ปาโบล เนรูด้า กับประเทศไทย
‘สิงห์ สนามหลวง’

นิตยสาร เนชั่นสุดสัปดาห์ (หน้า ๔๖-๔๗)
ปีที่ ๑๗ ฉบับที่ ๘๘๑ วันที่ ๑๗ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒





            ภาสุรี ลือสกุล : กรุงเทพมหานคร

            <<ถ>> เรื่อง ขอความอนุเคราะห์สัมภาษณ์ระหว่างเกี่ยวกับผลงานของ ปาโบล เนรูดา ที่มีการแปลเป็นภาษาไทยและตีพิมพ์ในวารสาร โลกหนังสือ

            เนื่องด้วยดิฉัน ภาสุรี ลือสกุล ผู้แปล กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท ฉบับภาษาไทย กำลังจัดทำบทความวิจัย ‘การศึกษาข้ามวัฒนธรรมในงานแปล กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท’ อันเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านวรรณคดีสเปนและละตินอเมริกาใต้ มหาวิทยาลัยซาลามังคา ประเทศสเปน ดิฉันจึงเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อหาข้อมูลประกอบบทความวิจัยดังกล่าว ดิฉันจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์สัมภาษณ์ท่านในช่วงระหว่างวันที่ ๕-๑๐ ตุลาคม เกี่ยวกับผลงานของปาโบล เนรูดาที่มีการแปลเป็นภาษาไทยและตีพิมพ์ในวารสาร โลกหนังสือ

            “การศึกษาข้ามวัฒนธรรมในงานแปล ‘กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท’” เป็นการขยายผลจากการเสนอผลงานวิชาการเกี่ยวกับประเด็นปัญหาการแปล กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลง ความสิ้นหวังหนึ่งบท เป็นภาษาไทย ณ JALLA [Jornada Andina de Literatura Latinoamericana] การประชุมวิชาการด้านวรรณคดีละตินอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นที่กรุงซานติอาโก เมืองหลวงของประเทศชิลี ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ งานวิจัยดังกล่าวแบ่งออกเป็น๓ส่วน ได้แก่ ๑) ปาโบล เนรูดา ในประเทศไทยก่อนผลงานแปล กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท ๒) ทฤษฎีการแปลจากมุมมองทางวัฒนธรรม การแปลกวีนิพนธ์ ประเด็นความแตกต่างทางภาษาศาสตร์และขนบกวีนิพนธ์อันส่งผลต่อการแปล ๓) การศึกษาเปรียบต่างกวีนิพนธ์รักผ่านภาพธรรมชาติใน กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท และกวีนิพนธ์ไทย

            ในส่วนแรกของงานวิจัยจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน

            ๑) การเดินทางของ เนรูดาผ่านประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๗๐ เพื่อรับตำแหน่งกงสุลชิลีประจำประเทศพม่า โดยจะศึกษาจากจดหมาย บันทึกส่วนตัว และ Confieso que he vivido อันเป็นอัตชีวประวัติของกวี

            ๒) ผลงานของเนรูดาซึ่งพิมพ์ในวารสาร โลกหนังสือ อันเป็นหลักฐานแรกของการแปลกวีนิพนธ์ ของปาโบล เนรูดาในประเทศไทย ผลงานกวีนิพนธ์ดังกล่าวนับเป็นยุคสูงสุดของของเส้นทางกวีนิพนธ์ของเนรูดาที่ได้กลายเป็นนักการเมืองคนสำคัญของชิลีและเขียนกวีนิพนธ์เพื่อสังคมและต่อต้านผู้ปกครองเผด็จการในยุคนั้น การที่นักอ่านชาวไทยเริ่มรู้จักเนรูดาในฐานะกวีการเมืองหลังจากสั่งสมประสบการณ์มากว่าครึ่งชีวิต ก่อนกวีรักในวัยเริ่มผลิตผลงานกวีนิพนธ์ เป็นประเด็นได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งในการประชุมวิชาการ JALLA และในส่วนของ ดร. มาเรีย อังเคลเลส เปเรซ โลเปซ อาจารย์ที่ปรึกษาของงานวิจัยนี้ซึ่งดิฉันมุ่งหวังจะตีพิมพ์ในวารสารด้านวรรณคดี ละตินอเมริกาต่อไป

            ดังนั้น ดิฉันจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านเพื่อสัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเลือกผลงานของเนรูดามาตีพิมพ์ เนรูดาที่นักอ่านชาวไทยในยุคนั้นรู้จัก และความเกี่ยวข้องของผลงานแปลดังกล่าวกับเหตุการณ์ในประเทศไทยในยุคดังกล่าวอันแสดงให้เห็นถึงความเป็นสากลของผลงานที่เนรูดาสะท้อนสถานการณ์ทางการเมืองของชิลีและกลุ่มประเทศละตินอเมริกาโดยรวม

            <<ต>> ผมไม่ทราบว่าบทความวิจัยในหัวข้อดังกล่าวของคุณได้ผ่านพ้นจนในปัจจุบันคุณได้รับ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านวรรณคดีสเปนและละตินอเมริกาใต้ จากมหาวิทยาลัยซาลามังคาแล้วหรือยัง ขอเอาใจช่วยให้งานวิจัยเกี่ยวกับผลงานของปาโบล เนรูด้า (ขอออกเสียงแบบไทย) และข้อศึกษาเกี่ยวกับการแปลชิ้นงานต่างๆ ของ เนรูด้าในประเทศไทย คงบรรลุผลสมตามความมุ่งหวังที่ตั้งไว้ ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเนรูด้า ทั้งใน โลกหนังสือ หรือแม้ก่อนหน้านั้นที่ปรากฏเป็นเล่มอยู่ในงานเรียบเรียงของ ‘ทวีปวร’ และหนังสือเล่ม การปฏิวัติของชิลี ของกอง บก. สังคมศาสตร์ปริทัศน์ และหรือการแปลบทสัมภาษณ์ของปาโบล เนรูด้าที่ปรากฏในวารสาร วรรณกรรมเพื่อชีวิต สมัยก่อนเหตุการณ์ ๑๔ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่ได้มอบให้คุณไปนั้น คงจะเป็นประโยชน์กับงานวิจัยของคุณชิ้นนี้ และทำให้คุณสำเร็จการศึกษาด้านวรรณคดีสเปนและละตินอเมริกา เป็น ‘ดอกเตอร์’ คนใหม่อีกคนหนึ่งที่จะเป็นผู้รู้ทางด้านวรรณคดีสเปนและละตินอเมริกาให้กับพวกเราต่อไปในอนาคต จดหมายของคุณเขียนมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก็ไม่ทราบว่าบัดนี้กลับมาจากสเปนหรือยัง พวกเราที่ชื่นชอบทางกวีนิพนธ์ต้องรออยู่เกือบ ๒ ทศวรรษกว่าจะมีผู้รู้ทางภาษาสเปนมาทำงานแปลวรรณคดีในส่วนนี้ ชิ้นงานแปลกวีนิพนธ์ของปาโบล เนรูด้าของคุณที่อวดโฉมออกมาเป็นผลงานเล่มแรกคือ กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท ถือเป็นครั้งแรกในบ้านเราที่มีผู้แปลกวีนิพนธ์ของเนรูด้ามาจากภาษาสเปนโดยตรง ผมจึงมุ่งหวังอยากให้คุณทำงานเพื่อเป็นสื่อวัฒนธรรมทางด้านภาษาและวรรณคดีสเปนต่อไป งานแปลที่แปลมาจาก เจ้าของภาษาโดยตรงน่าจะเป็นของใหม่สำหรับสังคมการอ่านเรื่องแปลในบ้านเรา ในช่วงเวลา

            ๓-๔ ทศวรรษที่ผ่านมา เวลาเราอ่านวรรณกรรมแปล ส่วนใหญ่มักจะอ่านผ่านมาจากภาษาอังกฤษอีกต่อหนึ่ง ผมเองก็เช่นกัน ด้วยความรู้ที่ภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ บางทีก็นึกให้อายเหมือนกันว่าเคยไปแปลอะไรต่อมิอะไรไว้มิใช่น้อย แปลผิด เข้าใจผิด ก็คงมีผ่านมาไม่น้อย ไม่อยากนึกย้อนหลัง เพราะเวลารับรู้วรรณกรรมต่างประเทศ ไม่ว่าภาษาใด ส่วนใหญ่ผู้คนในประเทศนี้ก็ทำผ่านภาษาอังกฤษแทบทั้งสิ้น ดังนั้นจึงต้องปรบมือให้คุณมกุฏ อรฤดี ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวบรวมเอาครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้รู้ในภาษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สเปน ฯลฯ มาทำงานแปลจนสำเร็จผ่านมาก็หลายเล่มแล้ว โดยเป็นผลงานแปลตรงจากภาษานั้นๆ และมีระบบบรรณาธิการตรวจสอบทั้งสองภาษาจนสำเร็จออกมาเป็นชิ้นงานแปลที่ยิ่งใหญ่เช่น ดอน กิโฆเต้ ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน ของ มิเกล๎ เด เซร๎บันเตส ซาเบรดร้า

            ฉันกับฬาปล๎าเตโร ของ ฆวน รามอน ฆิเมเนซ นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้สอนให้นกบิน ของ หลุยส๎ เซปุล๎เบดา และหรือแม้แต่ กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทฯ ของปาโบล เนรูด้า ที่คุณเป็นผู้แปล หนังสือแปลกวีนิพนธ์ของ ปาโบล เนรูด้า เล่มดังกล่าว สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรกมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๘ บัดนี้เวลาผ่านไป ๔ ปีแล้ว ไม่ทราบว่าหนังสือแปล เล่มนี้จำหน่ายไปได้สักกี่เล่ม ผมไม่กล้าถามคุณมกุฏ อรฤดี ในทรรศนะส่วนตัว ผมมีความเห็นว่า ความซื่อสัตย์มั่นยึดกับการเป็นบรรณาธิการ ‘สำนักพิมพ์ผีเสื้อ’ ของคุณมกุฏ อรฤดี มาตั้งแต่ทศวรรษ ๒๕๒๐ น่าจะทำให้เขาได้รับการประกาศเกียรติเป็นบรรณาธิการดีเด่น รางวัลคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ของสมาคมภาษาและหนังสือฯ หาใช่ผมแต่อย่างใดไม่ เพราะผมเองนั้นไม่เคยซื่อสัตย์อยู่กับการงานบรรณาธิการเพียงอย่างเดียว ชอบนอกใจไปทำอย่างอื่นเสมอ และแม้งานบรรณาธิการก็ค่อนข้างจับฉ่ายทั้ง ‘แบบสด’ และ ‘แบบแห้ง’ ไม่ค่อยเป็นเอกภาพชัดเจนเหมือน คุณมกุฏ อรฤดี ที่ทำงานเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์อย่างมี เข็มมุ่ง อีกทั้งคุณมกุฏเองก็เคยทำงานเป็น ‘คนตรวจปรู๊ฟ’ ที่นิตยสาร สตรีสาร ของคุณนิลวรรณ ปิ่นทองมาก่อน ทำนองเดียวกัน คุณปกรณ์ พงษ์วรา เคยเป็น ‘คนตรวจปรู๊ฟ’ ให้นิตยสาร ลลนา ของคุณสุวรรณี สุคนเที่ยง

            ขออนุญาตนำจดหมายของคุณมาใช้โดยขึ้นต้นเป็นปาโบล เนรูด้าอยู่ดีๆ แต่ทำไมมาลงท้ายเป็นมกุฏ อรฤดี และเรื่องอื่นๆก็ไม่ทราบ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตและงานของปาโบลที่คุณสนใจเป็นพิเศษได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผมขอนำเอาข้อความที่ใช้ประชาสัมพันธ์หนังสือแปลเล่มนี้มาล้อมกรอบ เพื่อคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่สนใจเขียนและอ่านบทกวีกันอยู่ในเวลานี้จะได้ไปหาหนังสือ กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบทและบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบทของปาโบล เนรูด้าเล่มนี้มาอ่านหาความบันดาลใจ หนังสือแปลเล่มเล็กๆของสำนักพิมพ์ผีเสื้อเล่มนี้ จัดพิมพ์เป็น ๒ ภาษา อย่างสวยงาม ผมเองอยากทราบนักว่า หนังสือกวีนิพนธ์ของเนรูด้าในประเทศไทยเล่มนี้ ขายไปได้แล้วสักกี่เล่ม สมมุติว่าพิมพ์ ๒, ๐๐๐ เล่ม เวลาผ่านไป ๔ ปีแล้ว ไม่ทราบว่าขายได้ถึง ๒๐๐ เล่ม หรือเปล่า โปรดทราบและโปรดตอบ เพราะในขณะนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ได้ขานรับเรื่องการอ่านว่าจะทำให้ ‘การอ่าน’ เป็น ‘วาระแห่งชาติ’ แล้ว เราจึงต้องมาดูกันว่า หนังสือดีของคุณมกุฏ อรฤดี เช่น กวีนิพนธ์ของเนรูด้า ขายไปได้แล้วสักกี่เล่ม และการอ่านจะกลายเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ แต่ลมปาก หรือเป็นเพียงแค่ผงซักฟอกตามวาระโอกาสแห่งอำนาจ

            ไม่ทราบว่าคุณกลับจากประเทศสเปนมาทำงานสอนการแปลต่อหรือยัง ข้อมูลที่มอบให้เมื่อกลางปีที่แล้ว หวังว่าคงได้ใช้ประโยชน์ตามสมควร

-----------------------


หมายเหตุ ท้ายบทความ : มกุฏ อรฤดี เคยทำงานเป็น ‘คนตรวจปรู๊ฟ’ จนได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสาร ‘ลลนา’ ของคุณสุวรรณี สุคนธา เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๖ และเขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแรกลงพิมพ์ในนิตยสาร ‘สตรีสาร’ คือเรื่อง ‘ทุ่งดอกไม้’ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ ก่อนจะตีพิมพ์เรื่อง ‘ผีเสื้อและดอกไม้’ ในปี ๒๕๑๙



   
   
กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญจากสื่ออื่น > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >