ตระเตรียมของรางวัล
 
 
 
ลูกเสือใจดีช่วยตั้งฉาก
 
 
 
กิจกรรมสันทนาการสนุกค่ะ
 
 
 
ผมเป็น ‘บรรณารักษ์น้อย’ คร้าบ
 
 
 
รอยยิ้มของความสนุก
 
 
 
เก่งมากจ้ะ ‘ยอดนักอ่าน’
 
 
 
สัมภาษณ์ฅนเก่ง
 
 
 
เก่งมากจ้ะ ‘ยอดนักอ่าน’
 
 
 
‘หมุนเวียน’หนังสือ
 
 
 
สันทนาการแสนสนุก
 
 
 
สันทนาการสนุก
 
 
 
ร่วมยินดีกับ ‘ยอดนักอ่าน’
 
 
 
มอบเข็มกลัดให้ ‘บรรณารักษ์น้อย’
 
 
 
ภูมิใจผลงานตนเอง
 
 
 
สมุดบันทึกการอ่านแสนสวย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
   
เล่าเรื่องหนังสือหมุนเวียน ตอนที่ ๔

กิจกรรม ‘หมุน’ หนังสือครั้งแรก

ธิดา สุวรรณสาครกุล



๒๙ - ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒
โรงเรียนประถมขนาดเล็ก จังหวัดชลบุรี

เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสเป็นพิเศษ คณะวิจัยเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือครั้งแรก สำหรับโรงเรียน ๘ แห่ง จัดขึ้นในโรงเรียน ๔ แห่ง (ในเขตชนบท และเขตเมือง) เมื่อถึงโรงเรียนตั้งแต่ก่อน ๘ โมง คุณครูก็ส่งเสียงต้อนรับคณะวิจัยมาแต่ไกล เด็กๆ กรูกันมากุลีกุจอช่วยยกข้าวของ จัดสถานที่ ของรางวัลจัดเรียงสวยงามด้านหน้าเวทีให้ดูน่าเป็นเจ้าของ ส่วนมนุษย์สามารถ (ผู้เนรมิตฉากจากวัสดุหาง่ายได้ภายในพริบตา) ก็มีผู้ช่วยประกอบฉากเป็นเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ นับสิบฅน ภายในไม่ถึงสิบนาที ฉากสวยๆ ก็ปรากฏโฉมเรียกความสนใจเด็กๆ ได้นอกจากคราวนี้คณะวิจัยไม่ต้องเหนื่อยแล้ว ยังต้องอมยิ้มให้น้ำใจของเด็กๆ ไม่นานนักกลุ่มสันทนาการก็มาสมทบ แง้มว่ามีเพลงสนุกๆ แต่งสำหรับงานนี้โดยเฉพาะด้วย (อยากฟังและชมท่าเต้นเพลงนี้เสียแล้วสิ!)

     
 
     
ผู้ช่วยตัวน้อยๆ แต่น้ำใจไม่น้อยเลย
 
พาหนะของนักเรียนโรงเรียนเยือน


            เพลงชาติดังขึ้น นักเรียนสวมชุดลูกเสือ เนตรนารี อลหม่านวุ่นวายเข้าแถว กว่าจะเรียบร้อยได้ต้องใช้เวลาสักพัก มองถัดไปเห็นนักเรียนอนุบาลตัวเล็กๆ เดินเตาะแตะมาร่วมเคารพธงชาติด้วย เห็นรอยยิ้มบริสุทธิ์ หน้าตาสดใส แล้วอดนึกถึงตอนที่ยังเป็นเด็กๆ ไม่ได้ ระหว่างนี้จู่ๆ ก็มีคุณครู (พละ) ฅนหนึ่ง มาสอบถามชื่อ-สกุล และตำแหน่งของคณะวิจัย คณะวิจัยงงเล็กน้อย เพิ่งมาเข้าใจเมื่อเคารพธงชาติเสร็จ คุณครูพละทำหน้าที่เป็นพิธีกร กล่าวต้อนรับคณะวิจัยและนักเรียนโรงเรียนเยือน ผู้อำนวยการกล่าวเปิดงาน (บางโรงเรียนผู้อำนวยการกระตือรือร้นมาก เล่าปัญหาและอุปสรรคของโครงการฯให้ฟังด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นตั้งใจ) และคณะวิจัยก็ได้โอกาสเริ่มกิจกรรม ‘หมุน’ หนังสือของโรงเรียนคู่แรก (จากทั้งหมดสี่คู่)

