เด็กๆ ตื่นเต้นที่ได้เห็นหนังสือใหม่
 
 
 
เล่มนี้สนุกมากครับ
 
 
 
ผมชอบอ่านเล่มนี้
 
 
 
เด็กๆ ชวนกันอ่านหนังสือช่วงพักกลางวัน
 
 
 
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
 
 
 
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
 
 
 
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
 
 
 
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
 
 
   
   
เล่าเรื่องหนังสือหมุนเวียน ตอนที่ ๓

เตรียม‘หมุน’หนังสือ

ธิดา สุวรรณสาครกุล



วันเวลาที่จะจัดการหมุนเวียนหนังสือกำหนดไว้เป็นวันที่ ๒๙ และ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒
การตระเตรียมกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่าย

การหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๑ จะจัดขึ้นใน ๔ โรงเรียน คือ โรงเรียนในเขตเมือง ๒ โรงเรียน และในโรงเรียนเขตชนบทอีก ๒ โรงเรียน จัดกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือให้แก่โรงเรียนเป็นคู่ๆ มีโรงเรียนเจ้าบ้าน และโรงเรียนที่คู่กันเดินทางมาเยือน ตัวอย่างเช่น โรงเรียน ก. แลกเปลี่ยนหนังสือกับโรงเรียน ข. ก็ให้คุณครูและนักเรียนโรงเรียนข. เดินทางมาที่โรงเรียน ก.

เริ่มด้วยการติดต่อประสานงานผู้อำนวยการและคุณครูบรรณารักษ์ ซึ่งทุกท่านก็ร่วมมืออย่างดี นอกจากขอให้คุณครูโรงเรียนเยือนช่วยหาพาหนะเดินทางนำเด็กๆไปโรงเรียนเจ้าบ้าน และนัดแนะคุณครูเรื่องเวลา กิจกรรม และสถานที่แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องรบกวนคุณครูคือ ให้ช่วยตรวจนับหนังสือทุกเล่มในโครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน หากขาดเล่มใดจะได้นำไปเติม หากเล่มใดชำรุดจะได้เตรียมอุปกรณ์ไปซ่อมแซม หลังจากคุณครูตรวจนับ หนังสือหายไปจำนวนมาก บางโรงเรียนหนังสือหายไปถึง ๑๓ เล่ม คุณครูไม่สบายใจที่หนังสือหาย แต่คณะวิจัยฯก็บอกว่าไม่ต้องกังวล ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หนังสือหายเป็นเรื่องปกติ แสดงว่าเด็กนำไปอ่าน เมื่อจัดกิจกรรมหมุนเวียนก็นำไปเพิ่มเติม เพื่อให้โรงเรียนที่จะได้หนังสือชุดนี้ต่อ ได้ครบทุกเล่ม และให้กำชับเด็กว่า หนังสือเป็นของทุกฅน ต้องดูแลรักษาให้ดี ถ้าหนังสือหายเพื่อนก็จะไม่มีอ่าน หรือเพื่อนทำหนังสือหาย เราก็จะอดอ่าน

     
 
     
รีบอ่านหนังสือก่อนจะ ‘หมุน’


-สมุดบันทึกการอ่าน-
‘สมุดบันทึกการอ่าน’ ก็เป็นพระเอกของกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือไม่แพ้ ‘หนังสือ’ เพราะจะมีการมอบรางวัลยอดนักอ่าน โดยพิจารณาจาก ‘สมุดบันทึกการอ่าน’ รางวัลเล็กๆ น้อยๆ น่าจะเป็นกำลังใจในการอ่านให้แก่เด็กๆได้ดี หลังจากช่วยขบคิดกันหลายฅน สรุปผลได้ว่า จะมอบรางวัลให้แก่เด็กๆ ๔ รางวัล คือ

            ๑. รางวัลอ่านเก่ง ถือเป็นรางวัลชิ้นโบแดง มอบให้แก่เด็กที่อ่านหนังสือแล้วสามารถจับประเด็น สรุปใจความสำคัญ และถ่ายทอดออกมาได้ดี
            ๒. รางวัลอ่านมาก มอบให้แก่เด็กที่อ่านหนังสือได้จำนวนมากที่สุด
            ๓. รางวัลวาดรูปสวย
            ๔. รางวัลลายมือสวย

รางวัลเป็นสิ่งจูงใจเด็กๆ เท่านั้น ทว่า หัวใจของสมุดบันทึกการอ่านที่แท้จริงก็คือ การให้เด็กๆ ได้บันทึกอย่างอิสระ สังเกตได้ว่าในสมุดบันทึกการอ่านของโครงการวิจัยจะไม่มีโฆษณาใดๆ ที่เป็นการครอบงำเด็กอยู่เลย แต่มีพื้นที่ว่างโล่งให้เด็กๆได้เขียนข้อความประทับใจในหน้าซ้าย และหน้าขวาสำหรับบันทึกข้อมูลของหนังสือและเรื่องย่อ การมีโฆษณาหนังสือ สินค้า หรืออะไรก็ตามอยู่ในบันทึกการอ่าน เป็นการปิดกั้นความคิด จินตนาการเสรีและฉกฉวยโอกาสกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ด้วยการส่งเสริมการขาย นับเป็นการเอาเปรียบและทำร้ายเด็กทางหนึ่ง

     
 
     
สมุดบันทึกการอ่าน-ผลงานของนักอ่านตัวน้อยๆ


-ของรางวัล-

ของรางวัล ได้รับอนุเคราะห์หนังสือดีสำหรับเด็กจากสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ของรางวัลจากบริษัทไทยน้ำทิพย์ และผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ที่สำคัญมีเกียรติบัตรน่ารักขนาดกะทัดรัดประกาศความสามารถมอบให้แก่ยอดนักอ่านเป็นที่ระลึก

เมื่อรู้แล้วว่าจะแจกอะไร ก็มาถึงว่าจะแจกอย่างไรดี เนื่องจากของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ มีจำนวนมาก ก็นำของเหล่านี้มารวมกับรางวัลที่สำคัญที่สุดก็คือ ‘หนังสือ’ แล้วจะจัดเป็นชุดอย่างไรให้เด็กดีใจเมื่อได้รับ ช่วยกันคิดอยู่นาน ว่าจะพับถุงกระดาษน่ารักๆ ขึ้นเอง แต่รุ่งขึ้นอีกวันซองกระดาษสีทองดูสวยงาม ผูกโบกำมะหยี่สีแดง มีผีเสื้อบินแวบวับอยู่ทั่วถุง ภายในใส่ของรางวัลก็ปรากฏตัวขึ้น เอาละ ถ้าได้ซองบรรจุสวยงามขนาดนี้ เด็กๆ คงต้องอยากได้เป็นแน่ ส่วนของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ อาทิ เครื่องเขียน ยังมีอีกมาก จึงจะนำไปแจกเด็กๆ ด้วย เป็นของรางวัลสำหรับผู้ชนะกิจกรรมต่างๆ เด็กที่ไม่ได้รางวัลใหญ่จะได้ไม่น้อยใจ

-เข็มกลัด-

สืบเสาะจากผู้รู้ทำให้ทราบว่าเครื่องทำเข็มกลัดอาจหาซื้อได้แถวสำเพ็ง แต่เมื่อเดินหาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีวี่แวว

การผจญภัยตามล่าหาเข็มกลัดพิเศษเพื่อมอบเป็นกำลังใจให้ ‘บรรณารักษ์น้อย’ จึงจบลงที่ร้านรับทำเข็มกลัด ในตอนแรกนั้นคาดว่าจะหาซื้อเครื่องทำเข็มกลัด เผื่อไว้ทำเข็มกลัดให้นักเรียนบรรณารักษ์น้อยในกลุ่มวิจัยภาคกลางที่กำลังจะเริ่มดำเนินการวิจัยด้วย แต่เมื่อหาซื้อไม่ได้ ก็สั่งทำแทน

เข็มกลัดนี้มอบเป็นรางวัลแห่ง‘ความรับผิดชอบ’ ให้นักเรียน ‘บรรณารักษ์น้อย’ ที่ทำหน้าที่ช่วยคุณครูดูแลห้องสมุด และยังจูงใจให้นักเรียนคนอื่นๆ อยากเป็นผู้ช่วยคุณครูบ้าง

เข็มกลัดสำเร็จแล้วสวยมากจนใครๆ ก็อยากได้ คณะวิจัยฅนหนึ่งไปติดหน้าอกเสื้อ อมยิ้มภูมิใจไม่หยุด---

     
 
     
ของรางวัลและเข็มกลัด


-นม-

สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือ อาหารว่าง และเครื่องดื่มสำหรับเด็กๆ เพราะกิจกรรมหนังสือหมุนเวียนมีมาก และเด็กต้องใช้พลังเยอะ ฉะนั้นต้องเติมพลังด้วยนมและขนม คณะวิจัยไปช่วยกันเลือกนมให้เด็กๆ นมกล่องมีให้เลือกมากมาย หลายยี่ห้อ หลายประเภท เมื่อคำนวณเสร็จสรรพ ปรากฎว่าจะซื้อมากกว่าจำนวนนักเรียนประมาณครึ่งหนึ่ง เผื่อไว้สำหรับเด็กที่กินจุ การซื้อนมสำหรับเด็กก็เป็นเรื่องสนุก เพราะเป็นอีกวิธีที่ทำให้นักวิจัย (ฝึกหัด) ได้เรียนรู้ว่า การที่เด็กจะอ่านหนังสือได้ดี ก็ต้องได้ดื่มนมคุณภาพดีด้วย (ฮา) “จะให้อะไรใครก็ควรให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ” นมหลายลังที่กำลังลำเลียงไปจ่ายสตางค์ เป็นนมกล่องขนาดกลาง-ใหญ่ ยี่ห้อมีคุณภาพทั้งรสหวาน รสช็อกโกแลต และนมเปรี้ยว ขณะที่นมกล่องเล็กราคากล่องละห้าบาทยังคงนอนเหงาอยู่ในชั้นต่อไป เพราะโครงการนี้ไม่เลือกของที่ไม่แน่ใจว่า ‘ดี’

-ฉาก-

หากหน้าปกหนังสือเป็นสิ่งที่บ่งบอกเอกลักษณ์ หรือนำผู้อ่านเข้าไปสู่หนังสือ สำหรับการจัดงานต่างๆนั้น ฉากก็เสมือนปกของหนังสือ ฉากจะออกมาเช่นไร นึกไม่ออกเลยจริงๆ เพราะสถานที่โรงเรียนทั้ง ๔ แห่ง ที่ใช้จัดกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือนั้น มีลักษณะแตกต่างกันมาก บางโรงเรียนมีเวที บางโรงเรียนเป็นลานโล่ง บางโรงเรียนเป็นใต้ถุนตึก ฉะนั้นฉากจะต้องมีลักษณะหนึ่งก็คือเคลื่อนย้ายได้สะดวก โชคดีที่ยังมีมนุษย์สามารถ (ซุปเปอร์แมน) อยู่ในคณะวิจัย เขาสามารถทั้งออกแบบฉากได้สวยงาม และออกแบบอุปกรณ์ประกอบเป็นฉากได้

ประกอบด้วย ท่อพีวีซียาวและสั้น หลายท่อน แผ่นสังเคราะห์พิมพ์ลายฉาก ขาไมค์ ๒ อัน เป็นฐาน(ที่มีอยู่แล้วที่บ้าน) เทปกาว เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างครบถ้วน มนุษย์สามารถจึงทดลองประกอบฉากให้คณะวิจัยชมอย่างน่าอัศจรรย์ และมีเทคนิคโดยการนำโต๊ะมาวางไว้ด้านหลังแผ่นสังเคราะห์ เพื่อต้านลม เป็นอันว่าถึงลมจะพัด ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

เรียกได้ว่า ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ที่ปฏิบัติได้จริง ดังเช่น การสร้างฉากจากวัสดุที่หาได้ง่ายรอบตัว (ที่แทบไม่มีใครคิดว่าจะออกมาได้) ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโครงการวิจัยฯไม่น้อย

-อาสาสมัคร-

เคยมีผู้สอบถามว่า ระบบหนังสือหมุนเวียน คืออะไร ทำอย่างไร เมื่อได้รับคำตอบก็ถามกลับมาใหม่อีกครั้งว่า ขอไปด้วยได้ไหม สนใจและอยากไปมาก คณะวิจัยจึงประกาศรับสมัคร ‘อาสาสมัคร’ ในห้องสนทนาของเว็บไซต์ผีเสื้อ และยังมีสื่อมวลชนใจดีอาสาประชาสัมพันธ์ให้ในนิตยสารฉบับหนึ่ง ปรากฏว่ามีผู้สนใจสอบถามมาจำนวนมาก ทว่าที่สมัครจริงเพียงไม่กี่ฅน สุดท้ายเหลือเพียงฅนเดียว จึงต้องขออภัยอาสาสมัครใจดีฅนนั้น เพราะเมื่อไม่มีอาสาสมัครฅนอื่นๆ จึงยกเลิกรถสำหรับอาสาสมัคร

อย่างไรก็ดี มีนิสิต-นักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีจิตใจดีอาสามาจัดกิจกรรมสันทนาการให้โครงการฯ โดยไม่รับค่าตอบแทน ถึงทางโครงการจะช่วยบริจาค เด็กกลุ่มนั้นก็ยังขอนำเงินนี้มอบให้แก่ชมรมละครของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี โรงเรียนที่พวกเขาเป็นศิษย์เก่า

-กิจกรรมหมุนเวียน-

โจทย์ก็คือ จะทำกิจกรรมหมุนเวียนอะไร ในเวลาเพียง ๒ ชั่วโมง สำหรับโรงเรียน ๑ คู่ (มี ๒ ช่วงคือ ช่วงเช้า กับช่วงบ่าย) สำหรับเด็กประมาณ ๒๐๐ ฅน (ในวันแรก) และเด็กประมาณ ๑๐๐ คน (ในวันที่สอง) ให้ได้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ของการหมุน ซึ่งก็คือ กระตุ้นให้เด็กๆ รู้ว่าหนังสือกองที่เขาครอบครองอยู่ในระยะเวลา ๓ เดือน กำลังจะหมุนไปให้อีกโรงเรียนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็จะมีหนังสือกองใหม่จากอีกโรงเรียนหมุนมาให้ได้อ่าน หลังจากขบคิดปรึกษากันเรียบร้อยก็ได้ตารางเวลากิจกรรมดังนี้

อันดับแรกสุดคือการให้เกียรติผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าของสถานที่กล่าวต้อนรับ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน จากนั้นต่อด้วยกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ ให้น้องสองโรงเรียนได้สานความสัมพันธ์ ทำความรู้จักคุ้นเคยกัน ระหว่างนี้ก็แบ่งนิสิตอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ตรวจบันทึกการอ่านเพื่อหา‘ยอดนักอ่าน’ เมื่อสันทนาการจบ ก็เริ่มมอบรางวัลให้น้องๆ‘ยอดนักอ่าน’ และเข็มกลัดสำหรับน้องๆ บรรณารักษ์น้อยของทั้งสองโรงเรียน และคุณครูจะก็เป็นตัวแทนแลกกองหนังสือ รายการสุดท้ายคือกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ทดสอบความสามารถน้องๆกันหน่อย ก่อนปิดกิจกรรมหมุนเวียนด้วยอาหารว่างเพิ่มพลัง

เมื่อทุกอย่างพร้อม เรื่องสนุกๆและสร้างสรรค์ก็พร้อมจะเกิดขึ้นเช่นกัน
ทว่า เรื่องไม่คาดฝันบางอย่างก็รออยู่ข้างหน้าด้วย---



 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > ความเป็นไป > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >