ประเทศไทยไม่ร่ำรวยนัก โปรดให้หนังสือทุกเล่มอยู่ได้หลายชั่วอายุฅน
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > สุดขอบโลกที่ฟินิสแตร๎เร
 
 
   
 
  สุดขอบโลกที่ฟินิสแตร๎เร   
FINISTERRE : MARIA ROSA LOJO
เขียน :  มาเรีย โรซา โลโฆ    แปล :  ภาสุรี ลือสกุล
บรรณาธิการต้นฉบับ :  มกุฏ อรฤดี
ภาพปก :  อภิชัย วิจิตรปิยะกุล    ภาพประกอบ :  เฉลิมชาติ เจริญดียิ่ง
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๑ (มกราคม ๒๕๕๗)   ปกอ่อน
  ๓๘๔ หน้า    น้ำหนัก :  ๒๐๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๑ x ๑๕ x ๒.๒ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :  ค.ศ. ๒๐๐๕    ภาษาไทยพิมพ์ครั้งแรก :  มกราคม ๒๕๕๗ (ผีเสื้อสเปน)
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  มกราคม ๒๕๕๗    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๕๗
รายละเอียดรูปเล่ม :  ๓๒ หน้ายกพิเศษ
ภาษาต้นฉบับ :  สเปน    ภาษาที่แปลมา :  สเปน    กลุ่มผู้อ่าน :  อ่านได้ทุกวัย
  ISBN :  978-974-14-0385-1    ราคา :  ๒๙๗.๐๐ บาท
  บทความเกี่ยวข้อง :: ทดลองอ่าน
   
 
 
   
     
จากผู้เขียนถึงนักอ่านชาวไทย

ในอาร์เจนตินา ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศไทยมีเพียงน้อยนิด และไม่ต้องสงสัยเลย เป็นความรู้ที่ถูกบิดเบือน ชาวอาร์เจนตินารู้จักประเทศไทยจากภาพยนตร์เรื่องแอนนา แอนด์ เดอะคิง ทั้งสองภาค ซึ่งกล่าวถึงกันกว้างขวางและมีความคิดคลุมเครือว่า เป็นประเทศเอเชียที่มีวัฒนธรรมโบราณ และภูมิทัศน์เขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ บางที ภาพความเป็นไทยอันเด่นชัดที่พวกเรารู้จักอาจจะเป็นนางรำที่แต่งหน้าแต่งตัวด้วยเครื่องประดับงดงาม มีชฎาสวมศีรษะ และร่ายรำด้วยท่วงท่าซับซ้อน อ่อนช้อยสวยงามยิ่งนัก
          แน่ละ ชาวไทยก็คงไม่ได้รู้จักอาร์เจนตินามากไปกว่าที่ชาวอาร์เจนตินารู้จักประเทศไทยนัก บางทีอาจจะรู้จักเพียงนักฟุตบอลล์ผู้โด่งดังอย่างมาราโดนา ระบำแท็งโก้ ภาพชายหญิงที่เต้นรำไปตามจังหวะ และภาพของ เช เกบารา ที่สกรีนเป็นลายเสื้อยืด และเอบา ดูอาร์เต เด เปรอน ซึ่งรู้จักจากบทบาทของมาดอนนา (แต่ไม่เป็นที่ยอมรับมากนักในอาร์เจนตินา)
          ประเทศไทยไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชาวอาร์เจนตินา และอาร์เจนตินาเองก็มิใช่ประเทศที่ฅนไทยนิยมไปเยี่ยมเยือน เราอยู่ห่างไกลกันเกินไปทั้งในแง่ภูมิศาสตร์และภาษาที่ใช้สื่อสาร เสน่ห์ของความแปลกแตกต่างถูกลดทอนไป ส่วนหนึ่งเพราะค่าเดินทางที่สูงลิ่วและหวาดกลัวว่า เมื่อไปถึงจะสื่อสารไม่เข้าใจ ทั้งจะรู้สึกผิดแผกจากวิถีชีวิตของชนต่างชาติต่างภาษา แม้พวกเราทุกฅนจะพูด ‘ภาษากลาง’ ในปัจจุบันอย่างภาษาอังกฤษได้ดีบ้างแย่บ้างก็ตาม
          เมื่อสองปีก่อน ตอนที่ดิฉันได้รับอีเมลจากชื่อฅนส่งแปลกๆ อย่าง ‘ภาสุรี ลือสกุล’ ความคิดแวบแรกคือ อยากลบอีเมลนั้นทิ้ง เพราะคิดในทันทีว่าน่าจะเป็นสแปมโฆษณาจากหลายหลากที่มาทั่วโลกซึ่งถล่มคอมพิวเต้อร์ของเราอยู่ทุกวี่วัน แต่คำสำคัญที่ทำให้ดิฉันฉุกใจคิดคือ หัวข้ออีเมลที่มีคำว่า ‘ซาลามังกา’ อันเป็นสถานที่ซึ่งดิฉันรู้จัก เพราะเคยได้รับเชิญไปมหาวิทยาลัยนี้แล้วหลายครั้งเพื่อบรรยายในรายวิชาเสวนาและสัมมนาวิชาการ ดิฉันจึงเปิดอีเมลนั้นดู และปรากฏว่ามีนักศึกษาไทยชื่อดังกล่าวเริ่มทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยสเปนอันทรงเกียรติแห่งนั้นเกี่ยวกับนวนิยายของดิฉัน และประสงค์จะติดต่อกับดิฉัน
          ดิฉันประหลาดใจมาก รู้สึกดีใจและงุนงง ที่ดีใจ เพราะสำหรับนักเขียนแล้ว ความยินดีใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าได้รู้ว่า ผลงานของตนได้ข้ามพรมแดนทั้งมวลอันจะมีจนทำให้ผู้เชี่ยวชาญจากอีกซีกโลกหนึ่งสนใจได้ และงุนงง เพราะเมื่อดิฉันมานั่งนึกถึงความยากลำบากในการทำความเข้าใจและแปลความ แม้จะไม่ใช่ปัญหาของภาษา (เนื่องจากภาสุรีเขียนภาษาสเปนได้อย่างไม่มีที่ติ) แต่เป็นเพราะเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั้งหมดที่อยู่ในงานเขียนของดิฉัน หากการติดต่อระหว่างประเทศที่ใกล้ชิดกว่ามากในเรื่องต่างๆ เช่น ประเทศสเปน แต่ลงท้ายบ่อยครั้งที่ ‘ประเทศแม่’ ของเราก็ยังไม่แคล้วต้องประสบปัญหาความยากลำบากดังกล่าว แล้ววัฒนธรรมที่มิใช่ตะวันตกและไม่ใช้ระบบตัวอักษรเดียวกันกับเราด้วยซ้ำนั้น จะมีความเข้าใจผิดใดเกิดขึ้นได้บ้างเล่า
          เรื่องนี้ดูน่าวิตกยิ่งขึ้น เนื่องจากงานเขียนของดิฉันเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ซึ่งจะทำให้การศึกษาและตีความยากเป็นสองเท่า เพราะมิใช่เป็นการทำความเข้าใจยุคร่วมสมัยซึ่งค่อนข้างเป็นไปโดยง่ายด้วยกระแสโลกาภิวัฒน์ และโลกปัจจุบันที่รับอิทธิพลแบบตะวันตก หากแต่เป็นการทำความเข้าใจเรื่องราวในอดีต ประวัติศาสตร์ของประเทศชายขอบของขนบโลกตะวันตก (แม้บอร์เคส๑จะกล่าวว่า ความเป็นชายขอบในอีกแง่มุมก็เป็นแหล่งกำเนิดของอิสรภาพในการสร้างสรรค์) และภาสุรีจะข้ามพรมแดนมหาสมุทรเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ในซีกโลกใต้ที่แสนแตกต่าง และห่างไกลได้ในระยะเวลาไม่นานหรืิอไม่
          ดิฉันต้องบอกว่าเธอก้าวข้ามอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ได้ในทันที เพียงอีกไม่กี่เดือนต่อมา ภาสุรีได้เดินทางมายังอาร์เจนตินาด้วยทุนสนับสนุน และมาอยู่ที่ห้องอาหารในบ้านของดิฉัน เธอมาถึงพร้อมของขวัญที่งดงามเช่นวัตรปฏิบัติของนักเดินทางผู้เอื้อเฟื้อ และยังนำพวกเราไปรู้จักประเทศไทยเป็นครั้งแรกผ่านสิ่งพื้นฐานที่สุด อันแสดงถึงการต้อนรับขับสู้ซึ่งพิชิตใจและท้องได้ในคราวเดียวนั่นคือ อาหาร ใช่แล้ว ภาสุรีเตรียมนำเครื่องปรุงทุกอย่างที่จำเป็นมาเองเพื่อจะทำแกงไทยแบบดั้งเดิมให้พวกเรารับประทาน เสียงปรบมือเป็นเอกฉันท์ และลูกๆ ของดิฉันทั้งสามฅน (ที่อยู่บ้านในวันนั้นเพื่อรอพบเธอ) ก็ชื่นชมรสชาติความหรูหราของอาหารไทยจานนั้น แน่ละ เธอต้องลองเนื้อย่าง ชามาเต รสขม และอัลฟาฆอร์ที่สอดไส้ดุลเซ เด เลเช ซึ่งเป็นขนมท้องถิ่นขึ้นชื่อของอาร์เจนตินาที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางอาหาร ดังนั้น ตอนนี้คงไม่จำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ซับซ้อนอื่นใด อาหารของแต่ละวัฒนธรรมก็เป็นเช่นความรัก ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนเพื่อตีความ เพียงชื่นชอบและยอมรับก็พอแล้ว
          ก้าวต่อไปคือ ภาสุรีไปทำวิจัยในห้องสมุดของอาร์เจนตินา โดยเฉพาะห้องสมุดส่วนตัวของดิฉัน ซึ่งมีหนังสือและภาพถ่ายที่สะสมมานานหลายปีจากการ ‘เดินทาง’ ทางประวัติศาตร์และมานุษยวิทยาด้วยวัตถุประสงค์ทางวรรณกรรมเสมอมา ดิฉันประหลาดใจความสามารถการทำงานและทำความเข้าใจอย่างรวดเร็วของภาสุรี แต่สิ่งที่ดิฉันประหลาดใจมากที่สุดก็คือ สายสัมพันธ์ระหว่างสังคมไทยกับอาร์เจนตินาที่เราทั้งสองได้ค้นพบ อาร์เจนตินาไม่เพียงเป็นประเทศที่มีประชากรสืบเชื้อสายจากผู้ที่อพยพมาทางเรือ (จากยุโรป) เหมือนที่ผู้ฅนกล่าวถึงซ้ำๆ แต่ยังเป็นชาติที่มีรากหยั่งลึกจากวัฒนธรรมอันมิได้มาจากโลกตะวันตก (ซึ่งก็คือวัฒนธรรมก่อนที่จักรวรรดิสเปนจะเข้ายึดครอง) ดินแดนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าเร่ร่อน และจวบจนปัจจุบันก็ยังคงเป็นที่พำนักพักพิงของลูกหลานชนพื้นเมืองเหล่านั้น จักรวรรดิอังกฤษเคยแผ่อำนาจ (และถูกต่อต้าน) ทั้งในอาร์เจนตินาและไทย ทั้งสองประเทศมีกลุ่มต่อต้านวัฒนธรรมเก่า (ในกรณีอาร์เจนตินาคือต่อต้านกลุ่มฅนขาวเชื้อสายสเปนและชนพื้นเมือง) ที่ฝ่ายตรงข้ามตีค่าเพียง ‘อนารยธรรม’ และมีอีกกลุ่มที่พร้อมจะนำนวัตกรรมของอารยธรรมตะวันตกเข้ามา ด้วยวิธีการใดก็ตาม (รวมทั้งการเข้ายึดดินแดน) เฉกเช่นกรณีจักรวรรดิอังกฤษและการแทรกแซงทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ในยุคศตวรรษที่ ๑๙ มีการปะทะรุนแรงระหว่างชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มอำนาจ ระหว่างกลุ่มผู้มีอำนาจและกลุ่มฅนชายขอบในทั้งสองชาติ นอกจากนั้นในทั้งสองประเทศประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสตรีจึงถูกหน้าประวัติศาสตร์ทางการละเลย จึงไม่มีการบอกเล่าเรื่องราวของพวกเธอ หรือคำบอกเล่าจากมุมมองอื่นซึ่งไม่ใช่ของพวกเธอเอง
          นวนิยายเรื่อง ‘สุดขอบโลกที่ฟินิสแตร๎เร’ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกปิดบัง และการปะทะสู้รบเพื่อความเป็นเอกเทศ (ทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์และเพศสภาพ) การสู้รบเพื่อสร้างอัตลักษณ์ในสังคมที่ซับซ้อน หลากโฉมหน้า หลายแง่มุม และเต็มไปด้วยการผสมผสานการต่อสู้ของชนเผ่า เพื่อมิให้วัฒนธรรมของตนถูกลบล้างไปจากความทรงจำของมนุษยชาติ เพื่อไม่ให้ภาษา ตำนาน และความเชื่อเทพเจ้า อันเป็นการสร้างสรรค์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ก่อให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลกต้องสาบสูญไป
          การค้นพบอย่างหนึ่งบนเส้นทางที่ดิฉันเดินทางสำรวจไปพร้อมๆ กับภาสุรี คือ ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงชนพื้นเมืองเผ่ารังเกล (ที่ถูกขับไล่จนแทบสูญสิ้น) ในนวนิยายเล่มนี้กับเผ่าม้ง (ที่ชาวจีนเรียกว่า ‘เมี้ยว’ อันหมายถึงชนป่าเถื่อน) ทั้งสองเผ่ามีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันหลายประการ ทั้งการใช้ชีวิตเร่ร่อน ความรักม้า วัฒนธรรมหมอผี ระบบวงศ์วานว่านเครือ หัตถกรรม เครื่องประดับเงิน รวมถึงเสรีภาพทางเพศของหญิงสาว ประเพณีการ ‘ซื้อ’ ภรรยา วัฒนธรรมการมีภรรยาได้หลายฅน แม้กระทั่งชื่อของพระเจ้าที่คล้ายคลึงกัน (‘Shao’ พระเจ้าผู้สร้างของม้ง และ ‘Chao’ บิดาแห่งเผ่ามาปุเชและรังเกล)
          ในทั้งสองประเทศมีการจับฝ่ายศัตรูมาเป็นเชลย ยังความทุกข์ทรมานยานานนับศตวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฉลยหญิง สถานการณ์ดังกล่าวในอาร์เจนตินาเป็นหัวข้อสำคัญในวรรณกรรมและความทรงจำสังคมที่ยังคงมีผลสะท้อนยาวนาน จวบจนเมื่อไม่นานมานี้ (ในแง่มุมที่โหดร้ายยิ่งกว่าระหว่างยุคเผด็จการทหารคือคุมขังผู้หญิงและลูกๆ ของพวกเธอที่ถือกำเนิดในคุกลับ)
          ทั้งชาวอาร์เจนตินาและชาวไทยสนใจประวัติศาสตร์อย่างมาก และเล็งเห็นความจำเป็นที่จะใคร่ครวญถึงประวัติศาตร์ชาติตน ดังนั้น ในทั้งสองประเทศ นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นวิถีเปี่ยมเสน่ห์อันนำเราย้อนกลับไปมองและตัดสินเหตุการณ์ในอดีต จึงเป็นงานเขียนแนวที่ผู้อ่านนิยมชื่นชอบ
          ขอขอบคุณภาสุรี ลือสกุล สำนักพิมพ์ผีเสื้อ และโครงการสนับสนุนการแปล ‘ซูร๎’ ของกระทรวงการต่างประเทศอาร์เจนตินาซึ่งทำให้ดิฉันยินดีเป็นอย่างมากในวันนี้ที่จะได้เห็น (แม้อ่านไม่ออก) โลกที่ดิฉันสร้างขึ้นใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่งอันจะเขียนด้วยตัวอักษรซึ่งดูราวกับภาพศิลป์ และจะกลายเป็นของขวัญสำหรับผู้อ่านในดินแดนงดงามดุจตำนาน ซึ่งดิฉันหวังว่าวันหนึ่งจะมาเยือนด้วยความมั่นใจว่า จะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง มิใช่เช่นชาวต่างชาติ

มาเรีย โรซา โลโฆ
๑ ตุลาคม ๒๕๕๒


-------------------------------------------------------------------------------------------------------


แม็กดาเลน คอลเลจ อ๊อกซ๎ฟอร์ด
๑๕ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๘๗๔

คุณกลายเป็นสฟิงซ๎ผู้เก็บงำความลับมากมายไปเสียแล้ว ผมอยากทำให้คุณตื่นเต้นได้บ้าง อย่างน้อยก็สนุกสนานไปกับการผจญภัยแสนน่าเบื่อที่แม็กดาเลน คอลเลจเสียเหลือเกิน จริงอยู่ อาหาร ไวน์ ยาสูบ สวนและกิจกรรมยามว่างทั้งหลายช่างสูงส่งน่าพึงใจกว่าชีวิตยากไร้ของผมที่ห้องใน ‘โบตานี เบย์’ ซึ่งผมเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่งดงามก็แต่ในความคิดฝันของกวี

อลิซาเบธที่รัก ชีวิตของเราทุกวันนี้เศร้าเกินกว่าที่เราจะยอมรับได้อยู่แล้ว ผมคือชายหนุ่มชาวกรีกศตวรรษที่ ๑๕ อัศวินยุคกลาง พระดรูอิดและทหารรับจ้างในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และบางครั้งก็เป็นขุนนางสเปนในราชสำนักของพระเจ้าเฟลิเปที่สอง แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงฝันกลางวัน ผมจึงไม่ยึดมั่นอะไร แต่ผมเห็นว่าคุณดูจะเอาเรื่องการผจญภัยในอเมริกามาเป็นจริงจังใหญ่โตเลยทีเดียว

หากทำได้ ผมปรารถนาจะพาคุณไปอิตาลีด้วย และจะสร้างอดีตสวยงามที่สุดแห่งราชสำนักของแมนทูอา หรือเฟราราในอิตาลี จับคุณแต่งตัวเป็นนางฟ้า แล้วเราจะเต้นรำด้วยกันในคาร์นิวัลที่เวนิส ทำไมคุณไม่ให้ที่อยู่ของสุภาพสตรีสุดขอบโลกแก่ผมเล่าครับ ผมจะได้เขียนจดหมายไปหาเธอ และหากเธอตกลง เราจะได้แต่งนิยายอันน่าทึ่งที่สุดด้วยกัน

วีรบุรุษผู้น่าสนใจที่สุดของนิทานเลดี้เอฟ.ที. คือพ่อหมอผีอย่างไม่ต้องสงสัย น่าสนใจยิ่งกว่าไบกอร์เรียซึ่งเป็นอัศวินที่อยู่ในขนบธรรมเนียมเสียอีก อย่างที่รู้กัน ผมทนอยู่อ๊อกซ๎ฟอร์ดไม่ได้เพราะบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย หากไม่ใช่เพราะหนองบึงในทุ่งหญ้าปัมปัส หนามตามต้นไม้และไม้พุ่มที่จะทำให้เสื้อผ้าผมเสียหาย และผมเองต้องทิ้งเครื่องกระเบื้องเคลือบไว้ที่นี่ ผมจะเร่งรีบไปหาหมอผีฅนนั้น ณ ที่แห่งใดก็ตามแต่เขาต้องการ เพื่อให้เขาสอนเวทมนตร์และวาทศิลป์ซึ่งอันที่จริงเป็นสิ่งเดียวกันหรือน่าจะเป็นสิ่งเดียวกัน

คู่คิดที่ซื่อสัตย์เสมอของคุณ
ออสการ์ ไวลด์
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ MedyAe  ๒๓ ก.ค ๒๕๕๗  ๒๓:๒๘ น.  
  
 
  
  วิธีถ่ายทอดเรื่องราวดีมาก มีครบทุกอารมณ์ แฝงด้วยเกร็ดสาระประวัติศาสตร์ ชอบมากคะ  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
ฅนไทย แปลว่า รู้อ่าน รู้คิด รู้ทำสิ่งดี