ส่งความคิดเห็นไปยังเว็บไซต์ bflybook.com ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > ห้องสนทนา : ห้องบรรณาธิการต้นฉบับ > กระทู้
 
 
         
    กระทู้    
         
  เรื่องของการแสดง"อนาคต" จะ / กำลังจะ / จะ...แล้ว / กำลังจะ...แล้ว    
       
  ขอถามความเห็นสักหลายๆประโยคนะครับ เป็นเรื่องของการแสดง"อนาคต"
 
๑. เขาจะไปเชียงใหม่
๒. เขากำลังจะไปเชียงใหม่ (อาทิตย์หน้า..เดือนหน้า)
๓. เขาจะไปเชียงใหม่แล้ว (อีกไม่นานนี้)
๔. เขากำลังจะไปเชียงใหม่แล้ว (อีกไม่กี่นาทีนี้)
๕. เขากำลังจะไปเชียงใหม่อยู่แล้ว
 
 
 ตามความเห็นของผม 
ประโยค ๑ เป็นการแสดงข้อมูลกลางๆบอกว่าใครจะทำอะไร
ประโยค ๒ แสดงอนาคตที่กำลังจะเกิดอยู่ในไม่ช้า
ประโยค ๓ คนพูดคาดว่าเรื่องดังกล่าวกำลังจะเกิดในไม่ช้า
ประโยค ๔ ตีความคล้ายประโยค ๒ แต่เป็นอนาคตที่ใกล้แบบกระชั้นชิดมากกว่า
ประโยค ๕ ผมกำลังนึกว่าประโยคนี้เราพูดกันในบริบทนี้ได้ไหมครับ 
   ผู้จัดการบอกเลขา : บอกสมชายให้ไปพบลูกค้าอาทิตย์หน้าที่เชียงใหม่ด่วน
   เลขา: เขากำลังจะไปเชียงใหม่อยู่แล้ว (หรือ อยู่พอดี) ค่ะ
 
ขอถามเสริมนิดจากประโยคที่ ๕ นะครับ สมมติว่าเรานัดเพื่อนดูหนังตอน ๑๐ โมง แต่ ๙ โมง ๕๐ แล้วเรายังไม่ถึงที่นัด เพื่อนโทรมาถามว่า "อยู่ไหน จะเข้าโรงหนังแล้วนะ" เราตอบว่า "ฉันกำลังจะถึงอยู่แล้ว" หรือ "ฉันกำลังจะถึงแล้ว" นี่เหมือนกันไหมครับ ผมนึกเผินๆว่าถ้าผมตอบ ผมตอบได้ทั้งสองประโยคแต่รู้สึกว่าประโยคแรก (มี "อยู่") จะเน้นว่าอยู่ไม่ไกลจากที่นัด คนรอสบายใจได้
 
   
       
  จากคุณ สป.สก. - [ ๗ ม.ค. ๒๕๕๑  ๑๗:๒๘ น. ]    
       
  แสดงความคิดเห็น | แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม | ส่งต่อให้เพื่อน | พิมพ์หน้านี้     
         
         

  ความคิดเห็นที่ ๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ประโยคตัวอย่างทั้ง ๕ ประโยค น่าสนใจตรงเรื่องของการแสดง “กาล” ในอนาคตอันแตกต่างกัน
ในความเห็นของผม ตามประสาฅนที่ไม่ใช่นักวิชาการ และได้ความคิดเรื่องภาษา
จากความเป็นเหตุเป็นผล รู้สึกว่า เมื่อประโยคทำนองนั้นไปอยู่ในเรื่องต่างๆ
ก็อาจทำให้หงุดหงิดบ้าง โดยเฉพาะถ้าเป็นวรรณกรรมที่ไม่ได้เป็นคำพูดของตัวละคร
หรือไม่ได้อยู่ในเครื่องหมายคำพูด เพราะเรามักใช้ไม่ตรงกับความหมายที่คุณ
สป.สก.ผู้ตั้งกระทู้บอกเลย
เช่น
 
"เขากำลังจะไปเชียงใหม่"
 
ถ้าพูดประโยคเดียวอย่างนี้ แล้วมีคำอธิบายตามท้ายว่า สัปดาห์หน้านะ เดือนหน้านะ ก็พอเข้าใจ 
แต่เวลาใช้จริงๆ มีใครมาวงเล็บหรือ ก็เปล่า
ความเข้าใจของฅนฟังก็ไม่แจ่มชัดนั่นเอง คือคลุมเครือแหละนะว่าเมื่อไหร่แน่
เพราะ ผมเคยใช้ประโยคเดียวกันนั้น ในความหมายว่า “ตอนนี้แหละ”
ขณะที่ผมสตาร์ทรถ ก็บอกเพื่อนว่า "ผมกำลังจะไปเชียงใหม่"
นั่นหมายถึงอนาคตกาลเพียงเสี้ยววินาฑี แทบจะเป็นปัจจุบันกาลกำลังกระทำทีเดียว
 
และถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดว่า ประโยคแรก
 "เขาจะไปเชียงใหม่"
ก็อาจจะแสดงความหมายตามข้อที่ ๔ ก็ได้ เช่น
ผัวเมียทะเลาะกัน ผัวหุนหันเดินออกจากห้องนอนไปที่ประตูบ้าน
เมียตะโกนตามหลังว่า "นั่นคุณจะไปไหน" (ใส่ !!! เพื่อแสดงความตกใจไปสักสอง-สามอัน)
"ผมจะไปเชียงใหม่" ผัวตอบ
"ผมจะไปเชียงใหม่"
 ประโยคของผัวนี้ นอกจากแสดงความหมายตามประโยคข้อ ๔ แล้ว 
ยังรุกล้ำไปถึงความหมายในประโยคที่ ๕ ก็ได้ด้วยซ้ำ
 
ดังนั้น มาถึงตอนนี้ก็เลยได้ความคิดว่า 
เราไม่อาจอธิบายได้แน่ชัดว่า ประโยคที่ยกตัวอย่างมาลอยๆ ทั้ง ๕ ประโยค จะแสดงลักษณะ “กาลอนาคต” ในระยะใกล้ไกลได้จริงๆ
จนกว่าจะมีเรื่องราวหรือประโยคอื่นประกอบ ดังที่นักวิชาการมักใช้คำว่า “บริบท” นั้นแล
 
 
ประโยคตัวอย่างที่ยกมาทั้ง ๕ ประโยคนั้น คนรุ่นผม รุ่นอายุสักห้าสิบ รู้จัก เคยได้ยิน เคยรู้สึก แต่พอมาถึงขณะนี้ เราคงต้องเสริมแต่งคำขยายคำอธิบายในประโยคเสียแล้วกระมังว่า อนาคตกาลที่อยากพูดถึงนั้นน่ะ หมายถึง นาทีข้างหน้า
วันข้างหน้า สัปดาห์ เดือน ปี หรือชาติหน้า(ตอนเช้า หรือตอนบ่าย!!!)
 
คำถามเสริมที่ว่า
---เรานัดเพื่อนดูหนังตอน ๑๐ โมง แต่ ๙ โมง ๕๐ แล้ว เรายังไม่ถึงที่นัด
เพื่อนโทรมาถามว่า "อยู่ไหน จะเข้าโรงหนังแล้วนะ"
 เราตอบว่า "ฉันกำลังจะถึงอยู่แล้ว" หรือ "ฉันกำลังจะถึงแล้ว" 
นี่เหมือนกันไหมครับ ผมนึกเผินๆว่าถ้าผมตอบ ผมตอบได้ทั้งสองประโยค
แต่รู้สึกว่าประโยคแรก (มี “อยู่”)จะเน้นว่าอยู่ไม่ไกลจากที่นัด คนรอสบายใจได้---
 
 
ตัวอย่างนี้
เราต้องนึกถึงตรรกะด้วยกระมังครับ ผมไม่ทราบว่าเขาจะเรียกตรรกะทางภาษาหรือไม่
แต่ในความคิดของผมก็คือ คำถามที่ว่า 
"อยู่ไหน จะเข้าโรงหนังแล้วนะ"
นี่เป็นคำถามแสดงความรีบร้อน ร้อนรน ร้อนใจ
คนที่ได้ยินคำถามนี้ก็ควรจะรู้ว่า คนถามถามด้วยความร้อนใจ
เมื่อรู้เช่นนั้น เขาควรจะตอบสั้นหรือตอบยาว
 แม้จะตอบว่า
"ฉันกำลังจะถึงอยู่แล้ว" หรือ "ฉันกำลังจะถึงแล้ว" 
 สำหรับผม ยังเห็นว่าเป็นคำตอบยืดยาว ไม่เหมาะแก่คำถามของผู้ที่กำลังร้อนใจ
 
"ฉันจะถึงแล้ว" หรือ "ฉันจะถึงอยู่แล้ว" ก็น่าจะพอ และให้ความหมายถูกต้อง
ผู้รับคำตอบก็ได้คำตอบในเวลาอันสั้น
ลักษณะการใช้คำในประโยคเช่นนี้ หรือหากจะตอบเพื่อปลอบใจผู้ถามซึ่งร้อนใจอยู่ดังประโยคตัวอย่างข้างต้น
 ก็อาจตอบว่า "จะถึงแล้วละ" ก็น่าจะได้นะครับ
ผมคิดว่านักเขียนทั้งหลายคำนึงถึงเรื่องการใช้คำในรูปประโยคทำนองนี้ เมื่อเขียนต้นฉบับในสถานการณ์ต่างๆ  เช่น ขณะทำสงคราม ทะเลาะกัน ตบตีกัน หรือเมื่อตัวละครมีอารมณ์โทโส ขุ่นมัว ถกเถียงจะเอาชนะกัน ถ้อยคำที่ใช้ มักจะสั้น รวบรัด บางกรณีอาจจะห้วน หรือเมื่อรีบร้อนทำอะไรๆ ก็เช่นกัน
 เรามักเห็นจากวรรณกรรมดีๆ ว่า นักเขียนใช้วิธีอย่างนี้ คือ เขาไม่ใช้ถ้อยคำเยิ่นเย้อฟุ่มเฟือย 
บางทีนับเป็นคำทีเดียวว่า ควรจะสั้นแค่ไหน ในกรณีรีบด่วน เร่งร้อน ฉุกเฉิน เรื่องเป็นเรื่องตาย
มีคนญี่ปุ่นเคยพูดให้ผมฟังว่า ภาษาไทยนี่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่ยอมบอกเวลาที่แน่นอนใน
 "อนาคตกาล" กลัวจะเสียเกียรติของการเป็นเจ้าแห่งภาษาที่ซับซ้อนหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
ผมว่า
 ภาษาไทยที่คลุมเครือนี่ บางทีก็ดีเหมือนกัน คือเปิดช่องให้ "ตีความ"
 และเปิดทางให้ "คิด"
 ยิ่งได้คิดมากๆ ก็สนุกนะครับ
  
     
  จากคุณ บุรพัทธ์ - [ ๗ ม.ค. ๒๕๕๑  ๒๐:๕๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  เห็นด้วยครับว่าความคลุมเครือนี่แหละ เสน่ห์ของภาษาไทบ
ลงชื่อไว้ว่าเข้ามาหาความรู้ครับ
  
     
  จากคุณ nynn - [ ๘ ม.ค. ๒๕๕๑  ๐๘:๑๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ใช่ค่ะ เห็นด้วยเลย นี่ล่ะเสน่ห์อีกอย่างของภาษาไทย  
     
  จากคุณ MS.J - [ ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๑  ๒๑:๒๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 

แสดงความคิดเห็น :
สีพื้น :
ตำแหน่ง :
ชื่อผู้ส่ง :
       
     
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
ฅนไทย แปลว่า รู้อ่าน รู้คิด รู้ทำสิ่งดี