จดหมายจากราชบัณฑิต


 
           * จดหมายถึงบรรณาธิการ เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๖๑๔ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
 

การกำหนดรูปเล่มพจนานุกรม

ขออนุญาตนำความเห็นศาสตราจารย์ปรีชา ช้างขวัญยืน ราชบัณฑิต ที่ได้กรุณาชี้แจงข้อวิจารณ์ของคุณมกุฏ อรฤดี ที่ตีพิมพ์ใน เนชั่นสุดสัปดาห์ เกี่ยวกับการกำหนดรูปเล่มพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อคุณมกุฏและท่านผู้อ่านคนอื่นๆ จะได้ทราบถึง “ข้อจำกัด” ต่างๆ ของเรื่องการจัดพิมพ์พจนานุกรมฉบับดังกล่าว
 

เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์

           ผมได้อ่านบทความพิเศษซึ่งมกุฏ อรฤดีเป็นผู้เขียนในฉบับปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๖๐๖ วันที่ ๑๒-๑๘ มกราคม ๒๕๔๗ ที่เจ้าหน้าที่ราชบัณฑิตยสถานส่งมาให้ผม พร้อมทั้งมีบันทึกว่าคณะกรรมการชุดที่ผมเป็นประธานเป็นผู้กำหนดลักษณะ และรูปแบบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒

           แม้ว่าบทความของมกุฎจะยังไม่จบ แต่เนื่องจากเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องสเปคหนังสือที่ลงในฉบับดังกล่าวข้างต้น ผมไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบ เรื่องเนื้อหาของพจนานุกรมนั้นเป็นผลงานที่ทำสมัยที่ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นนายกราชบัณฑิตยสถาน หากมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น ผู้อื่นคงเป็นผู้ตอบ การตอบคำถามคราวนี้ผมตอบในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องสเปค และมิได้ตอบตามคำสั่งราชบัณฑิตยสถาน เป็นการตอบส่วนตัว จึงขอใช้ภาษาแบบเป็นกันเอง

           เรื่องที่ มกุฏ อรฤดี วิจารณ์ก็คือเรื่องการไม่ใช้กระดาษสำหรับพจนานุกรม แต่ใช้กระดาษปอนด์ ๘๐ แกรม เรื่องหนึ่ง กับเรื่องรูปร่างของพจนานุกรมที่ไม่ “ต้องตา” ซึ่งทำให้ผู้วิจารณ์เห็นว่าราชบัณฑิตยสถานให้คนไม่รู้เรื่องหนังสือมาทำหนังสือ อีกเรื่องหนึ่ง ผมขอชี้แจงดังนี้

           ผมเป็นคนทำหนังสือมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษา คือเมื่อเกือบ ๔๐ ปีมาแล้ว และอยู่กับวงการหนังสือตลอดมาจนทุกวันนี้ แม้ปัจจุบันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผมก็ยังทำงานดูแลงานพิมพ์ของสำนักพิมพ์จุฬาฯ อยู่ เรื่องกระดาษไบเบิลหรือกระดาษพิมพ์พจนานุกรมทำไมผมจะไม่รู้จัก ของดีใครๆ ก็อยากใช้ ผมอยากเห็นพจนานุกรมไม่ว่าเล็กหรือใหญ่พิมพ์ด้วยกระดาษดังกล่าวมานานแล้ว และถ้าเป็นบริษัทเอกชนก็คงทำเช่นนั้นได้ไม่ยาก เพราะไม่ติดขัดด้วยระเบียบราชการ

           การพิมพ์หนังสือของส่วนราชการอย่างราชบัณฑิตยสถาน ย่อมมีระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อบังคับ ทั้งที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนด และระเบียบของราชการซึ่งต้องปฏิบัติตาม ในส่วนราชบัณฑิตยสถานนั้นกำหนดให้พิมพ์พจนานุกรมจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง คือพอให้อยู่ได้ไม่ต้องควักเนื้อ และจะต้องมีการป้องกันการได้ผลประโยชน์โดยมิชอบจากการพิมพ์ดังกล่าว ในส่วนราชการก็มีข้อกำหนดให้ต้องทำในลักษณะการค้าเสรี คือให้เอกชนเข้าแข่งขันได้ ไม่มีการกีดกัน หากจะใช้วิธีพิเศษต้องมีเหตุผลจำเป็น

           กระดาษพิมพ์พจนานุกรมอย่างที่คุณมกุฏกล่าว เป็นกระดาษที่มีราคาแพง และโรงพิมพ์มักไม่ซื้อกระดาษชนิดนี้มาเก็บไว้ เนื่องจากโดยปกติพจนานุกรมที่พิมพ์กันอยู่ในเมืองไทยไม่ได้ใช้กระดาษชนิดนี้ โรงพิมพ์จะยอมสั่งกระดาษมาก็ต่อเมื่อมีการตกลงให้เป็นผู้รับจัดพิมพ์ ซึ่งหากทำเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการ ฮั้ว ซึ่งผิดระเบียบราชการ การกำหนดกระดาษจึงต้องเป็นกระดาษที่มีอยู่ทั่วไปทุกโรงพิมพ์ จึงได้กำหนดเป็นกระดาษปอนด์ และที่ต้องกำหนดเป็น ๘๐ แกรมทั้งที่มีน้ำหนักมากก็เพราะว่าหากกำหนดต่ำกว่านั้นจะได้กระดาษบาง มองเห็นตัวหนังสือทะลุ ทำให้อ่านไม่สะดวก

           การพิมพ์พจนานุกรมฉบับนี้ ราชบัณฑิตยสถานให้ผู้พิมพ์จัดจำหน่ายเองด้วย ผู้พิมพ์จึงได้รับผลประโยชน์สูง หากกำหนดให้ใช้กระดาษพิมพ์พจนานุกรม ก็อาจจะมีโรงพิมพ์เพียงบางแห่งที่มีกระดาษดังกล่าวมากพอจะพิมพ์ (เท่าที่สอบถามโรงพิมพ์มาตรฐานหลายแห่งไม่มีกระดาษชนิดนี้) และสามารถเข้าร่วมประกวดราคาได้ ซึ่งจะทำให้โรงพิมพ์อื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมมองว่าเป็นการ “ล็อกสเปค” เอื้อประโยชน์

           ถ้าจะให้พิมพ์ด้วยกระดาษพิมพ์พจนานุกรม ก็ต้องใช้วิธีการจ้างพิเศษ โรงพิมพ์จึงจะสั่งกระดาษ ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำเช่นนั้น เนื่องจากวิธีการจ้างพิเศษดังกล่าวเป็นช่องทางให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวง แม้ท้ายที่สุดราชบัณฑิตยสถานได้ใช้วิธีนั้นหลังจากบริษัทที่ประกวดราคาได้ทิ้งงานก็ตาม เรื่องนี้ก็ยังเป็นปัญหาน่าเคลือบแคลงอยู่จนบัดนี้

           แม้จะพิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ ๘๐ แกรม และตั้งราคาพอคุ้มทุนแล้ว ที่ประชุมสภาราชบัณฑิตยสถานก็ยังซักถามผม เห็นด้วยว่าราคาที่ตั้งไว้ ๖๐๐ บาทนั้นแพงเกินไป จนเมื่อผมชี้แจงจึงเข้าใจ หากพิมพ์ด้วยกระดาษพิมพ์พจนานุกรมอย่างที่คุณมกุฏเสนอ ราคาก็จะสูงขึ้นอีกมาก ประชาชนคงไม่บ่นว่าหนังสือหนัก แต่คงไปบ่นกันเรื่องราคาหนัก และสภาราชบัณฑิตยสถานก็คงไม่เห็นด้วย

"เรื่องที่ผมไม่ทราบก็คือแท้ที่จริงแล้วราชบัณฑิตยสถานมีเหตุผลอะไรที่ให้ใช้วิธีการจ้างพิเศษ และกำหนดปกเป็นสันตรงซึ่งต้นทุนถูกกว่า แต่ยังคงขายราคาเท่าเดิม แม้ท่านรองนายกฯ ร.ต.อ.ปุระชัย ผู้มีหน้าที่ดูแลราชบัณฑิตยสถาน ได้รับทราบเรื่องนี้และรู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เอกชนอาจได้ผลประโยชน์ และทางราชการอาจเสียผลประโยชน์ แต่เรื่องก็เงียบไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง "

           ส่วนเรื่องความหนาและน้ำหนักของหนังสือนั้นได้ตระหนักอยู่ก่อนแล้ว ตัวอย่างหนังสือก็นำมาดูกันในที่ประชุม แต่เมื่อมองว่าพจนานุกรมฉบับนี้รวมศัพท์โบราณและศัพท์เฉพาะทางวิชาการ กับเพิ่มศัพท์สมัยใหม่เข้าไปด้วย ก็เท่ากับเป็นพจนานุกรมฉบับหลักของประเทศ พจนานุกรมแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นของบริษัทใด ประเทศใดก็หนาด้วยกันทั้งสิ้น เพราะเป็นฉบับที่ใช้ตั้งโต๊ะ หากจะให้เป็นแบบที่ประชาชน นักเรียน นักศึกษาใช้ หรือพกพาสะดวก ก็ต้องทำเล่มย่อมขึ้นต่างหาก เมื่อผมเป็นเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานนั้น ผมได้มีโครงการทำพจนานุกรมเล่มย่อมดังกล่าว แต่ยังไม่ทันดำเนินการก็พ้นจากตำแหน่งเสียก่อน หากมีพจนานุกรมเช่นนั้นปัญหาน้ำหนักก็คงหมดไป เนื่องจากผู้ใช้ก็คงใช้ฉบับเล็กติดตัว ส่วนฉบับใหญ่ก็เก็บไว้ประจำที่สำนักงานหรือที่บ้าน พจนานุกรมของประเทศอื่นก็เป็นดังนี้เช่นกัน

           นอกจากเรื่องน้ำหนักแล้ว ผู้เขียนวิจารณ์เรื่องรูปร่างหน้าตาของพจนานุกรม เข้าใจว่าคงเพราะเห็นว่าน่าเกลียด ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น แต่คนที่ชอบก็คงจะมีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องรสนิยมที่อาจแตกต่างกันได้ เดิมทีพจนานุกรมนี้ได้กำหนดให้ทำปกสันโค้ง เนื่องจากเห็นว่ามีความสวยงาม และคงทนกว่า แม้จะทราบว่าราคาแพงกว่าปกสันตรงก็ตาม ผมมีพจนานุกรมฉบับของ น.อ.พระเรี่ยม วิรัชพากย์ อยู่เล่มหนึ่ง มีจำนวน ๑,๕๔๘ หน้า ปกสันโค้ง จนถึงขณะนี้อายุ ๔๐ กว่าปีแล้ว ก็ยังเรียบร้อยดีอยู่ ดังนั้น ที่มีการพูดกันภายในราชบัณฑิตยสถานว่าหนังสือสันโค้งไม่ทน จึงทำปกสันตรง ไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง

           เรื่องที่ผมไม่ทราบก็คือแท้ที่จริงแล้วราชบัณฑิตยสถานมีเหตุผลอะไรที่ให้ใช้วิธีการจ้างพิเศษ และกำหนดปกเป็นสันตรงซึ่งต้นทุนถูกกว่า แต่ยังคงขายราคาเท่าเดิม แม้ท่านรองนายกฯ ร.ต.อ.ปุระชัย ผู้มีหน้าที่ดูแลราชบัณฑิตยสถาน ได้รับทราบเรื่องนี้และรู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เอกชนอาจได้ผลประโยชน์ และทางราชการอาจเสียผลประโยชน์ แต่เรื่องก็เงียบไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง เรื่องสำคัญขนาดนี้ท่านก็ยังไม่สนใจ เรื่องรูปร่างของหนังสือก็คงไม่มีใครสนใจเช่นกัน เห็นจะมีก็แต่คุณมกุฏ อรฤดีที่สนใจ และยังสนใจละเอียดถึงสัญญาข้อต่างๆ เกี่ยวกับพจนานุกรมเล่มนี้ด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังลืมดูเรื่องหนังสือมีรูปร่างไม่ตรงสเปค จนทำให้หนังสือน่าเกลียดและนำมาวิจารณ์

           อีกประการหนึ่ง เมื่อต้นฉบับพจนานุกรมมาถึงมือผมนั้น ได้มีการพิมพ์ต้นฉบับจัดหน้าเรียบร้อยตามขนาดที่ปรากฏ การปรับขนาดใหม่ทำได้ยากกว่าหนังสือทั่วไป เนื่องจากจะทำให้วรรคตอนและเครื่องหมายเคลื่อน คณะกรรมการจึงได้ตกลงทำขนาดตามต้นฉบับที่ได้รับมา เป็นเหตุให้หนังสือเล่มนี้ดูอ้วนสั้น แต่ถ้าทำเป็นปกสันโค้งตามที่กำหนดสเปคไว้ก็จะลดความน่าเกลียดลงได้ระดับหนึ่ง

           ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบคุณคุณมกุฏ อรฤดี ที่ให้ความสนใจ ติดตามดูแลงานของราชบัณฑิตยสถาน และวิจารณ์โดยมีความรู้อย่างดีในเรื่องการพิมพ์ แต่ถ้าจะมีความรู้ดีในเรื่องระเบียบราชการเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง บางทีจะช่วยราชบัณฑิตยสถานได้อีกมาก ขอขอบคุณด้วยความจริงใจ

           ศาสตราจารย์ปรีชา ช้างขวัญยืน
           ราชบัณฑิต
 

           (บรรณาธิการตอบจดหมาย) ผมใคร่ขอเรียนว่าคุณมกุฏไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิราชบัณฑิตยสถานโดยตรงหรอกครับ เพียงแต่ต้องการสะท้อนความเห็นในฐานะคนที่รู้ในเรื่องการจัดพิมพ์หนังสือบ้างเท่านั้น และผมเองก็เพิ่งทราบว่าราชบัณฑิตยสถานได้ใช้วิธีการจัดจ้างพิเศษและกำหนดปกพจานานุกรมเป็นสันตรง ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า แต่ก็ยังคงขายหนังสือในราคาเดิม จึงผ่านไปให้ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รองนายฯ ที่กำกับดูแลราชบัณฑิตยสถานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีกทีนะครับ พบกันใหม่สัปดาห์หน้า
 


            * พิมพ์ครั้งแรกใน เนชั่นสุดสัปดาห์ บับที่ ๖๑๔ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗



< ตอนที่ ๑ > < ตอนที่ ๒ > < ตอนที่ ๓ > < ตอนที่ ๔ > < จดหมายจากเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน >
< ตอนที่ ๕ > < ตอนที่ ๖ > < ตอนที่ ๗ > < จดหมายจากราชบัณฑิต >
< ตอนที่ ๘ > < ตอนที่ ๙ >



กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญแนวคิดสถาบันหนังสือแห่งชาติ > กลับไปต้นบทความ

< พิมพ์บทความนี้ >