อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า



‘มนุษย์เอย จงเชื่อมั่นตัวเจ้าเองเถิด เพื่อผู้อื่นจักได้เชื่อมั่นตัวเจ้าด้วย จงต่อสู้เพื่อเอาชนะชะตากรรมอันยากเย็น และความชั่วช้าเลวทรามทั้งปวง ซึ่งผู้อื่นไม่อาจหาญเผชิญ แล้วจิตวิญญานของเจ้าจักโอนอ่อน บังเกิดความเข้าใจสรรพสิ่งทั้งปวง’

จากบท ‘บันทึกของผู้วาดภาพ’



            หลายปีก่อน เราได้อ่าน บันทึกชีวิต นะอิโต ยะสึโกะ ภรรยาฑูตเขมรชาวญี่ปุ่น ภายใต้ภัยสงครามที่โหดร้ายของเขมรแดง ในชื่อเล่ม ‘4 ปีนรกในเขมร’ ของสนพ.ผีเสื้อ มาปีนี้ เรามี ‘อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า’



            เรา-ท่านคงได้ผ่านตา หนัง ละคร นวนิยาย ที่มีฉากท้องเรื่องเป็นสงคราม ซึ่งสามารถเรียกร้องความสนใจใคร่รู้ ต่อมความตื่นเต้นไม่มากก็น้อย แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า สารที่พูดถึงสงครามที่ดีที่สุด คือ ‘การไม่เห็นด้วยกับสงคราม เพราะมันเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลอย่างยิ่งในทุกกรณี’

            ลีโอ รอว์ลิ่งส์ เป็นทั้งทหารและศิลปิน ๒ อย่างที่ไม่น่ารวมกันได้ เขาไม่ได้เป็นนายทหาร แต่เป็นทหารชั้นประทวนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีฝีมือในการวาดรูป ใฝ่ฝันจะเป็น 'นักวาดภาพสงคราม' จากอังกฤษสู่สิงคโปร์ ในฉากชีวิตคือมหาสงครามเอเชียบูรพา ที่กองทัพแห่งพระจักรพรรดิได้ยาตราทัพเข้ายึดครอง ต่อมาก็ตกเป็นเฉลยศึกถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายมรณะ ที่กาญจนบุรี



            ใจความของเรื่อง คือ 'รูปภาพ' ที่รอว์ลิ่งส์วาดมันขึ้น อย่างหลบซ่อน ด้วยวัสดุตามแต่จะหามาได้ แม้กระทั่งการวาดด้วยเส้นผมของตัวเอง ภาพเล่านั้นได้แสดง ความจริงอันโหดร้ายที่สุด ที่เกิดขึ้นผลจากที่มนุษย์ทำแก่กัน เพราะความบ้าคลั่งแห่งสงคราม

            ผมอยากจะเล่าเรื่องมากกว่านี้ แต่กลัวจะเสียอรรถรสในการอ่าน บันทึกเล่มนี้โดดเด่นในแง่ การเล่าเรื่องจากคนที่ประสบในเหตุการณ์จริง อีกทั้งผู้เขียน เขียนในมุมมอง ที่ คน พึ่งบอกกล่าว คิด ตามความจริงของตัวเองมากที่สุด

            มันจึงเต็มไปด้วย ความคลั่งแค้น วิตกกังวล ความสิ้นหวัง การวิพากษ์วิจารณ์ที่ซื่อตรงต่อตัวเอง ความหวัง และ ที่สำคัญมันเป็นหนังสือเกี่ยวกับสงครามที่ ทั้งหดหู่และอ่านสนุกเล่มหนึ่ง

            เราสามารถหาภาพจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในฉาก สมรภูมิอื่นๆ ไม่ยาก แต่ กับเรื่องเฉลยศึก สะพานมรณะ นั้นไม่มีเลย เราพอจะเคยผ่านตาจากหนังสงครามของ ผกก.เดวิด ลีนThe Bridge on the River Kwai แต่แม้มันจะเป็นหนังออสการ์ยอดเยี่ยม แต่ก็เป็นแค่ความบันเทิงที่ห่างไกลความเป็นจริงอย่างมาก





อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า มีเกร็ดที่เราควรรู้ ดังนี้

เมื่อ ลีโอ รอว์ลิ่งส์ อายุ ๑๑ ปี เข้าเรียนวิชาศิลปะ เพราะอารมณ์อ่อนไหวคิดถึงแม่ ทำให้การเรียนไม่พัฒนา ครูใหญ่ขอให้บิดาย้ายเขาไปอยู่โรงเรียนอื่น ด้วยเหตุผลว่า ‘เขาไม่มีทางเป็นนักวาดรูปได้’

หลังสงครามผู้เขียน ประสบปัญหากับสภาพจิตใจตัวเองอย่างมาก การเขียนหนังสือจากบันทึกภาพวาด คือ การรักษาบำบัดตัวเองอย่างหนึ่ง ซึ่งช่วยไ้ด้มากๆ

รูปวาดชุดนี้ได้เป็นต้นแบบภาพวาดที่แสดงในพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ณ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

๒๓ ปี แห่งการรอคอย

สนพ.ผีเสื้อ ใช้เวลาในการขอลิขสิทธิ์หนังสือเล่มนี้ ๒๓ ปี ด้วยเหตุผล ที่ คุณมกุฏ อรฤดี เจ้าของสำนักพิมพ์เปิดเผยไว้ว่า

"ที่ล่าช้าถึง ๒๓ ปีเป็นเพราะตอนแรกทางตัวแทนของลีโอเรียกค่าลิขสิทธิ์ค่อนข้างแพงคือประมาณ ๒,๐๐๐ ปอนด์เศษ เทียบเมื่อ ๒๓ ปีที่แล้วก็ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ บาท ราคานี้สำนักพิมพ์ใหญ่เขาก็ไม่ซื้อ ผีเสื้อสำนักพิมพ์เล็กนิดนึง ก็คิดแล้วคิดอีก เจรจากันอยู่นาน ๒ ปี จดหมายฉบับสุดท้ายลีโอได้บอกว่า 'ฉันให้คุณพิมพ์โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ แต่คุณช่วยจัดการเรื่องลิขสิทธิ์เรื่องรูปของฉันในประเทศไทย' แต่เราบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้ ก็เลยห่างเหินกันไป

จนกระทั่งลีโอตาย ไป เพื่อนลีโอก็ตาย เราก็ไม่รู้ว่าจะติดต่อใคร เราพยายามเขียนจดหมายไปติดต่อหลายคน จนกระทั่ง ๒ ปีที่แล้วผมติดต่อลูกสาวเขาเจอ ก็เท่ากับว่าเราใช้เวลาทั้งหมด ๒๓ ปี"

นานๆ ที บก.ใหญ่ลงมือแปลเอง..เพราะ..

หนังสือเล่มนี้ ได้รับการแปลโดย ผกาวดี อุตตโมทย์ บรรณาธิการอำนวยการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ หรือในนามปากกา ปริฉัตร เสมอแข นั่นเอง และสาเหตุที่บรรณาธิการอำนวยการของสำนักพิมพ์ผีเสื้อลงมือแปลด้วยตัวเองนั้น มกุฏ แจงให้ฟังว่า...

"เรื่องนี้ บรรณาธิการอำนวยการสำนักพิมพ์ผีเสื้อคืออาจารย์ผกาวดี อุตตโมทย์หรือในนามปากกา 'ปริฉัตร เสมอแข' เป็นคนแปลเรื่องนี้เอง เพราะว่าได้สัญญากับลีโอไว้ว่า 'ฉันจะแปลเอง' ตอนที่เขียนจดหมายโต้ตอบกัน คือลีโอได้อ่านสำนวนของอาจารย์ผกาวดี ซึ่งเป็นนักเรียนอังกฤษ เขาจึงเข้าใจว่าคนไทยคนนี้จะถ่ายทอดภาษาอังกฤษของเขาได้ เพราะฉะนั้นตอนที่เขียนจดหมายติดต่อกัน เขาจึงบอกว่าขอให้คุณเป็นคนแปลได้ไหม จึงได้ตกลงว่าจะแปล"

เล่มนี้ คือ ต้นฉบับอันที่ ๒

เมื่อครั้งที่ย้ายสำนักงานครั้งหนึ่ง ต้นฉบับที่แปลเป็นฉบับแรกได้หายไปทั้งชุด เพราะสมัยก่อนเราไม่มีคอมพิวเตอร์ มันเป็นกระดาษ พอหายไปแล้วมันหายไปเลย ซึ่งตอนนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉบับนี้ที่ทุกคนจะได้อ่านจึงเป็นการแปลครั้งที่สองของหนังสือเล่มนี้



ไม่มีการเรียบเรียงเรื่องใหม่

อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า เป็นหนังสือเชลยศึกที่มีความแตกต่างจากหนังสือเชลยศึกทั่วไปที่เราเคยพบเห็น สามารถกล่าวเช่นนั้นได้เพราะว่าหนังสือเชลยศึกส่วนใหญ่จะได้รับการขัดเกลา ภาษาและนำมาเรียบเรียงใหม่โดยบรรณาธิการของหนังสือเล่มนั้น แต่ 'อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า' ของ ลีโอ รอว์ลิ่งส์ กลับไม่เป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลของลีโอที่ว่าสิ่งที่เขาเขียนทุกตัวอักษรนั้นออกมาจากใจออกมาจาก จิตวิญญาณนั่นเอง

"หนังสือเล่มนี้ เคยมีบรรณาธิการเสนอตัวจะดูแลต้นฉบับ แต่ลีโอปฏิเสธเพราะว่านี่คือวิญญาณ ตัวอักษรมันออกมาจากใจ ออกมาจากจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นเขาไม่ต้องการให้แก้ไขอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็จะเห็นคำที่อยู่ในใจของเขา ณ ขณะนั้น ไม่ว่าเขาจะกล่าวชมหรือกล่าวตำหนิ หรือกล่าวอะไรก็ตาม แต่นั้นก็กล่าวออกมาจากใจ ดังนั้นเราก็พยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ตามที่เขาต้องการ" มกุฏ อรฤดี กล่าว



ที่มา เว็บไซต์ the Book_end วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒



   
   
กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญจากสื่ออื่น > กลับไปต้นบทความ