กระดาษบางชนิดมีฝุ่นกระดาษ อันตรายต่อผู้เป็นโรคภูมิแพ้
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (ปกแข็ง เล่มเล็ก)
 
 
   
 
  ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (ปกแข็ง เล่มเล็ก)   
EL INGENIOSO HILDALGO DON QUIXOTE DE LA MANCHA : MIGUEL DE CERVANTES SAAVEDRA
เขียน :  มิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดฺร้า    แปล :  สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์
บรรณาธิการต้นฉบับ :  มกุฏ อรฤดี,  วัลยา วิวัฒน์ศร
ภาพปก :  วิกรัย จาระนัย,  อภิชัย วิจิตรปิยะกุล    ภาพประกอบ :  กุสตาฟ ดอเร่
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๒ (กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙)   ปกแข็ง
  ๖๐๐ หน้า    น้ำหนัก :  ๙๑๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๖.๔ x ๒๒.๘ x ๔ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :  ค.ศ. ๑๖๐๕   
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  ธันวาคม ๒๕๔๘    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๔๙
รายละเอียดรูปเล่ม :  สีเหลือง
ภาษาต้นฉบับ :  สเปน    ภาษาที่แปลมา :  สเปน    กลุ่มผู้อ่าน :  มัธยมต้น - ผู้ใหญ่
  ISBN :  974-14-0314-4    ราคา :  ๗๔๖.๐๐ บาท
  บทความเกี่ยวข้อง :: ทดลองอ่าน
   
 
 
   
     
ความฝันอันรื่นรมย์ 

ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน พิมพ์ครั้งแรกที่สเปนในปี ค.ศ. ๑๖๐๕ นับเป็นเรื่องน่าทึ่งที่นิยายอายุ ๔๐๐ ปีจะมีผู้คนอ่านจวบจนทุกวันนี้ ไม่เพียงเท่านั้น หนังสือเรื่องนี้ยังได้รับคำยกย่องว่าเป็นนิยายดีที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา บ้างกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ คือนิยายเรื่องแรกของโลก 
          เราคงเคยได้ยินถ้อยคำสรรเสริญทำนองนี้มานับไม่ถ้วน ชื่อเสียงเหล่านี้มีส่วนสถาปนา ดอนกิโฆเต้ ไปอยู่บนหิ้ง ยิ่งคำชมมาจากนักปราชญ์เก่งกาจเท่าใด ยิ่งน่าสงสัยว่าจะอ่านรู้เรื่องไหม จะอ่านยากหรือเปล่า จะเป็นหนังสือเฉพาะคนฉลาด ๆ เข้าใจหรือไม่หนอ 
          เมื่อผนวกกับความหนาด้วยแล้ว ยิ่งส่งเสริมให้ผู้คนมีหนังสือเล่มนี้ไว้ประจำบ้าน ประดับชั้นหนังสือ ตั้งใจว่าจะอ่านสักวันหนึ่ง สักวันที่ว่านั้นมาไม่ถึงสักที 
          หนึ่งในผู้คนเช่นนั้นคือคนอ่านคนนี้ 
          หากเมื่อเปิด ดอนกิโฆเต้ อ่านเพียงไม่นาน คนอ่านเกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เป็นไปไฉนหนอ จึงไม่เคยมีใครบอกมาก่อนเลยว่านี่เป็นเรื่องอ่านสนุกเพลิดเพลินถึงเพียงนี้ เป็นเรื่องตลกฮากลิ้งแสนรื่นเริง ตัวละครมีเสน่ห์ผูกใจ เป็นนิยายที่น่าหลงรัก 
          ความสนุกและอารมณ์ขันนั้นเริ่มต้นตั้งแต่อารัมภบทของเรื่อง ซึ่งเป็นบทนำแหวกแนวกว่าใคร ๆ ผู้เขียนบรรยายว่ากลุ้มใจไม่รู้จะเขียนบทนำอย่างไร ด้วยไม่มีความหรูอลังการให้อวด เช่นไม่มีบทร้อยกรองหรือบทสรรเสริญเริ่มเรื่องจากผู้มีชื่อเสียง ปราศจากหมายเหตุและบทอ้างอิง ขาดโวหารของนักปราชญ์คนดัง อันจะส่งอานิสงส์ให้ผู้เขียนหนังสือดูฉลาดรอบรู้ 
          มิตรของผู้เขียนช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ โดยบอกว่าเป็นปัญหาเด็ก ๆ อยากชวนไปติดตามว่าเขาแก้ปัญหาอย่างไร เพราะชาญฉลาดแสบสันต์ยิ่ง ล้อเลียนการเขียนหนังสือได้คมคายและตลกมาก 
          ดอนกิโฆเต้ มีด้วยกัน ๒ ภาค โดยภาค ๒ ตีพิมพ์หลังภาคแรก ๑๐ ปี ฉบับแปลไทยนี้แปลจากภาคแรก 
          เรื่องเริ่มจากการแนะนำตัวขุนนางต่ำศักดิ์ผู้พำนักในแคว้นลามันช่า เขาอายุ ๕๐ ปีเศษ ผอมแห้ง รักการอ่านนิยายอัศวินเป็นชีวิตจิตใจ อ่านจากเช้ายันค่ำและค่ำยันรุ่ง เฝ้าหมกมุ่นคลั่งไคล้จนถึงแก่เสียสติ 
          เพียงหน้า ๒ ตัวละครเอกของเราก็บ้าไปเสียแล้ว 
          ขุนนางเสียจริตผู้นี้ตกลงใจจะเป็นอัศวินพเนจรดังในนิยาย เที่ยวออกเดินทางพร้อมม้าคู่ใจไปสร้างวีรกรรม ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ปราบความอยุติธรรมทั่วทุกแคว้นแห่งหนโดยไม่หวั่นภยันตรายใด 
          คิดดังนั้นแล้ว ขุนนางรีบตระเตรียมอาวุธ สร้างหมวกเกราะจากกระดาษแข็ง ใช้เวลาตั้งชื่อม้าหย็องกรอด ๔ วัน ได้นามไพเราะเปี่ยมความหมายว่า โรสินันเต้ หรือ “ม้าที่เคยทุรลักษณ์” ใช้เวลา ๘ วันตั้งชื่อให้ตนเองใหม่ว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า 
          สิ่งสำคัญขาดไม่ได้อีกประการของอัศวินคือนางในดวงใจ เพื่อเอาไว้พร่ำเพ้อละเมอถึง เขาตั้งสมญาหญิงงามในดวงใจเอาไว้แสนเสนาะว่า ดุลสิเนอา แห่งโตโบโซ่ (มาจาก ดุลเซ่ แปลว่าหวาน) 
          หนังสือเรื่องนี้คือการผจญภัยของอัศวินผู้นี้ 

                    "ท่านผู้อ่านพึงทราบว่า ขุนนางต่ำศักดิ์ผู้ที่กล่าวข้างต้น 
                    ใช้เวลายามว่าง อันหมายถึงเกือบทั้งปี ทุ่มเท 
                    หมกมุ่นอ่านแต่นิยายอัศวินด้วยคลั่งไคล้ใหลหลง" 

          ดอนกิโฆเต้ มีอัศวินสำรองนาม ซานโช่ ปันซ่า ชาวนาพุงพลุ้ยผู้ยอมติดตามไปด้วย เพราะเชื่อคำสัญญาของดอนกิโฆเต้ที่จะให้เป็นเจ้าปกครองดินแดนมีน้ำล้อมรอบ (อัศวินของเราบอกว่าการได้ครอบครองดินแดนนั้น “ง่ายดายราวปัดฝุ่นออกจากร่าง”) 
          ซานโช่เป็นตัวละครมีเสน่ห์มาก อ่านแล้วหลงรักเขาเต็มหัวใจ ซานโช่เป็นคนตรงไปตรงมา หนังสือบรรยายว่าเขา “ซื่อเซ่อ” แต่อ่านไปแล้วจะเห็นว่าคารมคมคายเขาไม่เบา ซานโช่ช่างประชดแดกดัน เขาเป็นสีสันสำคัญของเรื่องที่นำอารมณ์ขันมาให้ ยามซานโช่ปรากฏตัว หน้ากระดาษดูจะสดใสขึ้นมา และเมื่อเขาไม่อยู่นาน ๆ คนอ่านจะคิดถึง 
          บทสนทนาของซานโช่และดอนกิโฆเต้เป็นเสน่ห์สำคัญของหนังสือ ด้วยมีชีวิตชีวามาก บทตอนเหล่านี้บ้างเป็นการคุยกันธรรมดา บ้างเป็นการทักท้วง ถกเถียง แต่อ่านเพลิดเพลินสนุกสนานอย่างยิ่ง ยามตัวละครทั้งสองอยู่ด้วยกัน ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะหายใจ มีเลือดเนื้อ มีชีวิตเคลื่อนไหว มีพลัง 
          ลองไปฟังวาจาของซานโช่ เมื่อดอนกิโฆเต้ฝากสาส์นรักให้ซานโช่นำไปมอบแก่นางในดวงใจ แล้วให้นำคำตอบกลับมา ซานโช่กล่าวว่า 
          "ข้ารับรองว่านายหญิงดุลสิเนอาเป็นได้เห็นดีแน่ ถ้านางไม่พูดดั่งที่ควรพูดไซร้ ข้าสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าหนักแน่นเทียวว่า ฝ่ามือแลแข้งขาจะรีดเค้นคำตอบอันเหมาะสมออกมา ด้วยว่าทำไม่ได้ดอกที่จะปล่อยให้ให้อัศวินพเนจรชื่อก้องเช่นนายท่านกลายเป็นฅนบ้าด้วยไม่มีเหตุอันควร เพียงเพื่อ นัง---นายหญิงดุลสิเนอา อย่าให้ข้าต้องพูดคำนั้นออกมาจะดีกว่า ด้วยคงจะหยาบคายแลทุกสิ่งคงพังพินาศ เรื่องเช่นนี้ข้าเก่งอยู่ไม่น้อย นางยังไม่รู้จักข้าดี ถ้ารู้จักไซร้ เชื่อเถิด นางไม่กล้าหือแน่แท้"
          ลองไปฟังวาจาของดอนกิโฆเต้บ้าง เขาฉลาดรอบรู้ พูดจาด้วยภาษานิยายอัศวินอันไพเราะหรูหรายิ่ง ชนิดชาวบ้านฟังแล้วอ้าปากค้างเพราะไม่รู้เรื่อง ดอนกิโฆเต้ยึดถือคุณธรรมสูงส่งนัก ถ้อยความของเขาหลายตอนซาบซึ้งตรึงตราอย่างน่าสะเทือนใจ เช่นเมื่อดอนกิโฆเต้ปลอบซานโช่ที่ทดท้อโกรธแค้นชะตากรรมจนคิดเดินทางกลับบ้าน 
          "ซานโช่ฅนดี เจ้าจงขึ้นหลังฬาเถิด แลขี่ฬาตามข้ามา ด้วยว่าพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งย่อมไม่ทรงทอดทิ้งเราดอก ยิ่งจำเพาะเมื่อเราถวายตัวเป็นข้ารับใช้พระองค์ พระองค์ยังมิเคยทอดทิ้งแม้แมลงวันในอากาศ หนอนในพื้นดิน ลูกอ๊อดในธารน้ำ ด้วยทรงเปี่ยมพระเมตตาธิคุณหาที่สุดมิได้ ทรงประทานแสงแดดแก่มนุษย์ทุกผู้ ทั้งดีทั้งเลวเสมอหน้า ทรงบันดาลน้ำฝนชุ่มฉ่ำเย็นแก่ผู้ทรงธรรมแลผู้เลวทรามดุจเดียวกัน"
          ฟังแล้วใจอ่อนบ้างหรือไม่ ส่วนซานโช่นั้นบอกว่า “นายท่านเหมาะจะเป็นนักเทศน์ยิ่งกว่าอัศวินพเนจรนัก” 
          ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งคู่น่าประทับใจมาก นับเป็นคู่หูนายบ่าวที่น่าจดจำที่สุดในโลกวรรณกรรม ทั้งคู่ต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แม้โกรธเคืองสักกี่ครั้งกี่หนก็กลับมาคืนดีกันเสมอ ในโลกนี้ มีแต่คนคู่นี้เท่านั้นที่เชื่อและเคารพยกย่องอีกฝ่ายอย่างจริงใจ การเดินทางทำให้ทั้งสองผูกพันและเปลี่ยนแปลงตัวตนไปเนื่องจากได้มารู้จักกัน โดยเฉพาะซานโช่ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก 
          เมื่อเริ่มเดินทาง ซานโช่ไม่ชอบการวิวาทและจะไม่มีวันตีรันฟันแทงกับใครเป็นอันขาด ถึงขนาดออกปากไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า เขาจะให้อภัยไม่ว่าใครจะทำอะไร แต่แล้วอุดมคติของดอนกิโฆเต้มีอิทธิพลกับซานโช่ อย่างที่เขาเองอาจไม่รู้ตัว 
          นิยายเรื่องนี้ล้อเลียนนิยายอัศวินตลอดเรื่อง ตั้งแต่สังขารของดอนกิโฆเต้ ม้าเฉื่อยผอมแห้ง และอัศวินสำรองผู้ไม่อาจเก็บปากไว้นิ่ง ๆ ได้ คณะเดินทางนี้น่าจะแปลกปลอมห่างไกลจากความเป็นอัศวินล้ำเลิศ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสมบูรณ์พร้อมได้จากอาการเสียจริตของดอนกิโฆเต้ ด้วยความวิปลาสนั้นย่อม “ทรงพลังเหนือเหตุแลผลทั้งปวง” 
          เซร์บันเตส ผู้เขียนดอนกิโฆเต้ เสียดสีล้อเลียนนิยายอัศวิน ซึ่งเป็นที่นิยมอ่านกันแพร่หลายในศตวรรษ ๑๖ เอาไว้ไม่น้อย เช่นขาดความสมจริง เหล่าอัศวินดูจะไม่เคยกินอาหารหรือหลับนอน ไม่เคยต้องพกเงินหรือใช้เงิน มีความบังเอิญและความเป็นไปไม่ได้จำนวนมาก ถึงแม้เซร์บันเตสจะวิพากษ์วิจารณ์นิยายอัศวินเอาไว้ขำขันเจ็บแสบ แต่เขาบอกอัศจรรย์ของการอ่านหนังสือเหล่านี้ไว้เช่นกัน ว่าเป็นเรื่องบันเทิงเหลือหลายเพียงใด เป็นเรื่องราวเปี่ยมมนต์เสน่ห์ที่พาคนอ่านไปยังโลกแห่งจินตนาการและความฝัน ที่ที่เราเชื่อจริงจังว่าทุกสิ่งนั้นเป็นไปได้ 
          อย่างที่เราเคยเชื่อเมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว 
          คนรักหนังสือน่าจะประทับใจ ดอนกิโฆเต้ อย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่การบรรยายความบ้าหนังสือของดอนกิโฆเต้ในหน้าแรก ๆ จะมีใครเล่าที่รักการอ่านจนเป็นบ้าได้อย่างเขา ในเล่มยังพูดถึงหนังสือได้น่าอ่านหลายตอน เช่นการตัดสินประชุมเพลิงหนังสือที่มีอารมณ์ขันมืดมนสุดขีด มีบทล้อเลียนเช่นว่า “โรคกวีเป็นโรคติดต่อที่รักษาไม่หาย” 
          และขออย่าได้พลาดนิทานของซานโช่ ที่เก๋ไก๋และทันสมัยอย่างน่าทึ่ง 
          ดอนกิโฆเต้ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเซร์บันเตสอายุ ๕๗ ปี ในตอนนั้นเซร์บันเตสมีผลงานเขียน รวมทั้งบทละครและบทกวีบ้างแล้ว นวนิยายเล่มล่าสุดของเขาก่อน ดอนกิโฆเต้ ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ ปีก่อนหน้านั้นโดยพิมพ์เพียง ๒ ครั้ง ดอนกิโฆเต้ สร้างชื่อเสียงให้เซร์บันเตสเป็นครั้งแรก และเป็นหนังสือที่ประสบความสำเร็จมากตั้งแต่เริ่มขาย ภายในปีแรกมีการพิมพ์ซ้ำ ๕-๖ ครั้ง เซร์บันเตสทุ่มเทช่วงสุดท้ายของชีวิตไปกับการเขียน ปรับปรุง และตรวจแก้งาน ดอนกิโฆเต้ ภาคสองออกตามมาก่อนผู้เขียนเสียชีวิตเพียงปีเดียว 
          บัดนี้ ดอนกิโฆเต้ มีให้อ่านในฉบับภาษาไทยแล้ว 
          กษัตริย์และพระราชินีแห่งราชอาณาจักรสเปน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ งานเปิดตัวหนังสือ ดอนกิโฆเต้ ฉบับแปลไทยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่สยามสมาคม สมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน การ์ลอส ที่ ๑ ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า 
          "สเปนไม่มีทูตวัฒนธรรมคนใดจะดีไปกว่า มิเกล เด เซร์บันเตส และไม่มีสาส์นแนะนำใดจะยอดเยี่ยมไปกว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ผลงานอมตะของเขา"
          ดอนกิโฆเต้ ฉบับแปลไทยมีภาพประกอบงดงามโดย กุสตาฟ ดอเร่ หน้าปกเป็นปกเดียวกับฉบับพิมพ์ครั้งแรกของสเปน 
          อยากชวนให้อ่านหนังสือเล่มนี้ หากยังไม่มีใครเคยบอกคุณ โปรดรู้ว่า ดอนกิโฆเต้ อ่านสนุก เป็นเรื่องตลกมาก ๆ อ่านแล้วมีความสุขเบิกบานแจ่มใส อุดมคติในเล่มเป็นเรื่องสูงส่งและดีงาม 
          ฮาโรลด์ บลูม ผู้รู้ด้านวรรณกรรมชาวอเมริกันเขียนไว้ว่า 
          "มีบางส่วนในตัวเราซึ่งเราจะยังไม่รู้จักดี จนกว่าจะได้ไปรู้จักดอนกิโฆเต้และซานโช่ ปันซ่า
อยากชวนให้ไปพบบางส่วนเสี้ยวของตัวคุณเองในหนังสือเพลินใจเล่มนี้"

                              เฟย์ คอลัมน์ คนกับหนังสือ นิตยสารสารคดี (เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙)
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ gmbYiJ  ๖ ม.ค. ๒๕๖๐  ๑๑:๕๘ น.  
  
 
  
  ๕q๓stS http://www.FyLitCl๗Pf๗ojQdDUOLQOuaxTXbj๕iNG.com  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ kee  ๒ มี.ค. ๒๕๕๙  ๑๑:๓๐ น.  
  
 
  
  สมบูรณทุกๆเหลี่ยมแวววาวพอๆกันหมด  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๒    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ น้ำอิง  ๒๘ ส.ค. ๒๕๕๘  ๑๖:๒๑ น.  
  
 
  
  ยังมีหนังสืออยู่มั้ยคะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นาย เกษมพล นัดสูงวงษ์ ๑๖๒/๑ พหลโยธิน ๑๕สามเสนใน พญาไท กรุงเทพๆ๑๐๔๐๐  ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๖  ๐๐:๔๒ น.  
  
 
  
  อ่านแล้วก็ยังรู้สึกสนุกเหมือนเดอม  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๐    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ชลัฐพร  ๒๓ พ.ค. ๒๕๕๖  ๐๐:๕๔ น.  
  
 
  
  ใส่ราคาผิดนะคะ  ๖๙๖ ใส่เป็น ๙๖๙ บาทค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ คนสามัญ  ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๔  ๒๑:๒๓ น.  
  
 
  
  ในรายละเอียดรูปเล่มน่าจะพิมพ์ผิดนะคะ

เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามบรมราชกุมารี 

ช่วยแก้ไขเพื่อความถูกต้องด้วยค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ วรัญญู  ๓๑ ส.ค. ๒๕๕๓  ๑๔:๑๘ น.  
  
 
  
  ชอบมากครับ ขอบคุณ สำนักพิมพ์ผีเสี้อ ที่มีอะไรดีๆ มาให้อ่าน (ปกแข็ง สีเขียว)  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ วรัญญู  ๓๑ ส.ค. ๒๕๕๓  ๑๔:๑๔ น.  
  
 
  
  อ่านจบแล้ว ชอบนะเป็นหนังสือที่เล่มหนามากแต่อ่านแล้วอยากอ่านอีกไม่อยากหยุด  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ภักดิ์  ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๒  ๒๓:๓๐ น.  
  
 
  
  ซื้อมาแล้วคับ เป็นปกผ้าสีเหลืองสลับส้ม(ปกแข็ง) เห็นปุ๊บก็ซื้อเก็บปั๊บเลย กัวใครมาแย่ง... แหะ แหะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๕    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ รติ  ๙ ก.ย. ๒๕๕๒  ๑๕:๔๑ น.  
  
 
  
  ฟังแล้วอยากหามาอ่านเดี๋ยวนี้เลย  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ FRIGG  ๑ ก.ค ๒๕๕๒  ๑๔:๑๓ น.  
  
 
  
  น่าอ่านครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๓    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ มานะ  ๙ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๐๙:๔๓ น.  
  
 
  
  To dream the impossible dream
To fight the unbeatable foe
To bear with unbearable sorrow
To run where the brave dare not go

To right the unrightable wrong
To love pure and chaste from afar
To try when your arms are too weary
To reach the unreachable star

This is my quest
To follow that star
No matter how hopeless
No matter how far......................................................

รักหนังสือเล่มนี้ รักละครเวทีเรื่องนี้ รักเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ Caballero de la Mancha  ๓ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๗:๓๙ น.  
  
 
  
  เคยเรียนเนื้อเรื่องจากภาษาเยอรมันมาบ้าง แต่ยังไม่เคยอ่านหนังสือเลยค่ะ แต่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอ่านมากๆ นอกจาก ดอนกิโฆเต้ ยังมีวรรณกรรมสเปนอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ บทละครเวทีเรื่อง La Casa de Bernada Alba ก็น่าสนใจนะคะ อ่านแล้วเราสามารถเข้าใจชีวิตผู้คนในยุคนั้น  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นิติพร  ๒๑ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๒๓:๐๓ น.  
  
 
  
  เพิ่งรู้จักดอนกิโฆ้เต้  เมื่อไม่นาน (รวมทั้งเริ่มเป็นนักอ่าน)
หนังสือดี  แต่มีคนอ่านกันน้อยเกินไป
อยากให้เด็กไทยมีโอกาสได้อ่านหนังสือดี ๆ ทั่วถึงกัน 
ตัวเองกว่าจะซื้อเรื่องนี้  ก็ใช้เวลาเป็นปี  เพราะมีเรื่องอื่นมาปาดหน้าไปก่อน
ก็ตั้งใจว่าจะค่อย ๆ  อ่านไปค่ะ
ขอสนับสนุนสถาบันหนังสือแห่งชาติค่ะ
ขอบคุณสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่แปลหนังสือดี ๆ มาให้อ่านนะค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เส้นใหญ่น้ำ  ๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๑  ๑๔:๕๕ น.  
  
 
  
  แต่การทำตามความฝันของเขาก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมากอยู่เหมือนกันน่ะครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ไกรสุวิทย์ ก้อนจันทึก  ๑๑ มิ.ย. ๒๕๕๑  ๑๒:๕๔ น.  
  
 
  
  เขาไม่ใช่คนบ้าแต่เขาแค่อยากทำตามความฝันของเขาเท่านั้น  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๘    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เบียร์บู รพา  ๑๑ มิ.ย. ๒๕๕๑  ๑๒:๔๓ น.  
  
 
  
  เป็นนิยายที่สุดยอด เขาคือนักจินตนาการที่สุดยอดมาก  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ธานี  ๓๑ พ.ค. ๒๕๕๑  ๒๓:๓๗ น.  
  
 
  
  อ่านแล้วสนุกดีชอบตอนประชุมเพลิงหนังสือ รูปเล่มสวยงามมาก เป็นหนังสือที่ต้องสะสมไว้  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ทิพภา  ๘ พ.ค. ๒๕๕๑  ๑๐:๕๖ น.  
  
 
  
  เมื่อคืนดูข่าวทีวี ทราบว่าก่อนหน้านี้มีการนำไปทำละครเวที เดอะ แมน ออฟ ลามันช่า กี่รอบ ๆ คนก็ยังดูเต็ม กำลังจะกลับมาแสดงอีก น่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะทำให้เรื่องนี้แพร่หลายออกยิ่งขึ้น และมีผู้อยากอ่านเพิ่มขึ้นค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นภาพร  ๗ พ.ค. ๒๕๕๑  ๑๐:๕๐ น.  
  
 
  
  ได้หนังสือมาต้องค่อย ๆ อ่านทีละบท ไม่งั้นเรื่องนี้จะอ่านจบเร็วเกินไป ถ้าจะเปรียบเรื่องของไทยเราน่าจะคล้าย ๆ ระเด่นลันได ขอบคุณทีมงานผีเสื้อที่มีหนังสือดี ๆ ออกมา  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ธานี  ๒๔ เม.ย ๒๕๕๑  ๑๕:๐๒ น.  
  
 
  
  เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก รูปเล่มสวยมาก..เป็นหนังสือที่ต้องเก็บสะสม  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ...  ๑๘ เม.ย ๒๕๕๑  ๒๐:๔๒ น.  
  
 
  
  อยากอ่านเหมือนกันคะ

เห็นที่งานสัปดาห์หนังสือแล้วอยากได้่มาก

แต่พอดีงบหมด ๕๕

ถ้าไม่ผิดมี๓เล่มมั้ง
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ สีฟ้าน้ำทะเล  ๒ เม.ย ๒๕๕๑  ๑๐:๐๖ น.  
  
 
  
  ยังไม่เคยอ่านเลย
แต่อยากอ่านมากกกก
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เอก  ๓๑ ม.ค. ๒๕๕๑  ๑๓:๓๐ น.  
  
 
  
  คงไม่มีคำบรรยายหรือการยกย่องใด ๆ ที่สามารถเชิดชูวรรณกรรมเล่มนี้ได้ดีกว่าการแนะนำให้ลองอ่าน  ท่านที่หลงรักวรรณกรรมคลาสิคทั้งหลายคงจะประทับใจ  นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจของหนังสือแล้ว  ผมนับถือคณะทำงานของหนังสือเล่มนี้มาก  ท่านได้สร้างสรรค์ต้นแบบอันเป็นมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการหนังสือของเมืองไทยจริง ๆ  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
การทำหนังสือดี ก็เสมือนสร้างโบสถ์วิหาร