บทที่ ๕
สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สรุปผลการวิจัย

ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้

ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
            ผู้ตอบแบบสอบถามดำเนินกิจการลักษณะ สำนักพิมพ์และจำหน่ายมากสุด (๔๒.๙%) สำนักพิมพ์อย่างเดียว (๓๑.๔%) และเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเดียว (๑๕.๒%) ( ตารางที่ ๑)

            สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่เน้นพิมพ์สาขาใดสาขาหนึ่งมากที่สุด (๓๐.๙%) รองลงมาคือจัดพิมพ์หลากหลายสาขา ซึ่งมากกว่า ๔ สาขาขึ้นไป (๒๘.๙%) ( ตารางที่ ๒)

            สาขาวิชาที่สำนักพิมพ์ต่าง ๆ จัดพิมพ์มากที่สุดคือ สาขาภาษาวรรณกรรมวัฒนธรรม (๔๖.๗%) รองลงมาคือสาขาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว (๔๑.๐%) ( ตารางที่ ๓)

            ขนาดของการดำเนินกิจการของสำนักพิมพ์ ส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน ๓๐ คน (๘๒.๔%) ขนาดกลาง มีพนักงานมากกว่า ๓๐ คน แต่ไม่เกิน ๗๐ คน (๑๒.๙%) และขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า ๗๐ คนขึ้นไป (๔.๗%) ( ตารางที่ ๔)

            สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ มีพนักงานในระดับปริญญาตรีเป็นจำนวนมากกว่าระดับอื่น (๖๕.๕%) ต่ำกว่าปริญญาตรี (๓๔.๙%) ส่วนระดับสูงกว่าปริญญาตรีมีจำนวนน้อย (๖.๐%) ( ตารางที่ ๕

ส่วนที่ ๒ ข้อมูลความต้องการและความคาดหวังต่อคุณลักษณะบัณฑิตสาขาบรรณาธิการ

            สำนักพิมพ์ต้องการบรรณาธิการที่มีคุณสมบัติในวิชาชีพด้านความสามารถทางวรรณศิลป์สื่อภาษาได้เหมาะกับงานเขียนแต่ละประเภท สูงมากที่สุด (๔.๖๘) คุณสมบัติในวิชาชีพด้านอื่นที่มีความต้องการในระดับสูงมาก ๓ อันดับต่อมา ได้แก่ บรรณาธิการควรแสดงออกความคิดได้อย่างถูกต้องตามกาลเทศะ (๔.๓๒) ตรวจต้นฉบับได้ถูกต้อง (๔.๓๐) และ เป็นผู้ที่มีทักษะการใช้ภาษาไทยอย่างดีเยี่ยม (๔.๒๘) ตามลำดับ สำหรับคุณสมบัติในวิชาชีพที่สำนักพิมพ์ต้องการน้อยสุด คือ ความสามารถด้านกราฟิกอาร์ต ( ๓.๒๘ ) (ตารางที่ ๖)

            สำนักพิมพ์ต้องการบรรณาธิการที่มีคุณสมบัติทั่วไป ต่อไปนี้ในระดับมากที่สุด คือ มีจริยธรรมและซื่อสัตย์ (๔.๖๙) มีความรับผิดชอบ (๔.๖๔) มีความอดทน (๔.๖๐) และ มีความละเอียดรอบคอบ ประณีต (๔.๕๙) ส่วนคุณสมบัติทั่วไปที่สำนักพิมพ์ ต้องการน้อยที่สุด ได้แก่ มี ความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษ (๓.๘๘) มีความเป็นผู้นำ (๓.๙๑) และมีความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่(๓.๙ ๓) (ตารางที่ ๗)

            เมื่อจำแนกคุณสมบัติทั้งสองด้านออกเป็นหมวดต่าง ๆ แล้ว พบว่า ในด้านคุณสมบัติในวิชาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับหมวดศักยภาพหรือความเฉลียวฉลาดในการปฏิบัติงาน เชิงวิชาชีพ สูงกว่าด้านอื่น ๆ (๔.๑๓) แต่อย่างไรก็ตามทุกหมวดล้วนเป็นที่ต้องการในระดับมากเช่นเดียวกัน (ตารางที่ ๘)

            ส่วนด้านคุณสมบัติทั่วไป ผู้ตอบแบบสอบถาม เห็นว่า หมวดอารมณ์ ความคิด จิตใจ มีความสำคัญเท่าเทียมกันกับหมวดพฤติกรรมในการปฏิบัติงาน (๔.๓๕) แต่หมวดการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงก็มีความสำคัญในระดับมากเช่นเดียวกัน (๔.๑๑) (ตารางที่ ๙)

ส่วนที่ ๓ การเปรียบเทียบความต้องการและความคาดหวังคุณลักษณะบัณฑิตสาขาบรรณาธิการ

            สำนักพิมพ์ที่มีลักษณะการดำเนินกิจการแตกต่างกัน มีความต้องการคุณสมบัติในวิชาชีพของบรรณาธิการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ โดยที่กิจการประเภทที่เป็นทั้งสำนักพิมพ์และจัดจำหน่ายให้ความสำคัญกับคุณสมบัติในวิชาชีพสูงกว่า กิจการที่เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเดียว (๔.๒๕ ต่อ ๓.๔๓) ส่วนความต้องการด้านคุณสมบัติทั่วไป สำนักพิมพ์ที่ดำเนินกิจการแตกต่างกันมีความต้องการไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ตารางที่ ๑๐)

            เมื่อจำแนกคุณสมบัติทั้งสองด้านออกเป็นหมวดต่าง ๆ แล้ว พบว่า ในด้านคุณสมบัติในวิชาชีพ สำนักพิมพ์ที่เป็นทั้งสำนักพิมพ์และจัดจำหน่ายให้ความสำคัญกับคุณสมบัติในวิชาชีพทุกหมวดสูงกว่า กิจการที่เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเดียว โดยเฉพาะหมวดความสามารถหรือทักษะในงานที่ปฏิบัติ และหมวดความรู้อื่น ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ (๔.๓๘ ต่อ ๓.๒๓ และ ๔.๒๖ ต่อ ๓.๕๓) ส่วนหมวดศักยภาพหรือความเฉลียวฉลาดในการทำงาน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ (๔.๑๒ ต่อ ๓.๔๙) (ตารางที่ ๑๑ )

            ส่วนในด้านคุณสมบัติทั่วไป พบว่า สำนักพิมพ์ที่มีลักษณะการดำเนินกิจการแตกต่างกัน มีความต้องการคุณสมบัติทั่วไป หมวดอารมณ์ ความคิด จิตใจ กับ ความสามารถในการปรับตัว เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นหมวดพฤติกรรมในการปฏิบัติงานที่สำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์อย่างเดียวจะให้ความสำคัญสูงกว่ากิจการที่เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ (๔.๕๔ ต่อ ๓.๘๘) (ตารางที่ ๑๒)

            สำนักพิมพ์ที่ระบุจำนวนสาขาวิชาที่จัดพิมพ์แตกต่างกัน มีความต้องการคุณสมบัติในวิชาชีพและคุณสมบัติทั่วไปของบรรณาธิการไม่แตกต่าง (ตารางที่ ๑๓ ) โดยเมื่อจำแนกคุณสมบัติในวิชาชีพและคุณสมบัติทั่วไป ออกเป็นหมวดต่าง ๆ แล้ว ก็ยังพบว่าสำนักพิมพ์ที่ระบุจำนวนสาขาวิชาที่จัดพิมพ์แตกต่างกัน มีความต้องการไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด (ตารางที่ ๑๔ และ๑๕) ไม่ว่าสำนักพิมพ์จะจัดพิมพ์เนื้อหาในสาขาวิชาใดก็ล้วนแต่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติในวิชาชีพในระดับมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ กลุ่มภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว กลุ่มภาษา วรรณกรรม วัฒนธรรม และกลุ่มวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (๔.๑๑ , ๔.๐๙ และ ๔.๐๘ ตามลำดับ) และทุกสาขาวิชาให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทั่วไปสูงมากกว่าคุณสมบัติในวิชาชีพอย่างชัดเจน ยกเว้น กลุ่มสารคดี บันเทิงคดี นวนิยาย เรื่องสั้น ที่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทั้งสองด้านเท่ากัน (ตารางที่ ๑๖)

            โดยเมื่อจำแนกคุณสมบัติในวิชาชีพออกเป็นหมวดต่าง ๆ แล้วพบว่า กลุ่มที่จัดพิมพ์สาขาวิชาศิลปกรรม ดนตรี นันทนาการ งานอดิเรก กับกลุ่มสารคดี บันเทิงคดี นวนิยาย เรื่องสั้นให้ความสำคัญกับหมวดความสามารถหรือทักษะในการทำงานมากที่สุด (๔.๒๗ และ ๔.๒๔) ส่วนกลุ่มวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กลุ่มภาษา วรรณกรรม วัฒนธรรม และกลุ่มภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว ให้ความสำคัญกับหมวดศักยภาพหรือความเฉลียวฉลาดในการทำงานมากสุด (๔.๒๖, ๔.๒๒ และ๔.๒๒) สำหรับกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความรู้อื่น ๆ มากที่สุด คือกลุ่มภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว กลุ่มภาษา วรรณกรรม วัฒนธรรม และกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ (๔.๑๑ , ๔.๐๙ และ ๔.๐๘) แต่อย่างไรก็ตาม ทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทุกด้านในระดับมากเช่นเดียวกัน (ตารางที่ ๑๗ )

            ส่วนในด้านคุณสมบัติทั่วไปหมวดต่าง ๆ พบว่า กลุ่มที่จัดพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทั่วไปที่ระดับมากสุดทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นหมวดอารมณ์ พฤติกรรม และการปรับตัว (๔.๓๘ , ๔.๔๕ และ ๔.๑๙)รองลงมาคือกลุ่มภาษา วรรณกรรม วัฒนธรรม (๔.๓๒, ๔.๔๒ และ ๔.๑๙) และกลุ่มภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว (๔.๓ ๕ , ๔.๓๕ และ ๔.๑๙) ส่วนกลุ่มที่จัดพิมพ์เนื้อหาสาขาวิชาอื่น ๆ จะให้ความสำคัญกับหมวดอารมณ์ และ พฤติกรรม ในระดับสูงมาก (๔.๔๔ และ ๔.๓๗) แต่ทุกกลุ่มล้วนให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทุก ๆ หมวดในระดับมาก (ตารางที่ ๑๘)

            สำนักพิมพ์ที่มีขนาดของกิจการหรือจำนวนพนักงานในสำนักพิมพ์แตกต่างกันมี ความต้องการคุณสมบัติในวิชาชีพและคุณสมบัติทั่วไปของบรรณาธิการหมวดต่าง ๆ ไม่แตกต่าง กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่อย่างใด (ตารางที่ ๑๙ )

โดยเมื่อจำแนกคุณสมบัติในวิชาชีพและคุณสมบัติทั่วไป ออกเป็นหมวดต่าง ๆ แล้ว ก็ยังพบว่าสำนักพิมพ์ที่มีขนาดของกิจการหรือจำนวนพนักงานในสำนักพิมพ์แตกต่างกันมี ความต้องการคุณสมบัติต่าง ๆ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่อย่างใด (ตารางที่ ๒๐ และ ๒๑ )

            ในด้านจำนวนบัณฑิตที่ต้องการนั้นมีสำนักพิมพ์จำนวน ๕๐ แห่ง แสดงความต้องการ รับบัณฑิตสาขาบรรณาธิการเข้าทำงานในช่วงเวลา ๕ ปี จำนวนรวม ๕๖๑ คน โดยมีความต้องการสูงสุดในปี ๒๕๕๒ ถึง ๑๓๑ คน (ตารางที่ ๒๒ )

ส่วนที่ ๔ การประชุมกลุ่มเป้าหมาย โดยการจัดเสวนา เรื่อง บรรณาธิการต้นฉบับที่สังคมปรารถนา ในวันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้เข้าร่วมเสวนา ๖๐ คน สรุปประเด็นจากการเสวนาได้ดังนี้

            ๑. ความสำคัญของบรรณาธิการ บรรณาธิการต้นฉบับมีความสำคัญและจำเป็นต่อสังคมมาก เนื่องจากต้องมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้ภาษาที่ถูกต้อง การแปล และตรวจแก้ต้นฉบับ เพราะปัญหาสำคัญของการทำหนังสือคือเรื่องภาษา ปัจจุบันยังไม่มีการเรียนการสอน สาขานี้ในระดับปริญญา จึงต้องการให้มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรบรรณาธิการต้นฉบับ

            ๒. คุณลักษณะของบัณฑิตสาขาบรรณาธิการ พื้นฐานต้องเป็นคนที่มีความรักในการทำหนังสือ รักการอ่าน รู้จักหนังสือแต่ละประเภท รายได้จากอาชีพนี้ไม่มากนัก จึงต้องเป็นผู้ที่มีความพอเพียง สุภาพ เรียบร้อย ถ่อมตน มีความสามารถด้านต่าง ๆ ดี มีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ รักที่จะเรียนรู้ และขวนขวายหาความรู้ด้วยตนเอง

            ๓. หลักสูตรด้านบรรณาธิการจะต้องมีวิธีการฝึกคนให้ดีก่อนจบออกไปสู่สังคม ควรมีวิชาด้านจริยธรรมของบรรณาธิการ และกฎหมาย เพราะบรรณาธิการต้นฉบับที่ดีต้องมีจริยธรรมในวิชาชีพสูง มีความรับผิดชอบทั้งทางกฎหมาย สังคม และจริยธรรม การถ่ายทอดความรู้ การสื่อสาร ลิขสิทธิ์ ทักษะด้านการตลาด การจัดจำหน่าย ให้ผู้เรียนมีความรู้เรื่อง ความรับผิดชอบของบรรณาธิการ โครงสร้างของสำนักพิมพ์ ประเภทของบรรณาธิการ การเขียน การนำเสนอ รูปแบบของสื่อแต่ละชนิด รู้เรื่องข่าวเพื่อการบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ การสอนต้องเข้มงวดด้านภาษาไทย การอ่านออกเสียง การเขียนภาษาไทยด้วยลายมือ

หลักสูตรควรให้มีความทันสมัย และให้แนวคิดทางธุรกิจ SME เผื่อจะได้ประกอบอาชีพอิสระได้กว้าง และควรมีวิธีการในการคัดเลือกผู้เรียนอย่างดีด้วยการสัมภาษณ์ ส่วนการฝึกงาน ควรฝึกที่สำนักพิมพ์อย่างน้อย ๑ ภาคการศึกษา หลังจากนั้นควรประเมินหลักสูตรจากความสามารถของบัณฑิตในการทำงาน ควรมีหลักสูตรพิเศษสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่แล้วแต่ ไม่มีคุณวุฒิด้านบรรณาธิการ

           ๔. การประกอบอาชีพและลักษณะการปฏิบัติงาน บรรณาธิการต้นฉบับเป็นอาชีพที่ดีส่วนใหญ่ทำงานเฉพาะด้าน บรรณาธิการทั่วไปรับผิดชอบหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ส่วนบรรณาธิการต้นฉบับรับผิดชอบเฉพาะต้นฉบับ มีบรรณาธิการต้นฉบับงานเขียน กับบรรณาธิการต้นฉบับงานแปลอยู่ภายใต้การดูแลของบรรณาธิการทั่วไป การทำงานของบรรณาธิการต้นฉบับต้องประสานงานกับผู้เขียน รูปแบบของการเขียนต้องดูที่กลุ่มเป้าหมาย
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
การอภิปรายผล

จากผลการวิจัยดังกล่าว พบว่ามีประเด็นน่าสนใจที่ควรนำมาอภิปราย ดังนี้

            ๑. ด้านความต้องการคุณสมบัติในวิชาชีพ สำนักพิมพ์ต้องการบรรณาธิการที่มี การแสดงออกทางความคิดได้อย่างถูกต้องกับกาลเทศะมากเป็นลำดับแรก เนื่องจากบรรณาธิการ มีบทบาทในทางชี้นำสังคม ต้องนำเสนอสารสนเทศที่สอดคล้องกับบริบทของสังคม หมายถึง มีส่วนในการกำหนดทิศทางการอ่านของสังคมโดยรวมนั่นเอง ( สุธาทิพย์ โมราลาย , ๒๕๓๖) นอกจากนี้ ยังต้องประเมินแนวโน้มความต้องการของผู้อ่าน และรูปแบบช่องทางการจำหน่ายอีกด้วย อีกด้านหนึ่ง บรรณาธิการ ยังทำหน้าที่ว่าจ้างการเขียนหนังสือบางเล่มที่คิดว่าจะทำตลาดได้ดี และประเมินข้อเสนอการว่าจ้างจากผู้เขียน หน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การแก้ไขโครงสร้างเนื้อหาต้นฉบับและการขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ ดูแลการผลิตเอกสารด้านส่งเสริมการขายและการติดต่อกับผู้เขียน ในบางครั้งบรรณาธิการกลุ่มนี้ยังต้องช่วยออกแบบหนังสือ และดูแลจัดการด้านรายรับรายจ่ายของสำนักพิมพ์อีกด้วย ( จารุวรรณ สินธุโสภณ, ๒๕๔๒ , หน้า ๒) หน้าที่ต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ล้วนต้องการบุคคลที่มีทักษะโดดเด่นในด้านความคิด ดังนั้น คุณสมบัติข้อนี้จึงได้รับการคาดหวังให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

            ๒. ด้านคุณสมบัติทั่วไป สำนักพิมพ์ต้องการบรรณาธิการที่มีจริยธรรม ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ อดทน และประณีต ละเอียด รอบคอบ ในระดับมากที่สุด เนื่องจากคุณสมบัตินี้จะส่งเสริมให้การปฏิบัติงานบรรณาธิการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนที่ต้อง ประเมินคุณค่าของต้นฉบับ ตรวจการอ้างอิงกับหลักฐานที่อ้างเพื่อดูความถูกต้อง ตรวจสอบข้อมูลที่ขาดหลักฐานอ้างอิง แนะนำแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจแก้บรรณานุกรมและเชิงอรรถ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดหน้าและออกแบบสิ่งพิมพ์ ตรวจแก้ต้นฉบับ ตรวจพิสูจน์อักษร เขียนคำนำ บทนำ บทบรรณาธิการ และแนะนำแหล่งเพื่อวางจำหน่าย (จารุวรรณ สินธุโสภณ , ๒๕๔๒, หน้า ๕)

            ๓. สำนักพิมพ์ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทั่วไปสูงมากกว่าคุณสมบัติในวิชาชีพ ผลการวิจัยนี้สอดคล้องกับ William G. Connolly Jr. บรรณาธิการของ The New York Times Week in Review ที่ได้กล่าวว่า คุณลักษณะของบรรณาธิการต้นฉบับที่ดีนั้น ควรมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ไม่เอาความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ มีความตระหนักรู้ในเรื่องต่าง ๆ มีความเฉลียวฉลาด มีความสงสัยเป็นธรรมชาติ มีทักษะในการเจรจา มีความสามารถในการเขียน และมีอารมณ์ขัน ( Bowles & Borden, 2000, p. 7-8)

            ๔. สำนักพิมพ์จำนวน ๕๐ แห่ง มีความต้องการบัณฑิตสาขาบรรณาธิการในระยะเวลา ๕ ปี จำนวนสูงมาก ถึง ๕๖๑ คน ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความขาดแคลนบรรณาธิการอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับ มกุฏ อรฤดี (๒๕๔๗) ที่กล่าวว่า ประเทศไทยยังขาดบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับวงการหนังสือทุกด้าน ทุกทาง ไม่ว่าจะเป็น นักเขียน บรรณาธิการต้นฉบับ บรรณาธิการต้นฉบับแปล ผู้ตรวจทานต้นฉบับ ผู้เขียนรูปประกอบ ออกแบบปก จัดรูปเล่ม แม้แต่นักวิจารณ์หนังสือก็แทบจะกล่าวได้ว่าไม่มีเลย หรือกรรมการตัดสินต้นฉบับ กรรมการตัดสินหนังสือ อันเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนา ส่งเสริมการเขียน ก็ขาดแคลน งานทำหนังสือยังขาดบรรณาธิการผู้มีความรู้ในระดับลึกโดยตรงเป็นผู้ดำเนินงาน นับเป็นปัญหาอย่างยิ่งสำหรับองค์กรผลิตและเผยแพร่ความรู้มาโดยตลอด ทางออกที่องค์สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ใช้อยู่ปัจจุบัน คือ การรับบุคคลที่มีทักษะด้านอื่นที่ใกล้เคียง เช่น ด้านภาษามาฝึกฝนเรียนรู้เพื่อทำหน้าที่บรรณาธิการ ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะสามารถปฏิบัติงานได้ หากมีผู้จบสาขาบรรณาธิการโดยตรงมาปฏิบัติงาน องค์กรจะได้บุคลากรที่ตรง สายงาน และไม่ต้องเสียเวลากับการถ่ายทอดเรียนรู้งาน ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยบูรพาจะ เปิดหลักสูตรเพื่อผลิตบัณฑิตสาขาบรรณาธิการจึงเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตลาดงาน อย่างยิ่ง

            ๕. จากการสนทนากลุ่ม พบว่า ผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่บรรณาธิการอยู่แล้วแต่ยังไม่มีคุณวุฒิในสาขาบรรณาธิการ มีความต้องการให้มหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรพิเศษขึ้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้ตรงกับงานที่ปฏิบัติ เนื่องจากผู้ที่ปฏิบัติงานต้องการความรู้และทักษะในวิชาชีพโดยการศึกษาเรียนรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถาบันการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับ จินตนา ใบกาซูยี (๒๕๔๓, หน้า ๖) ที่กล่าวว่า การจัดทำหนังสือเล่ม ยังไม่มีบุคลากรมืออาชีพ หรือบรรณาธิการมืออาชีพมาสืบสานวัฒนธรรมการผลิตหนังสือเล่มอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้รักการทำหนังสือ เรียนรู้จากการปฏิบัติตาม ๆ กันมา หรืออาจได้รับการอบรมเบื้องต้นมาบ้างจากสถาบันการศึกษา แต่เมื่อต้องมาปฏิบัติงานอย่างจริงจัง มักเกิดความไม่มั่นใจ ได้แต่อาศัยการศึกษาจากคู่มือปฏิบัติงานบรรณาธิกร ที่ผู้มีประสบการณ์ทางด้านนี้ได้รวบรวมไว้เท่านั้น ดังนั้น เมื่อมหาวิทยาลัยบูรพาได้ เปิดหลักสูตรปกติสำหรับนิสิตทั่วไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งควรมีแผนเปิดหลักสูตรสำหรับนิสิต ภาคพิเศษด้วย




ข้อเสนอแนะ

            ๑. ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ควรนำผลการวิจัยไปเป็นแนวทางในการผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของสำนักพิมพ์ โดยเฉพาะในด้านคุณลักษณะบัณฑิตที่สำนักพิมพ์คาดหวัง ส่วนในด้านผู้สอน ดังที่ทราบดีว่ายัง ไม่มีการเปิดหลักสูตรสาขานี้ในประเทศไทย ดังนั้น ในระยะแรกจึงไม่อาจหาผู้สอนที่มีคุณวุฒิ ตรงสาขาได้ จึงควรพิจารณาเชิญบุคคลในแวดวงบรรณาธิการมาเป็นผู้สอน ซึ่งจากการประชุมกลุ่มเป้าหมายทำให้ได้พบกับบรรณาธิการผู้มีความสามารถและประสบการณ์สูงหลายท่านที่แจ้งความประสงค์ยินดีมาช่วยสอน ส่วนการฝึกงาน สามารถขอความอนุเคราะห์จากสำนักพิมพ์ ต่าง ๆ เพื่อเป็นสถานที่ฝึกงานได้ ซึ่งจากการสนทนากลุ่ม มีสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ได้เสนอตัวยินดีให้ความอนุเคราะห์เป็นสถานที่ฝึกงานสำหรับนิสิต

            ๒. ควรเตรียมความพร้อมด้านผู้สอน โดยควรจะพัฒนาอาจารย์ประจำภายในให้มีคุณวุฒิในสาขาบรรณาธิการโดยตรง เพื่อเป็นบุคลากรหลักของภาควิชาในการถ่ายทอดทักษะความรู้เฉพาะทางจากผู้สอนภายนอก ควบคู่กับการประสานความร่วมมือและมีสัมพันธภาพอันดีกับวงการสำนักพิมพ์เพื่อให้การการขับเคลื่อนหลักสูตรนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกื้อกูลกัน

            ๓. ควรศึกษาความต้องการศึกษาต่อเนื่องในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานบรรณาธิการอยู่ในปัจจุบันเพื่อจัดหลักสูตรพิเศษระดับต่าง ๆ ให้ตอบสนองความต้องการพัฒนาตนเองตามแนวทางที่สำนักพิมพ์ต้องการ เนื่องจากในการสนทนากลุ่มพบว่า กลุ่มผู้ที่ปฏิบัติงานในแวดวงบรรณาธิการปัจจุบันซึ่งมีคุณวุฒิด้านอื่น ๆ มีความต้องการศึกษาในหลักสูตรพิเศษนี้ในระดับสูงมาก เพื่อที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาบรรณาธิการอย่างแท้จริง เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรเหล่านี้ปฏิบัติงานโดยอาศัยการฝึกฝนเรียนรู้ด้วยตนเองต่อ ๆ กันมาและศึกษาจากคู่มือปฏิบัติงานที่มีผู้รวบรวมไว้เท่านั้น

            ๔. สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ควรพิจารณาเปิดหลักสูตรบรรณาธิการ เพื่อร่วมผลิตบัณฑิตให้เพียงพอกับความต้องการในปัจจุบันและอนาคต จากผลการวิจัยที่พบว่าในช่วงเวลา ๕ ปี สำนักพิมพ์ จำนวน ๕๐ แห่ง ต้องการรับบัณฑิตเข้าทำงานจำนวนถึง ๕๖๑ คนนั้น แสดงให้เห็นถึงความขาดแคลนและความต้องการที่สูงมาก มหาวิทยาลัยบูรพาเพียงแห่งเดียวคงไม่อาจผลิตบัณฑิตตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างเพียงพอในระยะเวลาอันสั้น เพราะต้องเน้นที่คุณภาพบัณฑิตมากกว่าปริมาณ จึงไม่สามารถผลิตบัณฑิตได้จำนวนมากในแต่ละปี ดังนั้น สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่มีศาสตร์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องทางด้านนี้ จึงควรพิจารณาเปิดหลักสูตรบรรณาธิการเพื่อร่วมผลิตบัณฑิตสู่สังคม เป็นพันธมิตรร่วมมือแลกเปลี่ยนกันในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้มีความเข้มแข็ง อันจะส่งผลถึงคุณภาพบัณฑิตซึ่งจะจบออกไปเป็นพื้นฐานที่แข็งแรง ในการพัฒนาวงการหนังสือของประเทศชาติต่อไป
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
บรรณานุกรม

จารุวรรณ สินธุโสภณ. (๒๕๔๒, กันยายน- ธันวาคม). จะทำอย่างไรเมื่อบรรณารักษ์ต้องเป็นบรรณาธิการ. บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มข. , ๑๗(๓), ๑ - ๑๑.

จารึก ถึงลาภ. (๒๕๔๐). บรรณาธิการกิจสิ่งพิมพ์. ชลบุรี : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

จินตนา ใบกาซูยี. (๒๕๔๓). คู่มือบรรณาธิการ : สำหรับนักเขียน บรรณาธิการและผู้พิมพ์ . กรุงเทพฯ : สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย.

เบลโลวส์ , เจ. (๒๕๔๗ ). บรรณาธิการคนสุดท้าย แปลจาก The last editor โดย ภาสกร ประมูลวงศ์. กรุงเทพฯ: มติชน .(ชุดวรรณกรรมแปล).

ปรางทิพย์ พิมพ์สุวรรณ. (๒๕๔๗, ๑๒ กรกฎาคม). บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ. สัมภาษณ์.

ปรีชา เล่ห์บ้านเกาะ. (๒๕๓๘). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในงานของผู้สื่อข่าวกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ.วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. (๒๕๔๖). กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.

พรชัย ประเสริฐกมลเทพ. (๒๕๔๗, ๑๒ กรกฎาคม). ผู้จัดการทั่วไปสำนักพิมพ์ผีเสื้อ. สัมภาษณ์.

พูนสุข ภระมรทัต. (๒๕๓๖). บทบาทของบรรณาธิการต่อการคัดเลือกข่าวโทรทัศน์เพื่อการพัฒนาประเทศ.วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มกุฏ อรฤดี. ( ๒๕๔๔ ). เอกสารประกอบการอบรม บรรณาธิการต้นฉบับงานแปลวรรณกรรม. กรุงเทพฯ : ผีเสื้อ.

_______. (๒๕๔๗, ๑๒ กรกฎาคม). ผู้อำนวยการและบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ. สัมภาษณ์.

_______. (๒๕๔๗). บรรณาธิการต้นฉบับงานแปล มิติใหม่ในแวดวงวรรณกรรม ใน วัลยา วิวัฒน์ศร การแปลวรรณกรรม (หน้า ๕๓๐-๕๔๐).กรุงเทพฯ : ภาควิชา ภาษาตะวันตก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๓๔).เอกสารการสอนชุดวิชาการข่าวและบรรณาธิกรณ์ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). นนทบุรี : สาขาวิชานิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

_______. (๒๕๓๔). เอกสารการสอนชุดวิชาการผลิตหนังสือพิมพ์ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). นนทบุรี : สาขาวิชานิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

_______. (๒๕๓๔). เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ : กระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ . นนทบุรี : สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วราภรณ์ ทรัพย์รุ่งเรือง. (๒๕๔๒). กระบวนการทำงานของทีมงานผู้รับผิดชอบบทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. ( ๒๕๔๘, มี.ค.). สนิทสุดา เอกชัย Assistant Editor แห่งหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์. สารคดี, ๒๑ (๒๔๑ ), ๑๐๒-๑๐๓.

สุธาทิพย์ โมราลาย. (๒๕๓๖). ลีลาการเขียนเชิงวารสารศาสตร์ : ศึกษาจากการบรรณาธิกรณ์ของบรรณาธิการ. วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Beach, M. (1988 ). Title Editing your newsletter : how to produce an effective publication using traditional tools and computers (3rd ed. ). Portland, OR: Coast to Coast Books.

Bowles, D. A., & Borden, D. L. (2000 ). Creative Editing (3rd ed.). Belmont, CA: Wadsworth/ Thomson Learning.

Bowling, D . W . (1996). Selection policies of Christian school textbook publishers: Editorial criteria for reading and literature curriculum materials designed for use in Christian day schools and home schools. (Doctoral dissertation, University of Arkansas, 1996). Dissertation Abstracts International, 57 (08), 3445A. Retrieved July 26, 2004, from http://www.lib.umi.com/dissertations/fullcit/9700380.

Epes, M. & Kirkpatrick, C. (1988). Editing your writing. Englewood Cliffs, NJ: Prentice- Hall.

Evans, H. (1978 ). Pictures on a page : photo-journalism, graphics and picture editing. London: Heinemann.

O’Connor, M. (1978 ). Editing Scientific Books And Journals. Tunbridge Wells: Pitman Medical.

Samson, D. C. (1993 ). Title Editing technical writing . New York: Oxford University Press.
   
   
   
     
     
  กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญบทความวิจัย > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >