การเสวนาโครงการวิจัยการจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่งในเมืองหลวงกรุงเทพฯ
 
 
 
การเสวนาโครงการวิจัยการจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่งในเมืองหลวงกรุงเทพฯ
 
 
 
การเสวนาโครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน
 
 
 
ผศ.ดร.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์
 
 
 
คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
 
 
 
ผศ. จินดา จำเริญ และ อาจารย์ทิพภา ปลีหะจินดา
 
 
 
อาจารย์เสาวนีย์ พิทยานุรักษ์
 
 
 
อาจารย์พรทิพย์ ถ้วยงาม
 
 
 
นิสิตสาขาบรรณาธิการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา
 
 
 
บรรยากาศงาน
 
 
 
บรรยากาศงาน
 
 
   
การเสวนา ‘โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก’
และ ‘การจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่ง ในเมืองหลวงกรุงเทพฯ’

ณ ห้องมีตติงรูม ๒ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๑๑ น.



รายชื่อผู้เข้าร่วมงานเสวนาจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

      ๑. หน่วยงานรัฐบาล
           • กระทรวงกลาโหม
           • กระทรวงสาธารณสุข
           • กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
           • กรุงเทพมหานคร

      ๒. องค์กรด้านห้องสมุด
           • สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย
           • ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ยะลา
           • สมาคมไทสร้างสรรค์
           • สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย
           • สถาบันอันยุมัน
           • ห้องสมุดชุมชน

      ๓. สำนักพิมพ์
           • นานมีบุ๊คส์
           • แปลน ฟอร์ คิดส์
           • อมรินทร์
           • TIB Thai Inter Book
           • ฐานการพิมพ์
           • ตถาตา

      ๔. บุคลากรจากสถาบันการศึกษา
           • คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
           • สาขาวรรณกรรมสำหรับเด็ก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
           • โรงเรียนวัดบางนานอก
           • โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม
           • โรงเรียนคลองเตย
           • โรงเรียนรุ่งอรุณ
           • โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
           • โรงเรียนเอี่ยมอนุสรณ์ บางนา
           • โรงเรียนวัดไทยม้า

      ๕. หน่วยงานอื่นๆ
           • มูลนิธิศุภนิมิต
           • บริษัท วิน วิน พลัส จำกัด

      นอกจากนี้ยังมีบุคคลทั่วไปเข้าร่วมงานด้วย



ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการเสวนา รวบรวมจากแบบสอบถาม โดยสังเขป ดังนี้

      • “ระบบหนังสือหมุนเวียน” เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า โรงเรียนต่างๆทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด สามารถนำไปใช้เป็นเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมสำหรับการอ่าน ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้โรงเรียนต่างๆได้ทราบแนวคิดดีๆเช่นนี้ และนำไปเป็นแบบอย่างดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นควรได้มีการนำเสนอ แนวคิด สู่ภาครัฐให้เห็นชอบ นำไปเป็นนโยบายต่อไป/หรือให้สื่อช่วยขยาย

• งานเสวนาวันนี้มีประโยชน์มาก ดิฉันขอสนับสนุนโครงการวิจัยนี้ และจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในห้องสมุดของชุมชน

• หนังสือหมุนเวียนควรวางตามห้องสมุดของโรงเรียนและสร้างกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน ส่งเสริมให้ค้นหาจากหนังสือหมุนเวียน เช่น การทำรายงาน

• ได้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำทางโอกาสในการอ่านของคนในเมืองใหญ่กับคนต่างจังหวัด ได้เห็นความตั้งใจของกลุ่มคนที่พยายามผลักดันให้สิ่งดีๆเกิดขึ้น ให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้นในการมีหนังสือดีให้อ่าน อยากขอเป็นกำลังใจให้มีพลังในการทำสิ่งดีๆต่อไปขอบคุณในความพยายามที่จะทำให้หนังสือมี ‘น้ำดี’ มากขึ้น

• เป็นความคิดที่ดี ปกติผมเองมีนโยบายขอหนังสือจากที่ต่างๆนำไปมอบให้ โรงเรียนในชนบท เป็นประจำทุกปี ยินดีจะหาหนังสือมามอบให้หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินการ อยากเห็นห้องสมุดเกิดขึ้นมากๆในประเทศไทย

• ถ้าเป็นไปได้ น่าจะนำหนังสือในห้องสมุดของกทม.ไปใช้ในโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนก่อน เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องการอ่านและการชอบประเภทหนังสือของเด็ก เท่าที่สังเกตในห้องสมุดของกทม.ค่อนข้างใหม่และมีสีสันที่ดึงดูดใจ แต่คนอ่านน้อย(เด็กกทม.) อาจเป็นเพราะว่า ผู้ปกครองเด็กซื้อให้อ่านแล้ว เลยว่าอยากให้ใช้ห้องสมุดกทม. เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์

• ได้รับประโยชน์จากการฟัง แต่เนื้อหาค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่ค่อยสนุกนัก (อยากให้มีบรรยากาศสนุกๆ ในการพูดคุย/วิทยากรที่สามารถชักจูงให้ฟังไปได้ตลอด) การวิจัยครั้งต่อไปนั้น ควรนำเสนอขั้นตอนการวิจัยชัดเจนขึ้นและเผยแพร่ให้กว้างขวางโดยเฉพาะแก่ ครู โรงเรียน และถ้ามีหัวข้อหรือปัญหาเกี่ยวข้องกับการอ่าน รักการอ่าน นิสัยรักการอ่าน ควรจัดทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการอ่านที่ต่อเนื่องมีความสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิต

• กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ควรเผยแพร่งานวิจัยบ้าง เพราะงานวิจัยรักการอ่านต่างๆ ไม่ค่อยพบ จะทำให้มีตัวอย่างส่งเสริมการอ่านแก่เด็กๆต่อไป

• ต้องการให้ส่งข้อมูลเรื่องการอบรมต่างๆมาที่ทำงาน เพื่อจะได้ทราบข่าวคราว การเคลื่อนไหวต่างๆเกี่ยวกับเรื่องห้องสมุด

• อยากให้การเสวนาครั้งต่อไป มีบุคลากรของกระทรวงศึกษาฯ ผู้วางระบบการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอบ สำนักพิมพ์อื่นๆ นักศึกษาสถาบันต่างๆ นักเรียน ประถม มัธยม ฯลฯ เพราะการวางรากฐานการอ่าน กิจกรรมที่เราส่งเสริมให้ทำ ไม่อาจทำได้ เพราะกรอบที่มีอยู่ไม่เอื้ออำนวย ชวนนายกฯมาได้จะดีมาก

• เป็นเรื่องที่ดีและควรได้รับความ “ใส่ใจ” อย่างมาก เพราะสังคมแย่ลงทุกวัน หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันอนาคตของชาติ ให้คิดเป็น-ทำถูก อยากมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ด้วย ติดต่อมาทางอีเมล์ หรือโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ยินดีช่วยเต็มที่

• ทำอย่างไรนักอ่านจึงจะบรรลุนิติภาวะทางการอ่าน ให้อ่านหนังสือที่เหมาะแก่อายุ

• อยากขอเชิญไปทำวิจัยที่โรงเรียนแถวนครนายกบ้าง หรือสนใจทำวิจัยที่ อ.แม่อาย เชียงใหม่ ควรแนะนำกทม.ว่ามีหนังสือใดที่ถือว่า “ดี” และควรแก่การมีไว้ในห้องสมุดของกทม. และทำอย่างไร จึงจะหา “ผู้อ่าน” มาได้

• โครงการนี้เป็นแนวทางและความคิดเริ่มต้นที่ดีมาก น่าจะได้ขยายโครงการไปสู่ต่างจังหวัด ที่มีแนวโน้มว่าเด็กในต่างจังหวัดโดยเฉพาะท้องที่ห่างไกลมักจะมีแรงผลักดันด้วยอะไรหลายด้านทำให้ขวนขวายความรู้ที่เขาจะได้รับ ห้องสมุดหรือการหมุนเวียนหนังสือก็น่าจะได้ผลอยู่ไม่น้อย

• อยากให้สนับสนุนกิจกรรมหนังสือหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็กต่างจังหวัด และขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ได้แลกเปลี่ยนหนังสือให้หลากหลายมากขึ้น

• ส่วนที่ได้รับจากโครงการฯ ในช่วงหนึ่งภาคเรียน แสดงให้เห็นว่า นักเรียนในโรงเรียนสนใจอ่านหนังสือมากขึ้น

• ดีใจที่มีระบบหนังสือหมุนเวียน เพื่อช่วยจัดระเบียบให้ห้องสมุด ซึ่งจะส่งผลต่อการอ่านของเด็กนักเรียนต่อไป

• ปัญหาส่วนใหญ่ในห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่างคือ ไม่ดึงดูดใจให้ใช้บริการ สำหรับปัญหาของห้องสมุดโรงเรียนประถมฯ คือ ๑) ไม่มีระบบการยืม-คืนที่เหมาะสม ทำให้หนังสือมักสูญหายโดยเฉพาะที่น่าสนใจและภาพสวย ส่วนห้องสมุดโรงเรียนมัธยม ห้องสมุดใหญ่ขึ้น หนังสือเยอะขึ้น ๒) แต่ไม่ค่อยมีเล่มที่น่าอ่าน ๓) จัดไม่เป็นระเบียบ หาหนังสือได้ยาก ซึ่งอาจเกิดจาก การขาดแคลนบุคลากร และนักเรียนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องสมุด ๔) ครูบรรณารักษ์ดุ มีท่าทางน่ากลัวจนนักเรียนไม่กล้าสอบถาม และในห้องสมุดมหาวิทยาลัย จะพบว่านักศึกษาไม่อยากเข้าห้องสมุด หรือใช้ห้องสมุดไม่เหมาะสม เช่น ไปนอน

• ได้ติดตามความพยายามที่จะสร้างรากฐานวัฒนธรรมการอ่านให้แก่สังคมไทยมาสักพักแล้ว ขอชื่มชมและให้กำลังใจ ตอนนี้สำนักพิมพ์สานอักษร ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ กำลังทำโครงการ “อ่านยิ้ม อิ่มสมอง น้องอ่านฟรี” เพื่อระดมทุนจากผู้ใหญ่ใจบุญทั้งหลายมาพิมพ์หนังสือดี เพื่อแจกให้แก่โรงเรียนต่างจังหวัดที่ขาดแคลน (รายชื่อจากสพฐ.) คาดว่าจะแจกจ่ายได้ ๑,๐๐๐ โรงเรียน (เป็นอย่างน้อย) โรงเรียนละ ๒๐ กว่าเล่ม และหวังว่าจะทำต่อเนื่องไปทุกปี โดยมีมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณเป็นผู้สนับสนุนหลัก ที่เราคิดโครงการฯนี้ขึ้นมาเพราะเหตุผลเดียวกันคือต้องการให้เกิดโอกาสการอ่านอย่างเท่าเทียมนั่นเอง และการทำหนังสือเพื่อขายเพียงอย่างเดียวนั้น จำกัดวงคนอ่าน(ซื้อ) อยู่แค่วงแคบๆ ซึ่งก็คือคนเมือง และคนที่มีเงิน ดังนั้นเราจึงคิดวิธีง่ายๆ (หรือโง่ๆ) ว่าเราน่าจะทำแจก ดีกว่า รวมถึงมีหน่วยงานภาคธุรกิจที่พอจะรู้จักกันให้การสนับสนุน เราจึงเริ่มลองทำดู เมื่อเรามีจุดหมายเดียวกัน หากสนใจเราก็ยินดีช่วยเหลือค่ะ

• หัวข้อการเสวนาน่าสนใจ แต่โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน และการจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่ง ในเมืองหลวงกรุงเทพฯ เป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีการวิจัยนี้

• โครงการวิจัยควรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพราะเอกชนคงไม่สามารถทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น และควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ เพื่อช่วยผลักดันให้โครงการเป็นจริง

• ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราจะคัดเลือกหนังสือดีๆให้เด็กได้อ่าน เพราะเด็กทุกวันนี้อ่านมาก็จริง แต่อ่านหนังสือไร้สาระ เด็กควรจะได้อ่านหนังสือวรรณกรรมดีๆ เพื่อให้มีคนใหม่ๆเข้ามาทำงานด้านหนังสือ และทำหนังสือดีๆให้คนไทย




 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > ความเป็นไป > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >