้งหลาย
ถ้ามัวหลับมัวหลง ชาติก็คงมลาย
เราต้องสิ้นสูญสลาย
ตื่นเถิดชาวไทย

  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๒๒ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๙:๓๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ขอบคุณกิจกรรมดีๆที่นำมาสู่ตัวคุณ 
 
 
 
คาสิโน
  
     
  จากคุณ mukeiei - [ ๒๐ มี.ค. ๒๕๖๑  ๑๗:๒๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 

แสดงความคิดเห็น :
สีพื้น :
ตำแหน่ง :
ชื่อผู้ส่ง :
       
     
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
การมีโอกาสอ่านหนังสือดี นับเป็นโชคของมนุษย์