     
 
     
เนตรนารี-ลูกเสือตัวน้อยเคารพธงชาติ


            “สวัสดีค่ะ น้องๆโรงเรียน--- นี่ก็ครบสามเดือนแล้วที่หนังสือมาอยู่กับน้องๆ วันนี้หนังสือของเราก็จะหมุนไปให้โรงเรียนอื่น และหนังสือกองใหม่ก็จะหมุนมา น้องๆ ได้อ่านหนังสือกันบ้างหรือเปล่า---”

            “อ่านค่ะ อ่านครับ” น้องตอบกันเสียงขรม แต่อ่านจริงหรือเปล่า วันนี้จะได้มาพิสูจน์กัน กลุ่มสันทนาการทักทายน้องๆ ด้วยเพลง ‘ฉัน รัก เธอ ชลบุรี’ ที่เพิ่งคิดขึ้น และเป็นเพลงเดียวในโลกที่ไม่ซ้ำใคร แรกๆ เด็กๆ ยังเขินอาย แต่สักพักก็เริ่มยิ้ม ชอบอกชอบใจ และโยกตัวตามจังหวะเพลง พี่ๆ เต้นกันเต็มที่ ไม่เกรงใจใคร เรียกเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจจากน้องๆได้ไม่หยุด จากนั้นแบ่งน้องออกเป็นกลุ่มละ ๒๐ ฅน มีเงื่อนไขว่าสมาชิกในแต่ละกลุ่มต้องคละหญิง-ชาย และคละโรงเรียนกัน กว่าจะแบ่งกลุ่มได้ก็วุ่นวายพอควร เพราะเด็กๆ ติดกันเป็นตังเมไม่ยอมแยกกัน เมื่อได้กลุ่มแล้ว ก็ถึงคราวตั้งชื่อกลุ่ม และท่าประจำกลุ่ม เด็กๆแสดงความคิดสร้างสรรค์กันเต็มที่ ชื่อกลุ่มมีหลากหลาย อาทิ รถตุ๊กๆ ไอมิสยู ดรากอนบอลล์ เป็นต้น กลุ่มไหนมีความคิดสร้างสรรค์ดีและกล้าแสดงออก ก็ได้รับของรางวัลเล็กๆน้อยๆ จากพี่ๆ ด้วย---
     
 
     
สันทนาการแสนสนุก
     
 
     
สันทนาการแสนสนุก


            การจัดกิจกรรมสันทนาการ ไม่ใช่เพื่อความสนุกสนานอย่างเดียว แต่สิ่งที่แฝงอยู่คือ ความคุ้นเคยอันดีระหว่างเพื่อนใหม่ และคณะวิจัย ที่จะเกิดแก่เด็ก เมื่อเด็กๆ คุ้นเคย มีความสุข พวกเขาก็ย่อมพร้อมจะเปิดใจรับสาระความรู้ หรือคล้อยตามการจูงใจให้เห็นความสำคัญของการอ่านได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเอง และแน่นอนย่อมเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต

            คณะวิจัยจำนวนหนึ่งแยกไปตรวจนับจำนวนหนังสือที่จะนำมาแลกเปลี่ยน คุณครูแจ้งว่าหาหนังสือที่หายไปมีนักเรียนนำมาคืน ทว่ายังขาดหลายเล่มอยู่ดี ขณะที่หนังสือบางเล่มชำรุดจนหลุดเป็นแผ่นๆ คณะวิจัยจึงขอนำกลับมาเพื่อขอเปลี่ยนจากสำนักพิมพ์ แล้วจึงจะส่งเล่มใหม่ไปให้โรงเรียนแทน และยังพบว่าหนังสือเล่มบางๆ เช่น หนังสือนิทานภาพ หรือการ์ตูนที่ไม่หนานัก มีนักเรียนจำนวนมากยืมไปอ่าน ขณะที่หนังสือค่อนข้างหนาหน่อยอย่าง วรรณกรรมเยาวชน แทบไม่มีเด็กฅนไหนยืมเลย ส่วนสมุดบันทึกการยืม-คืน บางโรงเรียนทำสถิติรายการยืมหนังสือจำนวนมาก (ฅนละเล่ม) แต่ยืมและคืนภายในวันเดียว เมื่อสอบถามคุณครูก็ได้รู้ว่า เด็กๆ ต้องทำกิจกรรมหลายอย่างในโรงเรียน ทั้งกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ แข่งขันกีฬา ตอบปัญหาวิชาการ ฯลฯ แทบไม่มีเวลาอ่านหนังสือของโครงการวิจัยฯ จึงต้องให้ยืมและคืนภายในชั่วโมงเรียน ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง เมื่อจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือให้โรงเรียนชนบทก็ได้เห็นว่า โรงเรียนในชนบทนั้น เด็กๆ อ่านหนังสือมากกว่าในเมือง สาเหตุเนื่องจากนักเรียนไม่มีกิจกรรมต่างๆ มากนัก จึงอ่านได้ฅนละหลายๆเล่ม ขณะที่โรงเรียนในเมืองได้หนังสือจำนวนเท่ากับโรงเรียนชนบท แต่เด็กนักเรียนมีจำนวนมากกว่า ทำให้ต้องแบ่งกันอ่าน
     
 
     
หนังสือชำรุดหลุดเป็นแผ่นๆ
 
สมุดบันทึกยืม-คืน บันทึกใกล้หมดแล้ว
     
 
     
นิทานเล่มบาง ยอดนิยมของน้อง ๆ


            อีกมุมหนึ่งนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพากำลังขะมักเขม้นคัดเลือกสมุดบันทึกการอ่าน เพื่อมอบรางวัล ‘ยอดนักอ่าน’ การคัดเลือกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฝีมือใกล้เคียงกันมาก เด็กบางฅนวาดรูปใช้สีสวยงาม ระบายสีแม้กระทั่งปกรอง (ถ้าหน้าปกปล่อยว่างไว้ คงแสดงฝีมือด้วยเป็นแน่) บางฅนใช้ดินสอดำ บางฅนวาดภาพล้ำออกมาถึงหน้าสำหรับบันทึกเรื่องย่อ (คณะวิจัยฅนหนึ่งถึงกับอมยิ้ม และลงคะแนนให้สมุดเล่มนี้ได้รางวัล เพราะเด็ก ‘กล้า’ คิดอย่างอิสระ แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง) เด็กบางฅนลายมือสวย กรรมการตัดสินใจลำบาก ขนาดต้องลงคะแนนกันทีเดียว และเนื่องจากคัดเลือกสมุดบันทึกการอ่านจากนักเรียน ๓ ระดับชั้น เพื่อความยุติธรรม ไม่ให้นักเรียนชั้นเล็กกว่าเสียเปรียบนักเรียนชั้นโต กรรมการจึงมีเกณฑ์คัดตามระดับความสามารถเทียบกับผลงานของนักเรียนในระดับชั้นนั้นๆ นักเรียนที่ได้รับรางวัลจึงไม่ได้มีเฉพาะนักเรียนชั้นป.๖ แต่นักเรียนป.๔ หรือ ป.๕ ก็ได้รางวัลยอดนักอ่านด้วย

            การตรวจบันทึกการอ่าน พบอะไรแปลกๆ แต่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจวัตถุประสงค์ หรือวิธีการบันทึกการอ่านคลาดเคลื่อน อาทิ น้องบางฅนบันทึกจำนวนหลายหน้า จนถ้าไม่ได้ระวังให้ดี อาจจะคัดเลือกสมุดเล่มนี้มาชิง ‘รางวัลอ่านมาก’ ซึ่งมอบให้นักเรียนที่อ่านหนังสือจำนวนมากเล่ม แต่เมื่อพิจารณาดูอย่างถ้วนถี่ ก็จะเห็นว่าเรื่องที่บันทึกหลายหน้านั้นมีเพียงเรื่องเดียว และยังเห็นว่าการบันทึกไม่ได้ย่อเรื่องด้วยตนเอง กลับลอกเนื้อหามาจากในหนังสือ จากปกหน้า หรือปกหลัง ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้การจับใจความสำคัญของเรื่อง และคิดถ่ายทอดเป็นภาษาของตนเอง อีกลักษณะหนึ่งที่พบมากในการบันทึกการอ่านคือ เด็กๆ บันทึกข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของหนังสือไม่ถูกต้อง เช่นชื่อผู้แต่ง ชื่อสำนักพิมพ์ ชื่อผู้แปล ซึ่งมักเขียนผิด รวมทั้งครั้งที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์และ จำนวนหน้า เด็กหลายฅนบันทึกชื่อผู้เขียน สลับกับผู้แปล หรือนำชื่อฅนอื่นๆ ในหน้าคณะทำงานของหนังสือมาใส่ ที่ทำให้ผู้ตรวจบันทึกการอ่านต้องอมยิ้มคือ สมุดบันทึกการอ่านเล่มหนึ่ง ในช่องผู้เขียน ใส่ชื่อผู้เขียน แต่นามสกุลกลับเป็นของผู้แปล
     
