แบ่งปัน แลกเปลี่ยน หมุนเวียนหนังสือให้อ่าน

คอลัมน์ สยามประเทศไทย
โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ



คนไทยอ่านหนังสือน้อยลง เลยต้องเร่งหาทางแก้ปัญหา เพื่อกระตุ้นให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น

"เพราะการอ่านจะสร้างจินตนาการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พูดจาต่อสาธารณะเปิดงานหนังสือเด็กแห่งชาติ (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๒ หน้า ๒๒)

นอกจากการอ่านจะสร้างจินตนาการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มขีดความสามารถฯแล้ว ขอยกข้อเขียนของอาจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ (ในมติชนสุดสัปดาห์) มาเพิ่มให้อีกว่า

ยังเท่ากับติดตั้งพลังแห่งความรู้ที่จะคิดเองเป็น แล้วทำให้เกิดเสรีชน อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของความเป็นมนุษย์และพลเมือง (ในระบบเลือกตั้งอย่างประชาธิปไตย)

ในห้องสมุดไม่มีหนังสือเด็กให้อ่าน เพราะคนดูแลห้องสมุดไม่อ่านหนังสือเด็กๆ

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ พูดคุยกับเด็กๆ ระหว่างเป็นประธานเปิดงานวันหนังสือเด็กแห่งชาติ และร่วมวาดภาพการ์ตูน พ่อแม่ลูกอ่านหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๗ และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ ๗ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯจัดพิมพ์คูปองมูลค่า ๑๐๐ บาท จำนวน ๑ หมื่นใบ แจกให้แก่เด็กและเยาวชน อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง ๑๕ ปี จำนวน ๑ หมื่นคน (ภาพและคำบรรยายจาก โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๒ หน้า A๒)


ด้วยเหตุนี้เอง คุณ มกุฏ อรฤดี (บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ผีเสื้อ) ถึงสร้างโครงการ "ระบบหนังสือหมุนเวียน" ขึ้นมาแบ่งปันให้ผู้คนได้รู้ แล้วลงมือแลกเปลี่ยน

"หมุนเวียนหนังสือ มีหนังสือหนึ่งเล่ม แลกอ่านกับเพื่อนหนึ่งฅน-สองฅน-สามฅน-สี่ฅน-ล้านฅน-สิบล้าน-หกสิบล้านฅน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน แลกเปลี่ยนกัน พูดคุย ถามไถ่ทุกข์สุข ช่วยเหลือกัน ยิ้มแย้ม หัวเราะ รื่นเริง เป็นมิตร

แต่นั่น--เห็นไหม ขนมหมดไปทีละชิ้น เหลือแต่หนังสือ แล้วเราก็กลับบ้านด้วยหัวใจเป็นสุข โรงเรียนทั้งหลายต่างมี หนังสือ ให้เด็กๆ แลกกันอ่าน ดีไหม"

คุณมกุฏยังบอกอีกว่า "การมีโอกาสอ่านหนังสือดี นับเป็นโชคของมนุษย์"

เรื่องหมุนเวียนหนังสือ ผมเคยเขียนบอกกระทรวงศึกษาธิการนานหลายวันแล้ว ให้บริหารจัดการ ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ที่มีทั่วประเทศอย่างมีคุณภาพ แล้วแลกเปลี่ยนแบ่งปันหนังสือกันได้

แต่ทว่า "ประเทศไทย--หากรัฐบาลไม่ใส่ใจเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่าน การเรียนรู้ และสรรพวิชาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดการด้านความรู้ ความคิด ความเข้าใจในระบบหนังสือ ตั้งแต่ราก ให้หยั่งลึก ปักโคนมั่นคง ทั่วถึงและไม่คิดเพียงต่อยอดอย่างง่ายๆ หรือหวังผลใกล้ๆ ตื้นๆ เร็วๆ เสียแต่วันนี้

อย่านับด้วยร้อยปีเลย จวบวารสิ้นโลก กระทั่งบังเกิดดาวมนุษยชาติดวงใหม่ เราก็จะยังล้าหลังเรื่อง หนังสือ สืบไปชั่ว นิรันดร์"

ย้อนกลับไปเรื่องห้องสมุดประชา ชน (เขียนเมื่อวาน) ที่ไม่ใช่สมบัติของประชาชน ส่งผลให้การอ่านเป็นวาระของชาติที่ไม่อ่าน (หนังสือ)

แต่กระทรวงศึกษาฯมีห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ทั่วประ เทศ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย ยังคงปล่อยให้ตกอยู่ในอำนาจบริหารจัดการของคนไม่เห็นคุณค่าหนังสือ แล้วไม่เห็น "หัว" ประชาชนชาวบ้าน


ที่มา : มติชนรายวัน วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ หน้า ๒๑



   
   
กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปบทความที่เกี่ยวข้อง > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >