เล่าเรื่องหนังสือหมุนเวียน ตอนที่ ๕

กิจกรรม ‘หมุน’ หนังสือครั้งที่ ๒

ธิดา สุวรรณสาครกุล



๒๕ และ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒
โรงเรียนประถมขนาดเล็ก จังหวัดชลบุรี

เวลาผ่านไปไวราวติดปีก จากกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งแรก ก็มาถึงกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๒ ที่เด็กๆหลายคนตั้งตารอคอย คณะวิจัยก็เช่นกัน เพราะคาดหวังว่า นักเรียนจะมีพัฒนาการด้านการอ่านและสนใจอ่านหนังสือมากขึ้น คุณครูจะมีส่วนผลักดันกิจกรรมมากขึ้น ซึ่งบางสิ่งเป็นเช่นดังหวัง ทำให้คณะวิจัยได้ชื่นใจ ทว่าปัญหา-อุปสรรคบางอย่างที่ไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้นด้วย

การหมุนเวียนหนังสือครั้งนี้ ลักษณะคล้ายกับการจัดกิจกรรมครั้งแรก แต่ที่พิเศษกว่าเดิม คือ ทดลองจัดให้โรงเรียนเฉพาะในเขตพื้นที่ชนบทได้พบปะกันหมดทั้ง ๔ โรงเรียน ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากโรงเรียนอนุบาลบ้านหนองใหญ่เป็นอย่างดี ต่างจากครั้งก่อนที่พบปะกันเป็นคู่โรงเรียน นอกจากนี้ยังเพิ่มกิจกรรมพิเศษ คือ กิจกรรมประกวดเล่านิทาน เพื่อให้เด็กๆ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออก และการทำงานร่วมกัน

คณะวิจัย ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่โครงการฯ และนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพาราว ๒๐ คน มาถึงโรงเรียนเจ้าภาพที่จะจัดกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือกันแต่เช้า เด็กๆ ต่างมีน้ำใจ กุลีกุจอมาช่วยยกของ จัดสถานที่ ขณะที่ยังไม่ถึงเวลาเริ่มกิจกรรม ของรางวัลที่จะนำมามอบให้น้องๆ คนเก่ง ทั้งของเล่นน่ารักๆ เครื่องเขียนสารพัดประโยชน์ ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัด ก็ค่อยๆปรากฏกายอวดความสดใสอยู่บนโต๊ะด้านหนึ่งของเวทีกิจกรรม เด็กตัวน้อยๆ ที่เดินผ่านไป-มาเห็นเข้าก็ตาลุกวาวเป็นประกาย จับจ้องไปยังของรางวัลเหล่านั้น และชวนเพื่อนมาดูด้วย

     
 
     
เด็ก ป. ๒ “ขอหนูอ่านบ้าง”
 
หนูอ่านออกนะคะ


“น้าๆ ขอหนูได้ไหมคะ” เด็กหญิงพูดพร้อมฉีกยิ้มเผยให้เห็นฟันหลอ พลางชี้ไปยังของรางวัล
เพื่อนข้างๆไหวตัวทันกระซิบว่า “เรียกพี่สิ เรียกน้า เขาไม่ให้หรอก”

คณะวิจัยที่ยืนอยู่อดหัวเราะไม่ได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ เมื่อกล้าขอก็อยากให้อยู่แล้ว ระหว่างรอเวลาเริ่มกิจกรรมจึงให้นักเรียนชั้นป.๒ ที่มายืนมุงโต๊ะของรางวัลอยู่ อ่านหนังสือของโครงการฯที่ไม่ยากนัก ให้ได้คนละ ๑ ประโยค ถ้าอ่านได้ก็รับรางวัลไป จู่ๆ แถวที่ต่อกันอยู่เพียง ๒-๓ คนก็ยาวขึ้นในพริบตา เด็กๆ ทยอยเข้ามาอ่านหนังสือ น่ายินดีที่อ่านเก่งกันทุกคน จนรางวัลร่อยหรอลงพอสมควร แล้วกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๒ ก็เริ่มขึ้น---

     
 
     
ทักทายน้องๆ
 
สันทนาการแสนสนุก


“สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน กลับมาพบพวกพี่ๆ ที่มาพร้อมกิจกรรมหนังสือหมุนเวียนอีกแล้วนะจ๊ะ---”

กิจกรรมเริ่มด้วยการพูดคุยแนะนำโครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนแก่น้องๆ อีกครั้ง เพราะคราวนี้มีน้องชั้นป.๔ ที่เพิ่งเข้าร่วมโครงการ ซึ่งอาจยังไม่ทราบรายละเอียดและกิจกรรมของโครงการ เมื่ออธิบายครบถ้วนกระบวนความ ก็ได้เวลากิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่ออุ่นเครื่อง เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนใจของเด็กๆ ให้พร้อมร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่จะจัดขึ้นเป็นรายการต่อไป เด็กๆ หลายคนเคลื่อนไหวร่างกาย ร่วมสนุกกับกิจกรรมเต็มที่ ทั้งร้องทั้งเต้น ไม่เคอะเขินเหมือนกิจกรรมหมุนเวียนครั้งแรก และบางคนก็จำพี่ๆ นิสิตได้ ส่วนน้องเล็กชั้นป.๔ ที่เพิ่งได้เริ่มทำกิจกรรม แม้ไม่คุ้นเคยกับพี่ๆ แต่เมื่อเห็นพี่ ป.๕ และ ป.๖ สนุกสนานเฮฮา เมื่อถึงตาชั้นป.๔ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ใครกล้าแสดงออก มีลีลาท่าทางโดดเด่น ก็ได้รับรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ติดไม้ติดมือไปด้วย

     
 
     
ลีลาการเต้นของเด็กๆ
 
เพื่อนๆให้กำลังใจกันเยอะเลย


เครื่องเริ่มติดแล้ว พี่ๆ จึงขอพาน้องเปลี่ยนบรรยากาศมาออกกำลังกายสมองประลองปัญญาด้วยกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ซึ่งคราวนี้ เพิ่มความยากและซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม โดยให้น้องแบ่งกลุ่มมีสมาชิกคละชาย-หญิง และมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ให้แต่ละกลุ่มมีสมาชิกมาจากทุกโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ ต่างโรงเรียนได้สานสัมพันธ์และทำความรู้จักกัน กิจกรรมประกอบด้วย การจับคู่คำราชาศัพท์กับความหมาย น้องๆ ช่วยกันทำอย่างขะมักเขม้น และตอบได้เกือบทั้งหมด, การแต่งเรื่องจากคำที่กำหนดให้ บางกลุ่มแต่งเป็นประโยคหลายประโยค ขณะที่บางกลุ่มแต่งเป็นเรื่องเป็นราวที่น่าสนใจ มีตัวละครดำเนินเรื่อง ใส่จินตนาการเต็มที่ และการต่อสุภาษิตจากคำที่กำหนดให้ เช่น ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘น้ำ’ เด็กๆ แย่งกันตอบใหญ่ ไม่มีกลุ่มไหนยอมกลุ่มไหนเลย

     
 
     
ช่วยกันคิด ช่วยกันทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน


     
 
     
บรรยากาศกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือ


หลบมุมห่างออกไปหน่อย นิสิตอีกกลุ่มหนึ่งกำลังตั้งใจตรวจสมุดบันทึกการอ่าน เพื่อตัดสินรางวัล ‘ยอดนักอ่าน’ ๔ ประเภท ได้แก่ ๑. รางวัลอ่านเก่ง ๒. รางวัลอ่านมาก ๓. รางวัลวาดรูปสวย ๔. รางวัลลายมือสวย เช่นเคย แต่ที่ต่างไป คือ ของรางวัลครั้งนี้น่าตื่นเต้นมากกว่าเดิม เพื่อจูงใจให้เด็กอยากได้รางวัล ได้แก่ กระติกน้ำ กล่องดินสอลายการ์ตูนขวัญใจเด็กๆ สมุดบันทึก และหนังสือเล่มสวย

     
 