 
     
ตรวจสมุดบันทึกการอ่าน สู้ตายค่ะ!
 
ผลงานสวยงามของน้องๆ


            ปัญหาของการบันทึกการอ่านนี้ได้แจ้งให้คุณครูทราบและปรึกษาคุณครู บางโรงเรียนที่คุณครูตรวจอย่างพิถีพิถัน นักเรียนส่วนใหญ่บันทึกได้ถูกต้อง แต่บางโรงเรียนคุณครูเพียงแต่ลงชื่อ คณะวิจัยจึงขอให้คุณครูช่วยอธิบายการบันทึกการอ่าน และวิธีการบันทึกที่ถูกต้องให้เด็กเข้าใจอย่างละเอียด สิ่งนี้เด็กๆ จำเป็นต้องรู้ เพราะนอกจากจะเป็นฝึกการสังเกตแล้ว ยังช่วยให้เขารู้จักความละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบ รู้จักจดจำชื่อนักเขียน ชื่อนักแปล ชื่อสำนักพิมพ์ และข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับหนังสือ เมื่อโตขึ้นก็จะแยกแยะได้ว่า หนังสือของสำนักพิมพ์ไหนเป็นอย่างไร และเลือกหนังสือได้เหมาะสมแก่รสนิยมการอ่าน หรือความสนใจของตน ถือเป็นการฝึกวิเคราะห์ พัฒนาความคิดและสติปัญญานอกเหนือจากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว

            เมื่อตรวจบันทึกการอ่านหาผู้ชนะได้เรียบร้อย กิจกรรมสันทนาการช่วงแรกก็เสร็จพอดี คณะวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งจึงเริ่มช่วงพิธีมอบรางวัล เด็กๆ เฝ้ารอกันใหญ่ว่ารางวัลจะเป็นของใคร เสียงเชียร์ดังลั่น เมื่อพิธีกรเรียกชื่อเพื่อนของห้องตนออกมารับ ประกาศนียบัตรใบเล็กน่ารัก และของรางวัลในซองสีทองลวดลายผีเสื้อ ฅนเก่งที่พิชิตรางวัลมีทั้งหญิงและชาย ทั้งป. ๔ ป.๕ และ ป.๖ ทำให้ทุกห้องได้ส่งเสียงยินดีกันถ้วนหน้า รางวัล ‘ยอดนักอ่าน’ มอบให้โรงเรียนละ ๔ รางวัล ได้แก่

            ๑. รางวัลอ่านเก่ง มอบให้เด็กที่อ่านหนังสือแล้วสามารถจับประเด็น สรุปใจความสำคัญ และถ่ายทอดเป็นภาษาของตนได้ดี
            ๒. รางวัลอ่านมาก มอบให้เด็กที่อ่านหนังสือได้จำนวนมากที่สุด
            ๓. รางวัลวาดรูปสวย มอบให้แก่เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ
            ๔. รางวัลลายมือสวย มอบให้เด็กที่บันทึกด้วยความตั้งใจ ทว่ามีสมุดบันทึกการอ่านที่กรรมการตัดใจไม่ลง ก็มอบรางวัล ‘ชมเชย’เป็นขวัญกำลังใจด้วย

            เมื่อประกาศรางวัลเสร็จ พิธีกรสัมภาษณ์น้องๆ ฅนเก่ง หลายฅนเขินไม่กล้าตอบ บางฅนเล่าเรื่องหนังสือที่ตัวเองชอบให้เพื่อนฟังอย่างสนุก พร้อมอวดสมุดบันทึกการอ่าน-ผลงานแห่งความสามารถ ความอุตสาหะ และความคิดสร้างสรรค์ น้องหลายฅนที่ไม่ได้รับรางวัลเมื่อเห็นถึงกับร้อง “โอ้โห !” จากนั้นยอดนักอ่านก็ชักชวนเพื่อนๆอ่านหนังสือ

            “หนูชอบอ่านหนังสือ เพราะอ่านหนังสือแล้วสนุก และได้ความรู้ที่เราไม่เคยรู้มา ถ้าเพื่อนๆ ว่างก็มาอ่านหนังสือกันนะคะ”

            เมื่อน้องๆ ฅนถือรางวัลเก่งเดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนกองหนุน เพื่อนก็ๆ ตาโตด้วยความอยากได้ ขอดูกันใหญ่ว่าของรางวัลคืออะไร แบ่งกันดูแบ่งกันเล่น เห็นแล้วก็มีความสุข เชื่อแน่ว่าน้องฅนอื่นๆ ที่ปรารถนาของรางวัลคงจะขอแก้ตัวใหม่ หวังพิชิตรางวัลยอดนักอ่านในกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือคราวหน้าเป็นแน่
     
 
     
ยินดีด้วยจ๊ะ กับน้องยอดนักอ่าน


            จากนั้นพี่ๆ ไม่ลืมกำชับว่าให้น้องๆ รีบอ่านหนังสือกองใหม่ที่หมุนมา พี่ๆ ขอทวนความจำน้อง ถึงข้อควรปฏิบัติในการอ่านหนังสือที่เคยบอกไปเมื่อครั้งก่อนๆ
            “เวลาอ่านหนังสือ น้องๆจะต้องทำอะไรก่อนคะ ใครตอบได้ออกมาเลยจ๊ะ ถ้าตอบถูกพี่มีของรางวัลมอบให้ด้วยนะจ๊ะ”
            “ล้างมือค่ะ-ล้างมือครับ”
            “เก่งมาก เผื่อว่าเราจับหรือกินอะไรมามือสกปรก หนังสือจะได้ไม่เปื้อน”
            “แล้วหลังอ่านหนังสือเราต้องทำอะไรอีกจ๊ะ”
            “ล้างมือค่ะ-ล้างมือครับ เพื่อไม่ให้หมึกจากหนังสือติดมือ”
            “ใช่แล้วจ้ะ เพราะสารพิษจากหมึกพิมพ์จะเป็นอันตรายได้”

            พระเอก-นางเอกชุดต่อมาของงาน คือ บรรดา ‘บรรณารักษ์น้อย’ ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีประมาณ ๗ -๑๔ ฅน โดยมีคุณครูบรรณารักษ์ตัวจริงมามอบเข็มกลัด ‘เครื่องหมายแห่งความดี’กลัดบนอกเสื้อให้แก่เด็กๆ ซึ่งยิ้มแก้มปริ ยืดอกภูมิใจ (บางฅนกวาดทั้งรางวัล ‘ยอดนักอ่าน’ และเข็มกลัด‘บรรณารักษ์น้อย’) เพื่อทำความรู้จักกับบรรณารักษ์ฅนเก่งกลุ่มนี้ พี่ๆ จึงขอสัมภาษณ์
            “บรรณารักษ์ทำหน้าที่อะไรคะ” บอกฅนตอบได้ดี ทว่าบางฅนยังไม่เข้าใจหน้าที่ของบรรณารักษ์มากนัก
            “เฝ้าห้องสมุดครับ คอยเก็บหนังสือ”

            พี่ๆ จึงช่วยอธิบายให้ชัดเจนว่า บรรณารักษ์น้อยมีบทบาทคอยช่วยเหลือคุณครูบรรณารักษ์ตัวจริง ทั้งมาประจำที่ห้องสมุดตอนเช้า ช่วงพักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียนเพื่อให้บริการนักเรียนฅนอื่นที่มายืม-คืนหนังสือ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ หากมีเพื่อนมาสอบถาม และสอนน้องชั้นเล็กอ่านหนังสือ หรืออ่านนิทานให้น้องฟัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน เด็กฅนอื่นๆ ตาเป็นประกายอยากได้เข็มกลัดกันเป็นแถว พี่จึงถือโอกาสชักชวนให้เป็นเด็กดีช่วยงานคุณครูบรรณารักษ์ น้องๆหลายฅนส่งเสียงตอบรับ สงสัยคราวนี้คุณครูบรรณารักษ์จะงานหนักคัดเลือกน้องๆที่ยกขบวนมาสมัครเป็นบรรณารักษ์น้อยแน่ จากนั้นก็ถึงเวลาแลกเปลี่ยนหนังสือ คุณครูบรรณารักษ์กล่าวถึงพัฒนาการการอ่านของเด็กๆ ด้วยสีหน้ามีความสุขและภาคภูมิใจ ตั้งใจว่าจะให้นักเรียนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ หันมาอ่านหนังสือให้ได้ และคุณครูเป็นตัวแทนของสองโรงเรียนแลกเปลี่ยนหนังสือกัน
     
 
     
มอบเข็มกลัดให้ ‘บรรณารักษ์น้อย’
 
สัมภาษณ์ ‘ยอดนักอ่าน’
     
 
     
‘บรรณารักษ์น้อย’ เล่าความรู้สึก
 
รวมน้องๆ ฅนเก่ง และคุณครู
     
 
     
‘หมุนเวียน’หนังสือระหว่างโรงเรียน


            ช่วงสุดท้ายของกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือ คือ ช่วงกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่แสนสนุก ซึ่งเป็นทั้งการกระตุ้น ทดสอบ ฝึกทักษะ ประมวลความรู้จากการอ่าน เช่น กิจกรรม ‘วิ่ง-อ่าน’ แข่งขันกันเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนหนึ่งฅนวิ่งไปอ่านหนังสือที่จัดให้ หนังสือเล่มนั้นมีประโยคที่ขีดเส้นใต้อยู่ ให้เลือกประโยคที่ขีดเส้นใต้หนึ่งประโยค จากนั้นวิ่งไปเขียนลงกระดาษ เด็กอีกฅนก็วิ่งไปอ่านข้อความที่เพื่อนเขียนไว้ จำและกลับมาเขียนใส่กระดาษอีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ กลุ่มไหนหมดแถวก่อนและเขียนถูกก็เป็นผู้ชนะ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้น้องบอกชื่อตัวละครในหนังสือที่อ่านมา ใครบอกถูก และจำนวนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงฝึกความจำเท่านั้น แต่ยังฝึกอ่าน และฝึกเขียนด้วย เรียกว่าครบถ้วนกระบวนการทีเดียว
     
 
     
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
     
 
     
คำตอบของกลุ่มหนูค่ะ
 
เฉลยคำตอบ
     
 
     
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน


            งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา กิจกรรมหมุนเวียนก็เช่นกัน พี่ๆ สร้างสีสรรพ์ส่งท้ายด้วยท่าเต้นเรียกเสียงหัวเราะ ในเพลงสันทนาการ ‘ฉัน รัก เธอ ชลบุรี’ คราวนี้น้องๆ ลุกขึ้นวาดลวดลายเต้นกันสนุกสนาน ความเขินอายในตอนแรกนั้นไม่เหลืออยู่เลย ใช้พลังสมองและพลังกายไปมาก ก่อนจากกันน้องๆ รับขนมปังแสนอร่อย และนม เครื่องดื่มเพิ่มพลัง พร้อมกับให้สัญญาว่า จากกันคราวนี้จะไปตั้งใจอ่านหนังสือกองใหม่ที่เพิ่งหมุนเวียนมา

            น้องๆมองตาละห้อยไม่อยากให้พี่ๆ กลับ พี่ๆ จึงปลอบใจว่า
            “อีกสามเดือนแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีกจ้ะ”
            เราอำลากันด้วยรอยยิ้มเหมือนเช่นเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคย คือ หัวใจของเด็กๆ ที่เริ่มมีความสุขในการอ่าน
     
 
     
แจกของว่าง เครื่องดื่ม เติมพลัง
     
 
     
วาดลวดลายสนุกๆ ส่งท้าย
     
 
     
คนเก่งแสดงตัวหน่อย




 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > ความเป็นไป > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >