หนังสือเล่มใด หน้าขาดหาย เรียงหน้าสับสน โปรดส่งไปเปลี่ยนเล่มใหม่
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > ขอบฟ้าขลิบทอง
 
 
   
 
  ขอบฟ้าขลิบทอง   
เขียน :  อุชเชนี    
ภาพปก :  อภิชัย วิจิตรปิยกุล    ภาพประกอบ :  เฉลิมชาติ เจริญดียิ่ง
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๒ (มกราคม ๒๕๔๔)   ปกอ่อน
  ๒๔๐ หน้า    น้ำหนัก :  ๒๐๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๓ x ๑๘.๓ x ๑ ซ.ม.
ภาษาไทยพิมพ์ครั้งแรก :   ๒๕๓๒ (กะรัต)
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  มกราคม ๒๕๔๔    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๔๔
กลุ่มผู้อ่าน :  มัธยมต้น - ผู้ใหญ่
  ISBN :  974-14-0116-7    ราคา :  ๑๒๙.๐๐ บาท
  บทความเกี่ยวข้อง :: ทดลองอ่าน
   
 
 
   
     
ผู้นิพนธ์ : อุชเชนี (ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. ๒๕๓๐)

หนังสือที่ฅนไทยควรอ่านในรอบ ๑๐๐ ปี จากการคัดเลือกโดยโครงการวิจัยของสกว. พ.ศ. ๒๕๔๐-๔๑

เป็นเล่มหนึ่งในรายการหนังสือดีที่ฅนไทยควรอ่านจำนวน ๑๐๐ เล่ม
หนังสือรวมบทกวีของ 'อุชเชนี' ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ถือเป็นผลงานอมตะในวงการประพันธ์ เพราะแม้กาลเวลาได้ล่วงเลยไปนานถึงเกือบครึ่งศตวรรษ แต่ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้สนใจสืบเนื่องกันเรื่อยมา 'ร้อยกรอง' หลายๆ บทในเล่มนี้ ได้นำไปใช้อ้างถึงสำหรับการศึกษาวิชาการประพันธ์ระดับอุดมศึกษาบางแห่ง

'ขอบฟ้าขลิบทอง' รองอรุณพร้อมด้วยรสคำ - รสความ จาก 'อุชเชนี' ผู้อาวุโส
          จากปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ เมื่อบทร้อยกรอง 'มะลิ' ผลิดอกบานหวานชื่นตราบจนทุกวันนี้ 'อุชเชนี' และ 'ขอบฟ้าขลิบทอง' ของเธอ ได้ผ่านพบกับเหตุการณ์ทั้งในทางสังคมและในทางวรรณกรรมมาแล้วอย่างหลายหลากและมากมายเคล้าระคนกัน
          ในนั้น แน่นอน ย่อมมิได้เป็นเพียง 'ศัพท์สำเนียงแห่งความสงัด ในหยาดเยียบแห่งน้ำตา' เท่านั้น หากแต่ยังหมายถึง 'อาการโบกบ้าแห่งพายุ' และจิตใจ 'ที่หาญจะหอบดาวพราวเกลื่อนดิน---' อีกด้วย
                    ครั้งหนึ่ง นานกว่า ๔ ทศวรรษแล้ว

                              'ดรุณีนางหนึ่งรำพึงเอ่ย
                              สายฝนเอ๋ยหนาวเหน็บเจ็บไฉน
                              ใครรักเจ้าแล้วกลับแปรรังแกใจ
                              หรือจึงไห้ร่ำอยู่ไม่รู้แล้ว'

                    ต่อมา เมื่อมีผู้ถาม 'อยู่เพื่ออะไร' คำตอบของเธอนั้นเฉียบขาดยิ่ง

                              'ฉันอยู่เพื่อความฝันอันเพริศแพร้ว
                              เมื่อโลกแผ้วหลุดพ้นฅนหลอกหลอน
                              เมื่ออามิสฤทธิ์แรงแท่งทองปอนด์
                              มิอาจคลอนใจฅนให้หม่นมัว
                                        ฉันอยู่เพื่อยุคทองของฅนยาก
                              ที่เขาถากทรกรรมซ้ำปั่นหัว
                              เพื่อความถูกที่เขาถมจมทั้งตัว
                              เพื่อความกลัวกลับกล้าบั่นอาธรรม'

                    และต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ 'ดรุณีนางหนึ่ง' ก็ 'รำพึงเอ่ย' ในท่วงทำนอง

                              'บรรเลงเพลงความเงียบ
                              ในหยาดเยียบน้ำตาริน
                              หักได้ฤาสายพิณ
                              ที่พลิ้วพร่างอยู่กลางใจ'

                    ไม่ว่าพายุจะพัดโบกอย่างบ้าคลั่งหรือสายแดดจะแผดจ้า ปลายปากกาของ 'อุชเชนี' ก็ยังไพเราะเสนาะพริ้ง เพื่อ 'รินศรัทธา' ต่อความหวังและความรักในชีวิตที่ดีกว่า
                    เป็นผู้ให้และคอยปลอบประโลมใจอยู่เหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยน

                              'จะอยู่ไหนมิเป็นไรที่รักจ๋า
                              รู้เถิดว่าทุกอรุณที่ครุ่นเห็น
                              ทุกสายัณห์ตะวันเลือนและเดือนเพ็ญ
                              มีใจเต้นของมนุษย์พิสุทธิ์ศรัทธา'

                    ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว 'อุชเชนี' เคยจุดประกายฝันให้แก่นักกลอนอย่าง ประยอม ซองทอง ทุกวันนี้กวีนิพนธ์ของเธอก็ยังช่วยให้เสียงเต้นของหัวใจของกวีหนุ่มอีกหลายฅนสามารถยืนยันถึงความมีชีวิต
                    ชีวิตแห่งความฝันและความหวัง!

                                        จากบทความ : หนังสือ โดย ดวงตา วรรณศิลป์
                                        หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒

* * *
                           มิ่งมิตร                                                  เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น
          ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน                                     ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม
          ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว                             ที่จะยิ้มกับดาวพราวผสม
          ที่จะเหม่อมองหญ้าน้ำตาพรม                             ที่จะขมขื่นลึกโลกหมึกมน
          ที่จะแล่นเริงเล่นเช่นหงษ์ร่อน                              ที่จะถอนใจทอดกับยอดสน
          ที่จะหว่านสุขไว้กลางใจฅน                                 ที่จะทนทุกข์เข้มเต็มหัวใจ
          ที่จะเกลาทางกู้สู่ฅนยาก                                      ที่จะจากผมนิ่มปิ้มเส้นไหม
          ที่จะหาญผสานท้านัยน์ตาใคร                             ที่จะให้สิ่งสิ้นเธอจินต์จง
          ที่จะอยู่เพื่อฅนที่เธอรัก                                    ที่จะหักพาลแพรกแหลกเป็นผง
          ที่จะมุ่งจุดหมายปรายทะนง                                ที่จะคงธรรมเที่ยงเคียงโลกา
          เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น                  เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา
          เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา                       เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ

          รวมบทกวีที่เคยตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารสยามสมัย ระหว่างปี ๒๔๙๕-๒๔๙๖ ต่อมาในปี ๒๔๙๙ สำนักพิมพ์ดวงกมลจัดพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรก โดยรวมเอางานที่เขียนระหว่างปี ๒๔๘๙-๒๔๙๙ เข้าไว้ด้วย
          'ขอบฟ้าขลิบทอง' ได้รับการพิมพ์ใหม่และเพิ่มเติมบทกวียุคหลังเข้าไปอีกหลายครั้ง กระทั่งสำนักพิมพ์กะรัตนำมาพิมพ์ใหม่ในปี ๒๕๓๒ โดยเพิ่มงานยุคปี ๒๕๒๑-๒๕๓๑ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนับเป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดจนถึงทุกวันนี้
          'อุชเชนี' หรือประคิน ชุมสาย ณ อยุธยา นักกลอนอาวุโส เคยได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี ๒๕๓๖ รวมบทกวีขอบฟ้าขลิบทองได้รับการคัดเลือกจากสำนักกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) โดยการทำงานของวิทยากร เชียงกูล ให้เป็นหนังสือ ๑ เล่ม ในจำนวน ๑๐๐ เล่ม ที่ฅนไทยควรอ่าน
          บทกวีของอุชเชนีมีทั้งงานโรแมนติกอย่างบทกวีที่ชื่อ 'อยู่มั่น นิรันดร' เขียนปี ๒๔๙๓

                              ยามคนึงถึงน้องเหมือนต้องเวทย์
                              รักรึงเขตขอบคิดสนิทหนัก
                              เหมือนน้ำค้างพร่างผกาพาชื่นนัก
                              เหมือนคันธารสทักรักสายลม

          ขณะเดียวกัน เนื้อหางานอีกส่วนหนึ่งก็เกี่ยวพันกับเนื้อหาสังคมและบ้านเมืองเช่น 'ไม่ตลอดเหมือนกันแหละสหาย' เขียนปี ๒๕๐๑

                              'ธรณีนี้ของมึงหรือ
                              อย่าหือ วางโตโอหัง
                              ของกูผู้เดียวเจียวฟัง
                              อ้ายงั่ง โทษมึงถึงตาย!'

เป็นงานของนักกลอนรุ่นเก่าๆ ที่อ่านแล้วได้เรียนรู้ทักษะและทบทวนน้ำเสียง กาพย์กลอน

                                        จากคอลัมน์: BOOK ขี้นหิ้ง
                                        ENTERTAINMENT GUIDE
                                        วันเสาร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๔
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ พลอย  ๘ ม.ค. ๒๕๕๖  ๑๗:๓๕ น.  
  
 
  
  อยากให้นังสืออยู่  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ คนเดินทาง  ๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๕  ๒๐:๐๓ น.  
  
 
  
  หนังสือเล่มนี้ ทำให้ชีวิตผมมีฝันเพื่อวันข้างน้า  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ จริน  ๓ ธ.ค. ๒๕๕๕  ๑๓:๒๙ น.  
  
 
  
  ชอบมากเลย ขอบฟ้าขลิบทอ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ สมเกียรติ  ๓๑ ส.ค. ๒๕๕๕  ๑๓:๔๕ น.  
  
 
  
  หนังสือเล่มนี้ไม่เคยล้าสมัยทั้งเนื้อหาและภาษา ล้ำ้ยุคเหลือหลาย  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ น้องมาย  ๒๒ ม.ค. ๒๕๕๕  ๑๗:๑๙ น.  
  
 
  
  มีออกสอบ ที่รร. ประภา๒ ด้วยค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๘    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เดีย  ๗ ต.ค. ๒๕๕๔  ๑๔:๔๐ น.  
  
 
  
  ชอบๆๆๆๆๆ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ลูกแก้ว  ๘ พ.ค. ๒๕๕๓  ๑๙:๔๖ น.  
  
 
  
  ซื้อมาอ่านนานมากแล้วครับ บทกวีเพราะมากทุกบท ชอบหนังสือเล่มนี้มากครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เทพ  ๒๐ ก.พ. ๒๕๕๓  ๐๙:๐๖ น.  
  
 
  
  อยากได้คำเเปลครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ คนึงนิต  ๙ ก.พ. ๒๕๕๓  ๒๑:๔๗ น.  
  
 
  
  กวีกล่าวถึงอะไร ในบท ขอบฟ้าขลิบทองอะ ค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ dhanitar  ๒๕ พ.ย. ๒๕๕๒  ๑๙:๕๑ น.  
  
 
  
  http://art.culture.go.th/index.php?case=artistDetail&art_id=๓๑&page=๑&detail=&side=book&
ที่นี่แจ้งว่าเปฌนศิลปินแห่งชาติ ปี ๒๕๓๖ นะคะ
พิมพ์ผิดหรือไร?
ในหน้า ๘๑ เกี่ยวกับผู้เขียนก็ว่า ปี ๒๕๓๖...
กรุณาแก้ไขเถอะค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ว  ๕ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๑:๒๓ น.  
  
 
  
  ดีมาก  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ชินจัง  ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๑  ๑๓:๔๑ น.  
  
 
  
  บทกวีนิพนธ์ของอุชเชนีมีเนื้อหาที่ดมากและสามารถดึงดูดใจผู้อ่านได้ดีที่เดียว  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ทราภรณ์ ศุภรักษ์  ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๑  ๑๓:๓๗ น.  
  
 
  
  บทกวีนิพนธ์ขอบฟ้าขลิบทองมีเนื้อหาที่ไพเหราะมาก ชอบมากเลย  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
หนังสือของผีเสื้อ มิได้ ผลิต แต่ทำด้วย หัวใจ