     
ตรวจสมุดบันทึกการอ่านอย่างขะมักเขม้น


ในการตรวจสมุดบันทึกการอ่านยังพบปัญหาเดิม คือ นักเรียนหลายคนอ่านเฉพาะจุดแล้วนำมาเขียนบันทึก นักเรียนหลายคนลอกบันทึกการอ่านต่อๆ กัน หรือบางคนนำสมุดบันทึกการอ่านเดิมที่ตรวจแล้วในการหมุนเวียนครั้งที่ ๑ มาส่ง และคุณครูประจำชั้นบางคนไม่ได้ตรวจ แต่ข้อสังเกตที่พอให้ชื่นใจก็มีบ้าง คือ นักเรียนบางคนบันทึกการอ่านได้ดี วาดภาพสวยงาม มีจินตนาการ ด้านเนื้อหาก็มีพัฒนาการที่ดี บันทึกเนื้อเรื่องย่อโดยจินตนาการตัวเองเข้าไปในเรื่องด้วย เขียนข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่านอย่างน่าสนใจ เช่น มีการแต่งกลอนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ได้อ่าน จึงทำให้สำหรับบางโรงเรียน พี่ๆ นิสิตที่เป็นกรรมการคัดเลือกปวดหัว เลือกไม่ถูกว่าจะให้ใครชนะ เพราะมีแต่คนบันทึกได้ดีทั้งนั้น แต่ในบางโรงเรียนพี่ๆ ก็ต้องปวดหัว ไม่รู้จะเลือกใครดี เพราะไม่มีใครบันทึกได้น่าพอใจเท่าที่ควร

ข้อสังเกตในการตรวจบันทึกการอ่านอีกประการหนึ่งพบว่าแทบไม่มีสมุดบันทึกการอ่านของ ป.๔ เลย เพราะสมุดบันทึกการอ่านที่มอบสำรองให้คุณครูไว้นั้นหมด มีเพียงบางโรงเรียนเท่านั้นที่ทำสมุดบันทึกการอ่านขึ้นเอง เพราะคุณครูของโรงเรียนนั้นกระตุ้นและเห็นความสำคัญ

การประกาศและมอบรางวัล ‘ยอดนักอ่าน’ เป็นที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกของเด็กๆ คุณครูท่านหนึ่งแอบกระซิบว่า “เด็กๆ อยากได้รางวัลมาก เพราะรางวัลจูงใจเด็ก” (ทำให้อดปลื้มใจไม่ได้) ผลปรากฏว่านักเรียนที่ได้รางวัลยอดนักอ่านประเภทต่างๆ นั้น หลายคนเคยได้รับรางวัลครั้งที่แล้วด้วย ใช่ว่าการมอบรางวัลจะมีแต่เรื่องน่ายินดีเท่านั้น--- เมื่อประกาศรางวัลเสร็จสิ้น มีนักเรียนบางคนไม่พอใจผู้ที่ได้รางวัลยอดนักอ่าน ประท้วงกรรมการว่า คนที่ได้รางวัลลอกของเพื่อนคนอื่นมาส่ง แต่กรรมการมอบรางวัลไปแล้ว เรียกคืนมาไม่ได้ เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนให้กรรมการระมัดระวังมากกว่าเดิมในคราวหน้า

     
 
     
มอบรางวัลแก่น้องๆ ‘ยอดนักอ่าน’


     
 
     
รางวัลที่ถูกใจเด็กๆ


     
 
     
มอบเข็มกลัดแก่ ‘บรรณารักษ์น้อย’ คนขยัน


สำหรับกลุ่มบรรณารักษ์น้อยผู้ขยันขันแข็ง คอยช่วยคุณครูบรรณารักษ์ดูแลห้องสมุด ทำความสะอาด จัดหนังสือ รวมไปถึงให้บริการยืม-คืน ก็ได้รับเข็มกลัดสัญลักษณ์แทนความดีไปคนละหนึ่งอัน บางคนได้รับไปแล้วก็ได้รับอีก เพราะเป็นบรรณารักษ์น้อยสองปีซ้อน ขณะที่บางคนเพิ่งหัดเป็นผู้ช่วยมือใหม่ บรรณารักษ์น้อยของแต่ละโรงเรียนมีจำนวนประมาณ ๑๐ -๑๕ คน แต่ที่ไม่คาดคิดคือ มีโรงเรียนหนึ่งมีบรรณารักษ์น้อยถึง ๕๐ กว่าคน คณะวิจัยอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกไปตามๆ กัน เพราะเข็มกลัดที่เตรียมมาไม่พอ และหากแจกให้เด็กทุกคน เด็กจะได้รับเยอะเกินไป เข็มกลัดก็จะไม่มีค่า ไม่จูงใจให้เด็กๆ คนอื่นอยากได้ เมื่อสอบถามคุณครูบรรณารักษ์ให้ถ้วนถี่ค่อยกระจ่างว่า จำนวน ๕๐ กว่าคน เป็นจำนวนนักเรียนทั้งหมดชั้น ป.๔- ป.๖ มาช่วยงานห้องสมุดกันจริง แต่คนที่ช่วนงานหลักๆ มีเพียง ๑๒ คนเท่านั้น ในที่สุดจึงผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ส่วนกิจกรรมที่เด็กๆ หลายคนเฝ้ารอ ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างดี อยากแสดงฝีมือ ก็คือ การประกวดเล่านิทาน ซึ่งคณะวิจัยก็อดหวั่นใจไม่ได้เพราะเพิ่งบอกล่วงหน้าแก่คุณครูบรรณารักษ์ที่รับผิดชอบโครงการไปไม่นานว่ามีกิจกรรมเล่านิทาน

การปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเด็กจะไม่เป็นผลดี คณะวิจัยจึงให้เงื่อนไขว่าต้องเล่านิทานที่มาจากหนังสือในโครงการ แต่ไม่จำกัดจำนวนคนเล่า รูปแบบวิธีการเล่า และเวลา นักเรียนส่วนใหญ่กระตือรือร้นกับกิจกรรมนี้มาก ส่วนใหญ่เล่าเป็นกลุ่ม มีส่วนน้อยที่เล่าคนเดียว บางกลุ่มมากันเป็นกลุ่มเล็กๆ บางกลุ่มมากันยกห้อง คนหนึ่งเป็นต้นไม้ คนหนึ่งเป็นภูเขา อีกคนหนึ่งเป็นสัตว์ที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ แม้จะไม่ได้แสดงบทบาทสำคัญแต่ก็ถือว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ช่วยให้การแสดงนั้นนั้นสมบูรณ์ และสร้างสีสรรพ์ให้แก่นิทาน ขณะที่ตัวละครหลัก พูดจาฉะฉาน ออกเสียงควบกล้ำถูกต้องชัดเจน แบ่งบทพูดกันได้ดี แสดงลีลาได้น่าสนใจ มีอุปกรณ์ประกอบฉากที่ทำขึ้นเอง เช่นกระดาษลังทำเป็นเรือ หรือไม้ใบ ต้นไม้ หัวรูปสัตว์ต่างๆ สร้างความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ รวมไปถึงความตื่นตะลึงให้เพื่อนโรงเรียนอื่นได้ด้วย เรียกได้ว่า ถ้าพาเด็กๆ มาแข่งเล่านิทานกับเด็กในกรุงเทพฯ ฝีมือและลีลาการเล่าคงสูสีกินกันไม่ลง สำหรับกิจกรรมในโรงเรียนชนบทที่พบปะกันทั้ง ๔ โรงเรียนนั้น ก็มีรางวัลใหญ่มอบให้แก่นักเรียนของทุกโรงเรียนที่ฝึกฝนเล่านิทานอย่างตั้งใจด้วย รางวัลเป็นเกมสนุกๆ ที่เล่นได้หลายคน เช่น เกมเศรษฐี เกมงูตกบันได ให้เด็กๆนำไปเล่นด้วยกันในห้องสมุด เพื่อช่วยส่งเสริมความสามัคคี ให้เด็กๆ พัฒนาด้านทักษะทางสังคม รวมไปถึงสร้างบรรยากาศให้ห้องสมุดมีชีวิตชีวา เป็นกุศโลบายให้เด็กๆ อยากเข้าห้องสมุด และซึม ซับบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยหนังสือ

     
 
     
เด็กๆ ตั้งใจแสดงฝีมือเล่านิทานกันเต็มที่
 
เพื่อนๆ ชอบใจใหญ่


     
 
     
หนูขอฉายเดี่ยวค่ะ
 
หนูเป็นลิงน้อย


     
 
     
เพื่อนๆ ฟังไป หัวเราะไป
 
เด็กๆ ตั้งใจแสดงฝีมือเล่านิทานกันเต็มที่


จากนั้นกิจกรรมซึ่งเป็นหัวใจของระบบหนังสือหมุนเวียนก็มาถึง นั่นคือ การแลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างโรงเรียน ในการตรวจนับหนังสือพบว่า ในการหมุนหนังสือครั้งที่ ๒ นี้หนังสือมีสภาพไม่สมบูรณ์ เพราะธรรมชาติของเด็กนั้นอยู่ไม่นิ่ง ชอบเล่น เคลื่อนไหวอยู่ตลอด การอ่านหนังสือในมิติหนึ่งเป็นการเล่นสนุกทางจินตนาการ ความรู้ ความคิด และความรู้สึกของเด็กด้วย การที่หนังสือชำรุด ในแง่หนึ่งอาจมองว่าเด็กๆ ไม่ดูแลรักษาหนังสือ แต่ในมุมกลับกัน ก็จะเห็นว่าเด็กได้อ่าน ได้เล่นสนุก ได้สัมผัส (ถ้าเด็กเล็กหน่อยอาจจะถึงขั้นฟัดเหวี่ยง) กับหนังสือจนหนังสือสะบักสะบอม ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ย่อมดีกว่าการที่หนังสือใหม่เอี่ยม ไม่มีรอยยับ สภาพดีเหมือนเพิ่งซื้อมาจากร้าน เพราะหนังสือใหม่นี้แท้จริงเป็นหนังสือที่ค่อนข้างเหงา และโดดเดี่ยวอยู่สักหน่อย ไม่มีเพื่อนหลายคน ไม่มีลายมือชื่อเป็นแถวยาวที่ลงยืมไว้ด้านหลังหนังสือ ส่วนใหญ่จะถูกเก็บอยู่บนชั้น และมีเพื่อนสนิทที่ชื่อฝุ่นแทน

         
   
         
น่าดีใจที่เห็นเด็กๆ ยืมหนังสือกันจำนวนมาก


อย่างไรก็ดีมีหนังสือหลายเล่มที่ชำรุดก็ได้รับการซ่อมแซมเท่าที่ซ่อมได้ หลายเล่มอาการสาหัสเกินเยียวยา แม้จะผ่านการเย็บกี่ ไสกาว แต่เนื้อในก็หลุดออกจากปก เป็นแผ่นๆ หรือบางเล่มไม่ได้เย็บกี่ เข้าเล่มเพียงหยาบๆ เมื่ออ่านไปครั้ง-สองครั้ง และยิ่งถ้าอ่านด้วยกันหลายคน ช่วยกันอ่านช่วยกันเปิด ก็หลุดเป็นแผ่นๆ ได้ในระยะเวลาเพียงข้ามคืน น่าเสียดายมากว่า หนังสือเหล่านี้หลายเล่มภาพสวยงาม เนื้อหาเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ เด็กจึงอยากอ่านแล้วอ่านอีก ถ้าผู้ผลิตเอาใจใส่และเข้าเล่มอย่างประณีตสักหน่อย หนังสือจะคงทนและอยู่ได้นาน อาจอ่านกันได้หลายรุ่น อาจเป็นสิบๆ ปี ไม่ใช่แค่เพียงไม่กี่วัน

     
 
     
คุณครูซ่อมหนังสือด้วยการเย็บลวดกระดาษ
 
ซ่อมและตรวจนับหนังสือ


หนังสือที่ชำรุดอาจไม่น่าหยิบจับเท่าหนังสือใหม่ คณะวิจัยจึงหาหนังสือใหม่มารวมเข้าไปในทุกกองหนังสือที่แต่ละโรงเรียน เพื่อเร้าให้เด็กๆสนใจหนังสือ และถือเป็นรางวัลตอบแทนเด็กๆที่ตั้งใจอ่านหนังสือด้วยดี พี่ๆ นิสิตแนะนำหนังสือใหม่ เชิญชวนน้องๆมาอ่าน ก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมครั้งนี้ด้วยการด้วยลีลาสนุกๆ ประกอบเพลงสันทนาการ และย้ำว่าให้รีบอ่านหนังสือและบันทึกการอ่าน อีกสามเดือนจะกลับมาพบกันอีก พร้อมกับของรางวัลและกิจกรรมสนุกๆ กว่าเดิม

หนังสือเดินทางไปเยี่ยมเด็กๆ ถึงสองโรงเรียนแล้ว
ครั้งที่สาม (อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า) การเดินทางของหนังสือไปสู่มือของเด็กๆจะสนุกสนานแค่ไหน
โปรดติดตาม ไม่นานเกินรอ

     
 
     
‘ยอดนักอ่าน’ ถ่ายรูปร่วมกับคุณครูบรรณารักษ์




 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > ความเป็นไป > กลับไปต้นบทความ