การดำเนินงานตามแผนงานวิจัย



            จัดกิจกรรมการหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๑ โดยอาจารย์และนิสิตจากภาควิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ ๒๙ และ ๓๐ มกราคม ๒๔๔๒ กิจกรรมประกอบด้วย การสันทนาการเพื่อให้เด็กทั้งสองโรงเรียนสานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เกมส์และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การมอบรางวัลให้กับยอดนักอ่าน ๔ ประเภท ได้แก่

            ๑. รางวัลอ่านเก่ง มอบให้เด็กที่อ่านหนังสือแล้วสามารถจับประเด็น สรุปใจความสำคัญ และถ่ายทอดเป็นภาษาของตนได้ดี
            ๒. รางวัลอ่านมาก มอบให้เด็กที่อ่านหนังสือได้จำนวนมากที่สุด
            ๓. รางวัลวาดรูปสวย มอบให้แก่เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ
            ๔. รางวัลลายมือสวย มอบให้เด็กที่บันทึกด้วยความตั้งใจ

            ซึ่งพิจารณาจากบันทึกการอ่านของโครงการวิจัยฯที่เด็กบันทึกไว้ นอกจากนี้ยังมอบเข็มกลัดแก่ ‘บรรณารักษ์น้อย’ เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กๆที่ช่วยดูแลห้องสมุด และจูงใจให้เด็กคนอื่นอยากร่วมกิจกรรมและอ่านหนังสือมากขึ้น

            ผู้วิจัยกำหนดการแลกเปลี่ยนหนังสือครั้งที่ ๒ ในปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ หลังจากเปิดภาคการศึกษาภาคแรก และจะเริ่มการวิจัยอีกกลุ่มโรงเรียนในจังหวัดภาคกลางในช่วงเดียวกัน

            หลังการใช้ระบบครบ ๑๒ เดือน ผู้วิจัยจะประเมินผลโครงการ โดยเปรียบเทียบข้อมูล เกี่ยวกับห้องสมุดและหนังสือที่มีในโรงเรียน รวมทั้งเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพการอ่าน และการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ความเข้าใจและความร่วมมือของบุคลากร ของโรงเรียนทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม รวมทั้งประเมินปัญหาอุปสรรคของโครงการ แนวทางการปรับใช้ระบบหนังสือหมุนเวียนที่เหมาะกับพื้นที่


ข้อสังเกตหลังจัดกิจกรรมหนังสือหมุนเวียนครั้งแรก

โรงเรียนเขตเมือง

หนังสือ
     • หนังสือมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน โรงเรียนจึงนำหนังสือในห้องสมุดที่มีอยู่แล้ว เข้าร่วมโครงการวิจัยฯ ทำให้มีหนังสือให้เด็กอ่านมากขึ้น
     • โรงเรียนในเขตเมืองมีหนังสือหายไปรวม ๒๙ เล่ม

นักเรียน
     • หลังตรวจสมุดบันทึกการอ่าน พบว่านักเรียนหลายคนอ่านจับใจความไม่ได้ แต่อ่านเฉพาะจุดแล้วนำมาเขียนบันทึก การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือยังไม่ถูกต้อง และคุณครูประจำชั้นบางคนไม่ได้ตรวจ
     • นักเรียนชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ชอบเขียนบันทึกการอ่าน ซึ่งหนังสือที่ชอบอ่านส่วนใหญ่เป็น นิทานเล่มบาง มักไม่ค่อยอ่านหนังสือเล่มหนาอย่างวรรณกรรมเยาวชน
     • ปัญหาสำคัญของการอ่านหนังสือน้อย คือ นักเรียนขาดเรียนบ่อยครั้ง เนื่องจากต้องช่วยครอบครัวทำงาน จึงอ่านและบันทึกการอ่านไม่ต่อเนื่อง และ บางโรงเรียนนักเรียนยังมีพื้นฐานการอ่านไม่ดี เนื่องจากแต่เดิมครูประจำชั้นช่วงชั้นที่ ๑ (ป.๑-ป.๓) เป็นครูคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ถนัดการสอนภาษาไทย ทำให้เด็กมีพื้นฐานการอ่านเขียนไม่แน่น (ผู้อำนวยการจึงได้เปลี่ยนให้ครูภาษาไทยไปสอนประจำช่วงชั้นที่ ๑ แทน)
     • นักเรียนชอบเข้าห้องสมุด และพูดคุยกันเกี่ยวกับหนังสือ
     • ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง นักเรียนที่อ่านหนังสือมากที่สุดมี ๒ คนใช้สมุดบันทึกการอ่านถึง ๒ เล่ม (สมุด ๑ เล่มบันทึกการอ่านหนังสือได้ ๑๔ เล่ม)

ครูบรรณารักษ์
     • ครูบรรณารักษ์เกรงใจไม่กล้ากระตุ้นครูประจำชั้นเด็กห้องอื่นที่ไม่ใช่ห้องตัวเองให้อ่านหนังสือและบันทึก
     • ครูประจำชั้นพาเด็กเข้าห้องสมุดเป็นประจำ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง

ผู้อำนวยการ
     • บางโรงเรียนผู้อำนวยการกระตือรือร้นมาก ตรวจสมุดบันทึกการอ่านของนักเรียนด้วยตนเอง และวางแผนว่าจะพยายามตรวจทุกเดือน และยังช่วยประกาศที่หน้าเสาธงเพื่อตามหาหนังสือที่หายไป


โรงเรียนเขตชนบท

หนังสือ
     • โรงเรียนชนบทหนังสือหายน้อยกว่าโรงเรียนในเมือง และมีเพียงโรงเรียนเดียวที่ไม่มีหนังสือหายเลย อาจเป็นเพราะจำนวนเด็กนักเรียนในชนบทน้อยกว่าโรงเรียนในเมือง

นักเรียน
     • มีนักเรียนเข้าใหม่ และย้ายออกกลางภาคเรียน นักเรียนจึงบันทึกการอ่านได้ไม่เต็มที่
     • นักเรียนบางคนมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ อ่านเขียนไม่คล่อง
     • ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง นักเรียนที่อ่านหนังสือมากที่สุดมี ๒ คน ใช้สมุดบันทึกการอ่านถึง ๓ เล่ม
     • ก่อนเริ่มกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือ นักเรียนกระตือรือร้นช่วยเหลือเตรียมกิจกรรมต่างๆ และช่วยนับจำนวนหนังสือและเก็บใส่กล่อง แสดงถึงความเอาใจใส่ดูแลหนังสือได้อย่างดี

ครูบรรณารักษ์
     • ครูบรรณารักษ์มีพัฒนาการการทำงานที่ดี มีความสุขและภาคภูมิใจในตนเอง ปรึกษานักวิจัยว่าอยากเลือกซื้อหนังสือดีเข้าห้องสมุด และขอคำแนะนำว่าจะมีวิธีเลือกหนังสืออย่างไร และกำลังพยายามแก้ปัญหาเด็กที่ไม่สนใจอ่านหนังสือเลย ให้มาอ่านหนังสือให้ได้
     • ครูบรรณารักษ์ดูแลสภาพของห้องสมุดโรงเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าก่อนเริ่มโครงการวิจัยฯ มาก
     • บางโรงเรียนเพิ่งจัดงานสัปดาห์ห้องสมุด มีการแข่งขันกีฬา แข่งขันเปิดพจนานุกรม ซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี ครูบรรณารักษ์อยากจัดบ่อยขึ้น แต่ติดขัดเรื่องภาระงานที่รับผิดชอบมีมาก และรับผิดชอบกิจกรรมเพียงคนเดียว ครูบรรณารักษ์อยากจัดมุมกิจกรรมในห้องสมุด เพื่อเป็นการดึงดูดใจให้เด็กเข้าห้องสมุด
     • ครูบรรณารักษ์จัดกิจกรรม ให้นักเรียนแนะนำหนังสือของโครงการฯในช่วงพักกลางวัน และบันทึกรายชื่อนักเรียนที่ทำกิจกรรม โดยหนังสือส่วนใหญ่ที่นักเรียนเลือกแนะนำเป็นหนังสือนิทานเล่มบาง
     • ครูบรรณารักษ์ซ่อมหนังสือที่ชำรุด ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ติดเทปใส

ผู้อำนวยการ
     • บางโรงเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนกระตือรือร้นและใส่ใจกับกิจกรรมมาก



สรุปจำนวนหนังสือหาย ก่อนแลกเปลี่ยนหนังสือครั้งที่ ๑

โรงเรียนเขตเมือง ๒๙ เล่ม
โรงเรียนเขตชนบท ๑๐ เล่ม
รวมหนังสือที่หายทั้งหมด ๓๙ เล่ม

โรงเรียนที่หนังสือหายมากที่สุด หายจำนวน ๑๓ เล่ม
จำนวนโรงเรียนที่ไม่มีหนังสือหายเลย ๑ โรงเรียน
จำนวนหนังสือที่ชำรุด ๔ เล่ม



 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > ความเป็นไป > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >