เมื่อรัฐบาลไม่รู้จัก ‘หนังสือ’ จะให้ผู้คนในชาติอ่านหนังสือกันมากๆ ได้อย่างไร
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > ห้องสนทนา : ห้องบรรณาธิการต้นฉบับ > กระทู้
 
 
         
    กระทู้    
         
  ภาษาไทย ครั้งที่ ๒๐  ลองตรวจแก้ต้นฉบับ จากผู้อ่าน(มาจากหนังสือ)    
       
  ข้อความต่อไปนี้ ผู้อ่านส่งมา---บอกว่า ลอกมาจากหนังสือ(ไม่ได้บอกว่าหนังสือเล่มใด)
-------------------------------------------------------------
ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก เขาจึงสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา หรือแม้กระทั่งเสียงก็หายไป
 
    พรสวรรค์ส่วนหนึ่งของเขาคือ ความสามารถที่จะมองการไร้ความสามารถนี้เป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์อันเบิกบาน  มองโลกในแง่ดีตลอเวลา 
 
    เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง ซึ่งต้องมีคนป้อนข้าวให้เขา หรือแม้กระทั่งไม่สามารถพูดจาปราศรัยกับใครได้เลย

 การป่วยคราวนั้นทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการพูดมาตั้งแต่บัดนั้น
 
    “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณไร้ความสามารถทางกายภาพ คุณไม่สามารถที่จะเป็นคนไร้ความสามารถทางจิตไปด้วยได้”
--------------------------------------------------------------

คำถามคือ


๑. ข้อความข้างต้นนี้  ควรต้องแก้ไขหรือไม่
๒. หากต้องแก้ ต้องแก้ที่ใดบ้าง---ให้แก้ทีละย่อหน้า

ส่งคำตอบในกระทู้นี้ 
หมดเขตวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๒
--------------------------------------------------------------
รางวัล ๓ รางวัล (รวม ๘ รางวัล)
รางวัลที่ ๑ ไปเที่ยวกับคณะผีเสื้อในงานแนะนำหนังสือ ๒ รางวัล (รางวัลละ ๑ ที่นั่ง)
รางวัลที่ ๒ หนังสือปกแข็งของผีเสื้อ รางวัลละ ๒ เล่ม จำนวน ๓ รางวัล
รางวัลที่ ๓ หนังสือสุขภาพของผีเสื้อ รางวัลละ ๔ เล่ม จำนวน ๓ รางวัล

   
       
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๑ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๒:๔๗ น. ]    
       
  แสดงความคิดเห็น | แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม | ส่งต่อให้เพื่อน | พิมพ์หน้านี้     
         
         

  ความคิดเห็นที่ ๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  สงสัยน่ะค่ะ
ว่านี่เป็นเรื่องแปลหรือว่าเขียนโดยคนไทยคะ เพราะอ่านสำนวนเหมือนแปลมา แต่ว่ามีป้อนข้าวด้วย (แต่หลายประเทศก็กินข้าวเหมือนเรา)
คือถ้าแปลมา จะได้เก็บบางคำไม่ให้เพี้ยนจากต้นฉบับ ไม่งั้นจะได้แก้เป็นสำนวนไทยให้หมดเลย..
 
  
     
  จากคุณ คุณนายจอห์นสัน - [ ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๒  ๐๕:๒๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  สวัสดีครับ

ได้รับคำขยายความจากเจ้าของเรื่อง ที่ส่งต้นฉบับนี้มา แจ้งว่า
เรื่องนี้ ตัวละครเป็นฝรั่ง เหตุเกิดในต่างประเทศทั้งหมด
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๓:๔๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   โปรดส่งคำตอบในกระทู้นี้ครับ
ขอให้สนุก
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๑:๔๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  จะค่อยๆเฉลยเป็นรายๆไปนะครับ
อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน หรือนานกว่านั้น
แต่ขอรับรองว่า มีรางวัลสำหรับทุกสำนวน
และจะตรวจแก้ต้นฉบับเปรียบเทียบ
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด(๑) - [ ๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๓:๒๑ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
     ตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก เขาจึงเดินเหินไปไหนมาไหนได้ด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานอวัยวะต่างๆก็ใช้งานไม่ได้เรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา หรือแม้กระทั่งเสียงก็หายไป

ข้อดีอย่างหนึ่งของเขา คือคิดเสมอว่าความพิการนี้เป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์เบิกบานมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา 
(หรือ พรสวรรค์อย่างหนึ่งของเขา คือความสามารถที่จะมองสิ่งนี้ว่าเป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์เบิกบานมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา)

    เขาแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้ต้องมีคนป้อนให้ หรือแม้กระทั่งพูดจาปราศรัยกับใครก็ไม่ได้เลย
    ความเจ็บป่วยทำให้เขาพูดไม่ได้มาตั้งแต่บัดนั้น (หรือ ความเจ็บป่วยคราวนั้นทำให้เขาพูดไม่ได้)
 
    “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณพิการทางร่างกาย คุณไม่จำเป็นต้องพิการทางใจไปด้วย”
(หรือ หากคุณไร้ความสามารถทางกาย ก็ไม่ทำให้คุณไร้ความสามารถทางใจไปด้วย)
..
  
     
  จากคุณ Ms. Johnson - [ ๑๗ ม.ค. ๒๕๕๒  ๐๖:๕๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  -------ความเห็น

ย่อหน้าที่ ๒ มี คำผวน อยู่ด้วยครับ

ควรสังเกตคำว่า หรือแม้กระทั่ง ทั้งสองครั้ง จะใช้คำว่า แม้แต่ ดีไหมครับ

ความสามารถที่จะมองสิ่งนี้ว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่ภาษาไทยครับ

ลองใช้ว่า  เขาปลงตกว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องเล็ก
หรือ  เขาเห็นว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องเล็ก
 
คำว่า ไร้ความสามารถทางกาย และ ไร้ความสามารถทางใจ เป็นคำที่แปลก

ลองนึกถึงคำว่า  ร่างกายที่ไร้สมรรถภาพ
หรือ จิตใจที่ไร้---จะใช้คำอะไรต่อก็ได้ เช่น
จิตใจที่ไร้ค่า
จิตใจที่ไร้สำนึก
จิตใจที่ไร้ความหมาย ฯลฯ
 
ในย่อหน้าที่ ๓ รูปประโยค
เขาแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้ต้องมีคนป้อนให้

ทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลุมเครือได้ ลองเพิ่มคำสักคำ-สองคำ เป็น
เขาแต่งตัวไม่ได้ เขียนหนังสือเองไม่ได้ กินอาหารเองก็ไม่ได้ ต้องให้ฅนป้อน
----------------------------------------------------
บรรณาธิการตัวจริงบอกว่า ให้ผู้ร่วมสนุกส่งคำตอบแต่ละฅนเลือกรางวัลเอง

ใครคิดว่าตนเองควรได้รางวัลที่ ๒ หรือรางวัลที่ ๓ โปรดระบุต่อท้าย หลังการเฉลย

 
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด(๑) - [ ๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๓:๔๓ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   
1.ควรแก้ไขคะ คิดว่าน่าจะแก้ไขตามข้างล่างคะและตัดข้อความหรือเติมบางคำลงไป 
2.ตามนี้คะ
ในตอนแรกอาการเจ็บป่วยของเขายังไม่หนักมาก เขาจึงสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการควบคุมอวัยวะต่างๆไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา หรือแม้กระทั่งเสียงก็หายไป
    ข้อดีอย่างหนึ่งของเขาคือ สามารถที่จะมองอาการเจ็บป่วยครั้งนี้เป็นเรื่องเล็ก มีอารมณ์อันเบิกบาน  และมองโลกในแง่ดีได้ตลอดเวลา 
    เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีคนป้อนอาหารให้เขา ไปจนกระทั่งการใช้เสียงซึ่งเขาไม่สามารถพูดจาปราศรัยกับใครได้เลย

    ความเจ็บป่วยคราวนั้นทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการพูด
 
    “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณมีการเจ็บป่วยทางกาย คุณไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วยทางใจไปด้วย”
  
     
  จากคุณ Dragon - [ ๑๗ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๓:๐๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  ความเห็น

๑. เขาจึงสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า
แปลว่า---  เขาจึงเดินเหินไปไหนมาไหนได้ด้วยไม้เท้า
๒. สูญเสียความสามารถในการควบคุมอวัยวะต่างๆ
แปลว่า--- เขาควบคุมอวัยวะต่างๆไม่ได้

๓. แม้กระทั่งเสียงก็หายไป
ควรแก้เป็น--- แม้แต่เสียงก็หายไป
๔.  ข้อดี เป็นคำผวน
๕. สามารถที่จะมองอาการเจ็บป่วยครั้งนี้เป็นเรื่องเล็ก
แปลว่า--- เห็นว่าการเจ็บป่วยครั้งนี้เป็นเรื่องเล็ก
๖.  เขาไม่สามารถแต่งตัว
แปลว่า--- เขาแต่งตัว(เอง)ไม่ได้
หรือ--- เขาไม่อาจแต่งตัวเองได้
๗.   เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง
ประโยคนี้ทำให้คลุมเครือว่า เขากินอาหารเองได้หรือไม่
๘. จำเป็นต้องมีคนป้อนอาหารให้เขา
ประโยคเช่นนีเ มักจะอธิบายกันว่า คำ เขา จำเป็นหรือไม่ ถ้าตัดออกจะเข้าใจดีหรือไม่
หรือถ้าตัดเขาท้ายประโยคออกไป จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่า ป้อนอาหารให้ฅนอื่น หรือไม่
๙. จนกระทั่งการใช้เสียง
ควรแก้เป็น--- แม้แต่การใช้เสียง
 หรือ--- แม้แต่การพูด
๑๐. เขาไม่สามารถพูด
แปลว่า--- เขาพูดไม่ได้
๑๑. เขาสูญเสียความสามารถในการพูด
แปลว่า--- เขาพูดไม่ได้ 
๑๒. ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต
แปลว่า--- ผมรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต 
(ประโยคที่ว่า ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต แปลได้ว่า ผมรู้สึกเบื่อหน่าย และชัีวิต)
๑๓. หากคุณมีการเจ็บป่วยทางกาย
แปลว่า--- หากคุณเจ็บป่วยทางกาย 
หรือ--- หากกายของคุณเจ็บป่วย
----------------------------------------------
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด(๑) - [ ๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๔:๐๙ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  คำตอบ 

๑.
 ข้อความที่ยกมา ควรแก้ไข
๒. ดังนี้ 
--------------------------------------------------------------
 
ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก เขาจึงสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้โดยใช้ด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆก็ใช้การไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา หรือแม้กระทั่งเสียงก็หายไป
 
    พรสวรรค์ส่วนประการหนึ่งของเขาคือ ความสามารถในการที่จะมองความสูญเสียการไร้ความสามารถนี้เป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์อันเบิกบาน  มองโลกในแง่ดีได้ตลอเวลา 
 
    เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเองได้ ซึ่งต้องมีคนป้อนข้าวให้เขา หรือแม้กระทั่งไม่สามารถพูดจาปราศรัยกับใครก็ไม่ได้เลย

 การป่วยคราวนั้นทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการพูดไม่ได้มาตั้งแต่ป่วยคราวบัดนั้น
  
    “ก่อนที่เป็นโรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ผมคิดว่าแต่ตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณไร้ความสามารถทางกายภาพ คุณไม่สามารถที่จะเป็นคนไร้ความสามารถทางจิตไปด้วยได้เมื่อร่างกายคุณอ่อนแอ จิตใจจะไม่อ่อนแอไปด้วยหรอก

 
  
     
  จากคุณ พวงมะพร้าว - [ ๑๗ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๑:๕๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  --------ความเห็น
๑. เดินเหินไปไหนมาไหนได้โดยใช้ไม้เท้า
เรามักจะใช้ว่า--- เดินเหินไปไหนมาไหนได้ด้วยไม้เท้า

๒. 
อวัยวะต่างๆก็ใช้การไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา แม้กระทั่งเสียงก็หายไป
ประโยคข้างต้น ใช้คำว่า แม้กระทั่ง  น่าจะเนื่องจากเลี่ยงคำ แม้แต่ 
เพราะมีคำ ตั้งแต่ อยู่ข้างหน้า นับเป็นการสังเกตคำที่ดี 
แต่เมื่อคำว่า แม้กระทั่ง หรือ กระทั่ง นั้น ควรใช้ในกรณีอื่นที่มิใช่กรณีนี้ ก็ควรพิจารณาต่อไปว่า
เราจะเปลี่ยนคำ ตั้งแต่ ข้างหน้านั้น ได้หรือไม่ ---ลองสังเกต
 
อวัยวะต่างๆก็ใช้การไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก(หรือ นับจาก)แขน ขา แม้แต่เสียงก็หายไป

การหลีกเลี่ยงคำเพื่อมิให้คำซ้ำกันเช่นนี้ เป็นเรื่องสนุก


๓. 
พรสวรรค์ประการหนึ่งของเขาคือ  ความสามารถในการมองความสูญเสียนี้เป็นเรื่องเล็ก

ลองดูประโยคต่อไปนี้---

ก. พรสวรรค์ประการหนึ่งของเขาคือ การเห็นความสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก
ข. พรสวรรค์ประการหนึ่งของเขาคือ การเห็นว่าความสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก
ค. พรสวรรค์ประการหนึ่งของเขาคือ การรู้สึกว่าความสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก

เรามักจะลืมไปแล้วว่า ภาษาไทยมีคำต่างๆ ตามลำดับ มากกว่าคำว่า มอง ที่ใช้ในปัจจุบัน

เช่น
ก. เขาเห็นว่าการสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก (เริ่มเห็นก่อน)
ข. เขาคิดว่าการสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก (ถัดจากเห็นจึงเริ่มคิด)
ค. เขารู้สึกว่า การสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก (ถัดจากคิด ก็ รู้สึก)
ง.  เขาสรุป (หรือบางที่ใช้คำว่า ปลง หรือปลงตก)ว่าการสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก (กระจ่างแก่ใจแล้ว)

แต่ในปัจจุบันมักใช้ มอง  น่าสังเกตความหมายของคำ มอง
ว่ากันให้ลึกซึ้ง การมองนั้น อาจจะเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ เป็นเพียงกิริยาภายนอก ไม่มีความหมายอะไร
 
ประโยคที่มักใช้กันว่า ผมมองว่าอย่างนั้น ผมมองเรื่องนี้อย่างนี้ นักการเมืองฅนหนึ่งเริ่มใช้
ขณะที่ใช้ เขาคงคิดแล้วว่า เพียงแต่ มอง นะ ไม่ได้ คิด หรือเชื่อ หรือแม้แต่ รู้สึก
จึงไม่ต้องรับผิดชอบอะไร หากเรื่องนั้นจะผิดไปจากที่พูดหรือบอกฅนอื่น

เมื่อสื่อสารมวลชนนำคำนี้มาเผยแพร่ ฅนทั่วไปจึงใช้กันแพร่หลาย
มิได้คำนึงถึงว่า คำ แต่ละคำมีความหมายอย่างไร

มองโลกในแง่ดีได้ตลอเวลา 
มอง ในประโคหลังนี่สิครับ จึงถูกต้อง
 
๔.    เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารด้วยตัวเองได้ ต้องมีคนป้อนข้าว
ลองดูประโยคต่อไปนี้ครับ---
ก. เขาสวมเสื้อผ้าเองไม่ได้ เขียนหนังสือไม่ได้ กินอาหารเองก็ไม่ได้ ต้องให้ฅนป้อน
ข. เขาไม่อาจแต่งตัวได้เอง เขียนหนังสือก็ไม่ได้ แม้แต่กินอาหาร ก็ต้องให้ฅนป้อน

ขอให้พิจารณา  ต้องเพ่งเล็งคำว่า อาหาร ป้อนข้าว หรือกินข้าว เป็นพิเศษ
หากเรื่องนั้นเป็นเรื่องแปล หรือตัวละครเป็นฝรั่ง ดังที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตแล้วว่า 
ตัวละครฝรั่งมักไม่กินข้าว โดยเฉพาะฝรั่งที่ไม่ได้ผูกสัมพันธ์กับเอเชีย หรือเรื่องเก่าๆ
---------------------------------------------------------------------

บรรณาธิการตัวจริงบอก
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๓ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๖:๔๙ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  1. ควรแก้ไขค่ะ
2. แก้ไขเป็นดังนี้
 
ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก เขาจึงเดินเหินไปไหนมาไหนได้โดยใช้ไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็ไม่สามารถใช้อวัยวะต่างๆ  ตั้งแต่แขนไปจนถึงขา หรือจนกระทั่งพูดไม่ได้ 

    พรสวรรค์ส่วนหนึ่งของเขาคือ สามารถที่จะมองอาการป่วยนี้เป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์อันเบิกบาน  มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา 
 
    เขาแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้ ต้องมีคนป้อนข้าวให้ หรือแม้กระทั่งพูดจาปราศรัยกับใครไม่ได้เลย

 การป่วยคราวนั้นทำให้เขาพูดไม่ได้ตั้งแต่นั้นมา
 
    “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก แม้คุณพิการทางร่างกาย ก็ไม่ได้ทำให้คุณพิการทางจิตใจไปด้วย”
 
 
  
     
  จากคุณ mik - [ ๑๘ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๐:๒๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  ----ความเห็น
ลองพิจารณาประโยคต่อไปนี้นะครับ
 

๑. เขาจึงเดินเหินไปไหนมาไหนได้โดยใช้ไม้เท้า 

๒. ไม่สามารถใช้อวัยวะต่างๆ 

๓. หรือจนกระทั่งพูดไม่ได้ 

๔. สามารถที่จะมองอาการป่วยนี้เป็นเรื่องเล็ก

๕.  เขาแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้ 

๖. ต้องมีคนป้อนข้าวให้ 

๗. หรือแม้กระทั่งพูดจาปราศรัยกับใครไม่ได้เลย

๘.  การป่วยคราวนั้นทำให้เขาพูดไม่ได้ตั้งแต่นั้นมา

๙. ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต 
-----------------------------------------------
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๓ มี.ค. ๒๕๕๒  ๒๓:๐๗ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักหนา เขายังเดินเหินไปไหนมาไหนได้ด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา จนที่สุดเสียงพูดก็หายไป
 
    พรสวรรค์หนึ่งของเขาคือ ความสามารถที่จะมองอาการพิการนี้เป็นเรื่องเล็ก และยังเบิกบานใจมองดูโลกในแง่ดีได้ตลอด
 
    เขาผู้ไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง ยังต้องมีคนป้อนข้าวให้ และยังไม่อาจพูดจาปราศรัยกับใครได้อีก

 การป่วยคราวนั้นทำให้เขาพูดไม่ได้มาตั้งแต่บัดนั้น
 
    “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ตอนนี้ผมกลับมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณพิการทางกาย คุณก็ไม่จำเป็นต้องพิการทางใจไปด้วยนี่นา”
--------------------------------------------------------------
นี่น่าจะดูเป็นคำพูดคำจาของคนจริงๆ นะ(เข้าข้างตัวเอง)
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๘ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๐:๕๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักหนา เขายังเดินเหินไปไหนมาไหนได้ด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา จนที่สุดเสียงพูดก็หายไป
 
    พรสวรรค์หนึ่งของเขาคือ ความสามารถที่จะมองอาการพิการนี้เป็นเรื่องเล็ก และยังเบิกบานใจมองดูโลกในแง่ดีได้ตลอด
 
    เขาผู้ไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง ยังต้องมีคนป้อนข้าวให้ และยังไม่อาจพูดจาปราศรัยกับใครได้อีก

 การป่วยคราวนั้นทำให้เขาพูดไม่ได้อีกเลย
 
    “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ตอนนี้ผมกลับมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณพิการทางกาย คุณก็ไม่จำเป็นต้องพิการทางใจไปด้วยนี่นา”
**************************
..แฮ่ม ขอแก้เพื่มใหม่นะคะ..................
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๒๐ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๒:๐๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  ข้อสังเกต---
 
๑. ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักหนา 

๒. แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆ

๓. การใช้อวัยวะต่างๆไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา จนที่สุดเสียงพูดก็หายไป
๔.   เขาผู้ไม่สามารถแต่งตัว

๕. หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง

๖. ยังต้องมีคนป้อนข้าวให้

๗. และยังไม่อาจพูดจาปราศรัยกับใครได้อีก

๘. ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต

ประโยคและวลีเหล่านี้คือภาษาไทยที่น่าจะตั้งข้อสังเกต
โดยเฉพาะหากจะแก้ต้นฉบับที่มีรูปประโยคทำนองนี้
จะมาพูดคุยต่ออีกที---คำเฉลยนี้ยังไม่จบครับ

 
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๐:๓๕ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
  
     
  ๑.  ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักหนา 
หนา คือ สร้อยคำ เช่น "อย่างนี้แหละหนา" มีความหมายเช่นเดียวกับ "อย่างนี้นั่นแหละ"
ประโยคที่ยกตัวอย่างมาตั้งข้อสังเกต ก็เพื่อให้เราฉุกคิดว่า คำบางคำที่เกินมา 
อาจทำให้ความหมายของประโยคเปลี่ยนไปได้ เพราะภาษาไทยเป็นภาษากวี
ดังนั้น ประโยคที่ว่า "    ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักหนา"
อ่านแล้วอาจเคลิ้มไปว่า "ตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักนั่นแหละ"
แทนที่จะบอตรงๆว่า "ตอนแรกอาการป่วยของเขายังไม่หนัก" หรือ "ตอนแรกอาการป่วยของเขายังไม่มาก"
 ข้ออื่นจะตามมาคุยกันครับ

  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๒ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๕:๑๕ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ๑. ข้อความข้างต้นนี้ควรแก้ไขค่ะ
๒. ต้องแก้ไขทุกย่อหน้า โดยแก้ไขดังนี้ค่ะ
---------------------------------------------------
ตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า ต่อมาอวัยวะต่างๆ ไม่สามารถใช้การได้ตั้งแต่แขน ขา หรือแม้แต่เสียงก็หายไป
พรสวรรค์ข้อหนึ่งของเขา คือ มองเห็นความไร้สมรรถภาพทางกายนี้เป็นเรื่องเล็ก มีอารมณ์เบิกบาน และมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
เขาแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้ต้องมีคนช่วยเหลือ แม้กระทั่งพูดจาปราศัยกับใครก็ไม่ได้เลย
ความเจ็บป่วยทำให้เขาพูดไม่ได้ตั้งแต่นั้นมา
“ก่อนที่ผมจะป่วยเป็นโรคร้าย ผมรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณไร้ความสามารถทางร่างกาย ก็ไม่ทำให้คุณไร้จิตใจไปด้วย”
 
  
     
  จากคุณ kassie155 - [ ๒๐ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๓:๓๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  นับถอยหลัง
หมดเขตวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราค นี้ เวลา ๒๔.๐๐ น.ครับ
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๔ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๒:๑๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   
ส่งช้าไปแต่อยากมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นค่ะ
ตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมากจึงสามารถเดินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า แต่ต่อมาไม่นานเขาได้สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่าง ๆ ตั้งแต่แขนขา หรือแม้แต่เสียงก็หายไป
สิ่งที่ดีของเขาคือ การมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา โดย เห็นการไร้ความสามารถ เป็นเรื่องเล็กน้อยและมีอารมณ์อันเบิกบาน
เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือ กินข้าวได้ด้วยตัวเองต้องมีคนคอยป้อนให้ อีกทั้งไม่สามารถพูดจากับใครได้เลย การป่วยครั้งนี้ทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการพูดมาตั้งแต่บัดนั้น
"ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีกการที่คุณไร้ความสามารถทางกาย ไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนไร้ความสามารถทางจิตไปด้วย"
 
 
  
     
  จากคุณ นภาพร - [ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๓:๔๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   ช้าไปวันนึงแล้ว ลองปรับแก้ให้เป็นภาษาผมเอง คิดว่าอ่านเข้าใจได้ แต่อาจจะ "เรียบเรียง" โดยใช้คำศัพท์ใหม่ อาจต่างจากศัพท์เดิมที่ถอดความาทั้งดุ้นหรือทั้งยวง (อันนี้ไม่สามารถเห็นต้นฉบับได้)
"...

ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก จึงสามารถเดินไปไหนมาไหนโดยใช้ไม้เท้า แต่ไม่นานอวัยวะต่างๆ ก็อ่อนแรงลงเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา แม้กระทั่งเสียงก็แหบหาย
เขามีพรสวรรค์อย่างหนึ่ง คือมองโลกในแง่ดี จึงมองสมรรถภาพที่เสื่อมถอยของตนเองเป็นเรื่องเล็กน้อย และมีอารมณ์เบิกบานอยู่เสมอ
เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้ ต้องอาศัยคนช่วย เช่น ช่วยป้อนข้าวป้อนน้ำ แม้แต่พูดจาปราศรัยกับคนทั่วไปก็ยังทำไม่ได้ กล่าวคือ เขาไม่สามารถพูดได้อีกต่อไปนับตั้งแต่ป่วยคราวนั้น  
 ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมเบื่อหน่ายชีวิต แต่ตอนนี้คิดว่ามีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก ถึงร่างกายคุณจะไร้สมรรถภาพ แต่จิตใจคุณต้องไม่ไม่พิการตามไปด้วย


..."
 
อยากถามบก.ด้วยว่า "แปลตรงตัวแล้วงง กับแปลแบบเรียบเรียงแต่คนไทยเข้าใจ" อย่างไหนน่าจะเหมาะมากกว่ากัน 
ถ้าอย่างแรกคนอ่านอาจเข้าใจอยาก 
ถ้าอย่างหลังก็จะบอกว่าไม่คงเอกลักษณ์ของต้นฉบับไว้
ฝากด้วยนะครับ
  
     
  จากคุณ บอยน์ - [ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๕:๑๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  นั่นสิืคะ ..
เคยแปลข้อมูลส่งอาจารย์แต่ใช้วิธีจีบใจความแล้วแปลให้เสร็จๆ เพื่อรีบส่งให้ทัน เพราะสำนวนต้นฉบับน่ะวิชาการซะเหลือเกิน ประโยคก็ช่างซับซ้อนน่าเวียนหัว แก้แล้วเกลาอีกถ้าจะให้ได้ดังใจเห็นต้องฝึกอีกซัก 10 ปี ถึงจะได้เรื่องที่ตรงต้นฉบับแน่
และเคยซื้อหนังสือทำนายดวงชะตาตามราศี แต่แปลได้ภาษามนูษย์ต่างดาวมาก รู้เลยว่าแปลตามลำดับบริบทของต้นฉบับแน่ๆ แต่เฮาคนไทยอ่านบ่ฮู้เฮื่องเน้อ...บางทีค้นเจอแล้วจะบอกชื่อหนังสือให้เป็นตัวอย่างนะคะ..ไม่น่าเชื่อว่าบรรณาธิการให้ผ่านวางแผงขายได้ไง งง!
สรุปแล้วในการแปลควรมีหลักอย่างไรบ้างคะ
 
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๘:๕๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ข้อความในเรื่องนี้ที่ประทับใจมากคือ
 
ทุกวันนี้โรคกล้ามเนื้อตายไม่มีความหมายต่อเขาเลย ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่องานของเขาเลย เขาบอกว่า "ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณไร้สามารถทางกายภาพ คุณไม่สามารถที่จะเป็นคนไร้ความสามารถทางจิตไปด้วยได้" มีอยู่สิ่งเดียวที่ทำให้เขาเสียใจมากที่สุดเพราะโรคนี้ก็คือการที่มันทำให้เขาไม่สามารถเล่นกับลูกๆ ได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็พยายามที่จะเล่นกับลูกๆ ด้วยการใช้รถเข็นไล่ตามลูกๆ ไปทั่วสวน โดยเขาพยายามทำดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

 
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๒๗ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๘:๑๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ย่อหน้าที่ ๑ : ในตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก เขาจึงสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา หรือแม้กระทั่งเสียงก็หายไป
แก้ : ตอนแรกอาการของเขายังไม่หนักมาก ยังเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยไม้เท้า แต่ไม่นานอวัยวะต่างๆ ก็เสียหายไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แขน ขา กระทั่งเสียงก็หายไป
ย่อหน้าที่ ๒ : พรสวรรค์ส่วนหนึ่งของเขาคือ ความสามารถที่จะมองการไร้ความสามารถนี้เป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์อันเบิกบาน  มองโลกในแง่ดีตลอเวลา
แก้ : ข้อดีของเขาคือเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก และมีอารมณ์อันเบิกบาน  มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
ย่อหน้าที่ ๓ : เขาไม่สามารถแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง ซึ่งต้องมีคนป้อนข้าวให้เขา หรือแม้กระทั่งไม่สามารถพูดจาปราศรัยกับใครได้เลย
แก้ : เขาแต่งตัว เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหารด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องมีคนป้อน พูดจาปราศรัยกับใครก็ไม่ได้
ย่อหน้าที่ ๔ : การป่วยคราวนั้นทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการพูดมาตั้งแต่บัดนั้น
แก้ : ผลของอาการป่วยคราวนั้นทำให้เขาพูดไม่ได้
ย่อหน้าที่ ๕ : “ก่อนที่โรคร้ายจะก่อตัวขึ้น ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก หากคุณไร้ความสามารถทางกายภาพ คุณไม่สามารถที่จะเป็นคนไร้ความสามารถทางจิตไปด้วยได้”
แก้ : “ก่อนโรคร้ายจะก่อตัว ผมรู้สึกเบื่อชีวิต ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีความสุขมากกว่าเดิมเสียอีก ผมเชื่อว่าหากคุณเจ็บป่วยทางกาย  คุณก็ไม่ควรเจ็บป่วยทางใจไปด้วย”
แหะ แหะ มาสาย
อยากมาบอกว่า..ได้รับ 'บทเพลงฤดูใบไม้ผลิ' แล้ว ขอบพระคุณขอรับท่านบรรณาธิการฝึกหัด(ฝึกหัดจริง ๆ) และทีมงาน
คารวะ 
  
     
  จากคุณ ธุลีดิน - [ ๒๘ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๙:๔๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   ??..........  
     
  จากคุณ รอเฉลย - [ ๓ ก.พ. ๒๕๕๒  ๑๘:๓๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ความเห็นที่ ๑๙ ...แสดงว่าไม่รู้จักผีเสื้อตัวจริง  
     
  จากคุณ หน่อจุเหล้ - [ ๓ ก.พ. ๒๕๕๒  ๑๘:๕๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ไม่ได้มาเร่งเร้าเอาเฉลยนะคะ แต่สงสัยเกี่ยวกับรางวัลที่ ๑ เพราะว่ายังไม่ได้เฉลยเลย แล้วแบบนี้คนที่ได้รางวัลที่ ๑ จะได้ไปเที่ยวกับคณะผีเสื้อในงานแนะนำหนังสือหรือเปล่าคะ
ไม่ได้โน่น นี่ นั่น นะคะ แต่แบบว่าสงสัยจริงๆ ค่ะ อย่าว่ากันน๊า 
  
     
  จากคุณ สงสัยจ้า - [ ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๒  ๒๓:๐๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  สวัสดีครับ

ขออภัยที่ส่งข่าวล่าช้าไป เนื่องจากมัวยุ่งในการเตรียมงาน

การพิจารณาชั้นต้นสรุปแล้ว ไม่มีผู้ได้รับรางวัลที่ ๑
ส่วนรางวัลอื่นๆ กำลังพิจารณาครับ
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๒  ๑๕:๕๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
     
  
  
     
  จะค่อยๆเฉลยเป็นรายๆไปนะครับ
อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน หรือนานกว่านั้น
แต่ขอรับรองว่า มีรางวัลสำหรับทุกสำนวน
และจะตรวจแก้ต้นฉบับเปรียบเทียบ
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด(๑) - [ ๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๓:๒๔ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
  
     
  โปรดย้อนกลับขึ้นไปดูท้ายคำตอบ ของแต่ละคำตอบครับ
 
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด(๑) - [ ๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๓:๒๗ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  บรรณาธิการตัวจริงบอกว่า ให้ผู้ร่วมสนุกส่งคำตอบแต่ละฅนเลือกรางวัลเอง

ใครคิดว่าตนเองควรได้รางวัลที่ ๒ หรือรางวัลที่ ๓ โปรดระบุต่อท้าย หลังการเฉลย

จะค่อยๆเฉลยเป็นรายๆไปนะครับ
อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน หรือนานกว่านั้น
แต่ขอรับรองว่า มีรางวัลสำหรับทุกสำนวน
และจะตรวจแก้ต้นฉบับเปรียบเทียบ
สำหรับตัวเองจะรอคุณบรรณาธิการฝึกหัดอ่านเปรียบเทียบและพิจารณาการให้รางวัลเองดีกว่าค่ะ
เพราะสิ่งที่ได้รับแล้วในตอนนี้ คือ "ความรู้" ค่ะ
 
  
     
  จากคุณ mik - [ ๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๒๑:๒๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ขอโหวตให้รางวัลคนตรวจด้วยค่ะ
ทำงานหักโหมกว่าคนเล่นเสียอีก.....
  
     
  จากคุณ มิสซิสจอห์นสัน - [ ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๖:๑๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ชอบการตรวจคำตอบแบบนี้มากค่ะ ทำให้ได้เรียนรู้ภาษาไทยได้ถนัดใจ ได้ฉุกคิด และต่อไปจะได้รอบคอบระวังมากขึ้นมากขึ้น เข้าไปอ่านทุกคำตอบเลย..ที่ว่ายังไม่จบสิ้น...จึงยังรอคอยที่จะเรียนรู้จากบรรณาธิการต่อไปอีกแน่นอน
ขอบคุณมากเลยค่ะ
..เอาไปเลย 5 ใจ
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๙:๐๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  นี่คือวิธีทำงานตรวจแก้ต้นฉบับของผีเสื้อ
ทุกเรื่อง ทุกหน้า ทุกบรรทัด ทุกประโยค ทุกวลี และ ทุกคำ
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๒  ๒๐:๐๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  มิน่าถึงกล่าวว่า "การทำหนังสือดีก็เหมือนสร้างโบสถ์วิหาร"
เพราะต้นฉบับแต่ละเรื่องกว่าจะตรวจเสร็จก็คงนานเหมือนสร้างโบสถ์วิหารเลยเชียว..
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๑๒ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๘:๒๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  บรรณาธิการตัวจริงบอกว่า
"แม้จะพยายามตรวจแก้ละเอียดถี่ถ้วนอย่างไรก็ตาม
เมื่อเป็นหนังสือก็อาจพบข้อบกพร่องผิดพลาดได้---"
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๓ มี.ค. ๒๕๕๒  ๐๐:๓๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  มีอีเมลถามว่า จะเฉลยต่อหรือไม่
ขอตอบว่า จะเฉลยต่อไปจนครบครับ---แต่ขณะนี้ ต้องรอก่อน
เพราะทุกฅนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานเวนาโครงการวิจัย
วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคมนี้ ถ้าว่าง จะไปเฉลยกันที่นั่นก็ได้ครับ
บรรณาธิการไปกันหลายฅน
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๕ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๗:๐๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 

แสดงความคิดเห็น :
สีพื้น :
ตำแหน่ง :
ชื่อผู้ส่ง :
       
     
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
การมีโอกาสอ่านหนังสือดี นับเป็นโชคของมนุษย์