การดำเนินงานตามแผนงานวิจัย



กิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๒

            ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๕ และ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ ดังนี้


วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ (โรงเรียนในเขตเมือง)

๙.๐๐ - ๑๑.๐๐ น.   กิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างโรงเรียนพระตำหนักมหาราช
และโรงเรียนบ้านแหลมแท่น จัดที่โรงเรียนพระตำหนักมหาราช
๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.   กิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างโรงเรียนวัดเตาปูน
และโรงเรียนบ้านปากคลองโรงนาค จัดที่โรงเรียนวัดเตาปูน


วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ (โรงเรียนในเขตชนบท)

๙.๐๐ - ๑๑.๐๐ น.   กิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างโรงเรียนบ้านหนองผักหนาม
โรงเรียนบ้านหนองประดู่ โรงเรียนบ้านห้างสูง และโรงเรียนบ้านท่าจาม
จัดที่โรงเรียนอนุบาลหนองใหญ่


            จัดกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๒ โดยอาจารย์และนิสิตจากภาควิชาสารสนเทศศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ ๒๕ และ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ กิจกรรมประกอบด้วย การสันทนาการเพื่อให้เด็กทั้งสองโรงเรียนสานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน การประกวดเล่านิทาน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการมอบรางวัลและประกาศนียบัตรให้แก่ยอดนักอ่าน ๔ ประเภท ได้แก่

            ๑. รางวัลอ่านเก่ง มอบให้เด็กที่อ่านหนังสือแล้วสามารถจับประเด็น สรุปใจความสำคัญ และถ่ายทอดเป็นภาษาของตนได้ดี
            ๒. รางวัลอ่านมาก มอบให้เด็กที่อ่านหนังสือได้จำนวนมากที่สุด
            ๓. รางวัลวาดรูปสวย มอบให้แก่เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ
            ๔. รางวัลลายมือสวย มอบให้เด็กที่บันทึกด้วยความตั้งใจ

            โดยพิจารณาจากสมุดบันทึกการอ่านของโครงการวิจัยฯที่เด็กบันทึกไว้ นอกจากนี้ยังมอบเข็มกลัดแก่ ‘บรรณารักษ์น้อย’ เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ที่ช่วยดูแลห้องสมุด และจูงใจให้เด็กคนอื่นอยากร่วมกิจกรรมและอ่านหนังสือมากขึ้น
            กิจกรรมหมุนเวียนหนังสือในครั้งนี้ มีโครงสร้างกิจกรรมคล้ายกับกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งแรก แต่รายละเอียดของกิจกรรมส่งเสริมการอ่านมีลักษณะเชิงวิชาการ และเนื้อหายากขึ้น สำหรับกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นพิเศษกว่าครั้งก่อน คือ ‘การประกวดเล่านิทานจากหนังสือในโครงการวิจัยฯ’ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากคุณครู และนักเรียนเป็นอย่างดี เกือบทุกโรงเรียนส่งตัวแทนนักเรียนเข้าประกวด ทั้งเดี่ยว และกลุ่ม นอกจากนี้ยังได้ทดลองนำโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในชนบทมาพบปะกันหมดทั้ง ๔ โรงเรียน
            ผู้วิจัยกำหนดจัดกิจกรรมการหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๓ ในต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๒



ข้อสังเกตหลังจัดกิจกรรมหนังสือหมุนเวียนครั้งที่ ๒

โรงเรียนเขตเมือง

หนังสือ
            • โรงเรียนแห่งหนึ่งมีหนังสือหายจำนวนมาก (๑๖ เล่ม) เนื่องจากขึ้นปีการศึกษาใหม่ นักเรียนชั้นป. ๖ ที่ยืมหนังสือของโครงการฯไป จบการศึกษา ประกอบกับครูฝึกสอนที่ประจำชั้นระดับชั้นป.๖ สิ้นสุดการฝึกสอน จึงไม่ได้ติดตามหนังสือ
            • โรงเรียนในเขตเมืองมีหนังสือหายรวม ๒๕ เล่ม

นักเรียน
            • หลังตรวจสมุดบันทึกการอ่านพบว่านักเรียนหลายคนอ่านเฉพาะจุดแล้วนำมาเขียนบันทึก นักเรียนหลายคนลอกบันทึกการอ่านต่อๆ กัน หรือบางคนนำสมุดบันทึกการอ่านเดิมที่ตรวจแล้วในการหมุนเวียนครั้งที่ ๑ มาส่ง และคุณครูประจำชั้นบางคนไม่ได้ตรวจ
            • นักเรียนบางคนบันทึกการอ่านได้ดี วาดภาพสวยงาม มีจินตนาการ ด้านเนื้อหาก็มีพัฒนาการที่ดี บันทึกเนื้อเรื่องย่อโดยใส่จินตนาการตัวเองเข้าไปในเรื่องด้วย ข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่านอย่างน่าสนใจ เช่น มีการแต่งกลอน แสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ได้อ่าน
            • นักเรียนชอบอ่านหนังสือ หนังสือที่ชอบอ่านส่วนใหญ่เป็นนิทานเล่มบาง มักไม่ค่อยอ่านหนังสือเล่มหนาอย่างวรรณกรรมเยาวชน
            • นักเรียนค่อนข้างกระตือรือร้นกับกิจกรรมเล่านิทาน มีโรงเรียนเดียวที่ไม่ส่งตัวแทนเข้าประกวด บางโรงเรียนส่งนักเรียนเข้าประกวดชั้นละ ๒- ๓ กลุ่ม

ครูบรรณารักษ์
            • ครูบรรณารักษ์มีความคิดริเริ่มที่ดี ในการบริหารจัดการหนังสือให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากห้องสมุดของโรงเรียนมีพื้นที่จำกัด ครูจึงหมุนเวียนหนังสือไปตามห้อง โดยแบ่งหนังสือเป็น ๓ กลุ่มให้แก่นักเรียนในกลุ่มวิจัย ๓ ระดับชั้น (ป.๔-ป.๖) ทำรายชื่อหนังสือใหม่ และทำสมุดบันทึกการยืม-คืนเอง รวมถึงทำบัตรสำหรับบันทึกลงชื่อผู้ยืมด้านหลังหนังสือเพิ่ม หากของเดิมหมด
            • ครูบรรณารักษ์เห็นความสำคัญของโครงการฯ โดยเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อมีการจัดสัมมนาเรื่องการส่งเสริมการอ่านระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครูบรรณารักษ์นำโครงการฯไปเสนอในที่ประชุม

โรงเรียนเขตชนบท

หนังสือ
            • โรงเรียนชนบทหนังสือหายน้อยกว่าโรงเรียนในเมือง และมีเพียงโรงเรียนเดียวที่ไม่มีหนังสือหายเลย อาจเพราะจำนวนเด็กนักเรียนในชนบทน้อยกว่าโรงเรียนในเมือง

นักเรียน
            • ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง นักเรียนที่อ่านหนังสือมากที่สุด ใช้สมุดบันทึกการอ่านถึง ๓ เล่ม
            • นักเรียนกระตือรือร้นกับกิจกรรมเล่านิทานมาก ทุกโรงเรียน ส่งตัวแทนเข้าประกวด และเล่านิทานได้สนุกสนาน มีอุปกรณ์ประกอบ และการเตรียมพร้อมอย่างดี

ครูบรรณารักษ์
            • มีครูบรรณารักษ์ที่ดูแลโครงการย้ายออกไป ๒ โรงเรียน และมีคุณครูคนใหม่เข้ามา แม้จะอธิบายโครงการให้คุณครูได้ทราบแล้ว แต่คุณครูก็อาจยังเห็นภาพของโครงการไม่ชัดเจนนัก จึงเกิดความไม่ต่อเนื่องในการจัดกิจกรรม

ข้องสังเกตอื่นๆ
            • ระยะเวลาหลังการหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๑ ถึงการหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๒ นั้น อยู่ในช่วงเวลาปิดภาคเรียนด้วย ทำให้ปริมาณการอ่านและการยืม-คืนหนังสือในภาพรวมลดลงจากเดิม เนื่องจากคุณครูบรรณารักษ์บางโรงเรียนไม่ให้เด็กนักเรียนยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน เพราะกลัวหนังสือหาย มีเพียงบางโรงเรียนเท่านั้นที่ให้เด็กยืมกลับบ้าน และไปบันทึกการอ่าน นอกจากนี้หากอ่านหนังสือของโครงการฯที่ยืมไปจบแล้ว ก็อาจบันทึกการอ่านจากหนังสือเรื่องอื่นได้ เช่น หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารความรู้ต่างๆ
            • นักเรียนที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ยังไม่เข้าใจโครงการฯมากนัก ในการจัดกิจกรรมหนังสือหมุนเวียน ครั้งที่ ๒ นี้ จึงให้นิสิตที่จัดกิจกรรมอธิบายโครงการให้น้องนักเรียนเข้าใจ
            • นักเรียนที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ยังไม่ได้รับสมุดบันทึกการอ่าน หรือนักเรียนชั้นประถามปีที่ ๕ และ ๖ ใช้สมุดบันทึกการอ่านหมดเล่ม บางโรงเรียนครูบรรณารักษ์มีความคิดริเริ่ม จึงให้นักเรียนสร้างสรรค์สมุดบันทึกการอ่านขึ้นใหม่ด้วยตนเอง ขณะที่บางโรงเรียนเด็กไม่ได้บันทึกการอ่าน เพราะไม่มีสมุดบันทึก
            • สภาพหนังสือค่อนข้างไม่สมบูรณ์ เช่น ยับ มีคราบสปกรกต่างๆ หรือฉีกขาด ครูบรรณารักษ์ได้ซ่อมหนังสือที่ชำรุดด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ติดเทปใส เย็บด้วยลวดเย็บกระดาษ
            • การจัดกิจกรรมหมุนเวียนหนังสือครั้งนี้ ได้ทดลองนำโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในชนบทมาพบปะกันทั้ง ๔ โรงเรียน ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี การจัดกิจกรรมให้แก่โรงเรียนชนบท จึงค่อนข้างมีชีวิตชีวา และครึกครื้นมากกว่าโรงเรียนในเขตเมือง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักเรียนในโรงเรียนเขตชนบทมีจำนวนน้อยกว่าโรงเรียนในเขตเมืองด้วย
            • การบันทึกการอ่าน น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา และนักเรียนที่ได้รางวัลยอดนักอ่านประเภทต่างๆ นั้น หลายคนเคยได้รับรางวัลยอดนักอ่านมาก่อนหน้านี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีนักเรียนบางคนไม่พอใจผู้ที่ได้รางวัลยอดนักอ่านด้วย โดยให้เหตุผลว่าผู้ได้รางวัลลอกของเพื่อนมาส่ง


สรุปจำนวนหนังสือหาย ก่อนกิจกรรมหนังสือหมุนเวียน ครั้งที่ ๒

โรงเรียนเขตเมือง ๒๕ เล่ม
โรงเรียนเขตชนบท ๑๙ เล่ม
รวมหนังสือที่หายทั้งหมด ๔๔ เล่ม

โรงเรียนที่หนังสือหายมากที่สุด หายจำนวน ๑๖ เล่ม
จำนวนโรงเรียนที่ไม่มีหนังสือหายเลย ๑ โรงเรียน
จำนวนหนังสือที่ชำรุดและหลุดเป็นแผ่นๆ ๑๕ เล่ม
            ได้แก่ อมตะนิทานอีสป เล่ม ๑ ถึง ๓, สังข์ทอง, นิทานภูผา, นิทานลำน้ำ เป็นต้น
            (ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเล่มเดิม หรือเล่มอื่นๆ แต่เป็นสำนักพิมพ์เดียวกันกับที่เคยชำรุด
            ในการหมุนเวียนหนังสือครั้งที่ ๑ )



   
   
กลับไปสารบัญหลัก > ความเป็นไป > กลับไปต้นบทความ