ร่างพระราชบัญญัติ
ระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ


            ร่างโดย บุคคลนิรนาม


 
รัฐบาลปัจจุบันกำลังจะสิ้นสุด และเชื่อแน่ว่าจะไม่มีใครในคณะรัฐบาลนี้คิดเรื่องการอ่านแห่งชาติ หรือนึกถึงการเรียนรู้ของประชาชนในชนบทห่างไกล แน่ละ ไม่มีใครอาจเป็นความหวังได้สำหรับฅนยากจน ฅนด้อยโอกาส สำหรับเรื่องหนังสือ เรื่องการอ่าน เรื่องห้องสมุด และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนจะถึงรัฐบาลใหม่ จึงอยากเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ เผื่อว่ารัฐบาลหน้าจะเห็น---เห็นในช่วงรัฐบาลหน้า และพยายามทำในรัฐบาลหน้า มิใช่ชาติหน้า---และทำอย่างเข้าใจว่าให้เป็นระบบแห่งชาติ ไม่ใช่ทำแบบตั้งห้องสมุดในศูนย์การค้าเหมือนที่ผ่านมาอีก







ร่างพระราชบัญญัติ ระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ พ.ศ. ....
............................................................................................................................................................................

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วย
ระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ .................................


           มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ พ.ศ. ....”


           มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


           มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

                      “ระบบหนังสือ” หมายความว่า การจัดการและบริหารโครงสร้างอันเกี่ยวด้วยหนังสือของชาติทั้งระบบ
                      “การอ่านแห่งชาติ” หมายความว่า การจัดการ ดำเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน และบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อพัฒนาฅนในชาติด้วยการอ่านและการเรียนรู้หนังสืออย่างบูรณาการ
                       “สถาบัน” หมายความว่า หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้
                      “หนังสือ” หมายความว่า สิ่งพิมพ์หรือวัสดุการพิมพ์รูปแบบใดๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
                      “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสถาบันหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                      “คณะกรรมการกองทุน” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนสถาบันหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                       “กองทุน” หมายความว่า กองทุนสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                      “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                      “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


           มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติกฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้



หมวด ๑
สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ และอำนาจหน้าที่



           มาตรา ๕ ให้สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ เป็นสถาบันหลัก มีอำนาจหน้าที่ รับผิดชอบ ดำเนินการจัดระบบหนังสือของชาติ และการอ่านแห่งชาติ


           มาตรา ๖ สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ จะจัดตั้งขึ้น ณ ที่ใด หรือให้สถานที่ใดเป็นหน่วยงานในสังกัดสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ รวมทั้งการยุบเลิกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

           มาตรา ๗ ให้สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                       (๑) เป็นผู้รับผิดชอบ มีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติให้ประชาชนชาวไทยมีโอกาสแสวงหาความรู้ และเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ของชาติอันได้แก่ห้องสมุดและหอสมุดอย่างทัดเทียมกัน
                       (๒) เป็นศูนย์กลางของห้องสมุดและหอสมุด รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหรือผลิตและเผยแพร่หนังสือ เพื่อประโยชน์แก่ระบบหนังสือและการอ่านของชาติ
                       (๓) จัดหา จัดเก็บ รวบรวม และเผยแพร่หนังสือหรือสิ่งพิมพ์รูปแบบใดๆ ที่จัดทำและพิมพ์ในประเทศและต่างประเทศ
                       (๔) เป็นศูนย์กลางการจัดหา จัดทำ หนังสือ และสิ่งพิมพ์รูปแบบใดๆ ตามความต้องการและความจำเป็นแก่ห้องสมุดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนยืมออกอย่างทั่วถึง
                       (๕) เป็นศูนย์กลางข้อมูลวิชาชีพเกี่ยวกับหนังสือทุกแขนง เพื่อการพัฒนา และประโยชน์ในการพัฒนาระบบหนังสือและการอ่านของชาติ
                       (๖) จัดหลักสูตรการศึกษา ว่าด้วยหนังสือแขนงต่างๆ ที่ไม่มีสถาบันใดดำเนินการ
                       (๗) ประสานงานการศึกษาและหลักสูตรความรู้ว่าด้วยระบบหนังสือร่วมกับสถาบันอื่น
                       (๘) มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานระบบจัดการห้องสมุดให้มีมาตรฐาน และบริการให้ประชาชนยืมออกอย่างทั่วถึง
                       (๙) เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูล หนังสือและสิ่งพิมพ์รูปแบบใดๆ ของหน่วยงานราชการ กระทรวง ทบวง กรม กอง รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเอกชน เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชนผ่านระบบหนังสือและการอ่านของชาติ



หมวด ๒
คณะกรรมการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ



           มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ ประกอบด้วย

                       (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
                       (๒) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ
                       (๓) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นกรรมการ
                       (๔) นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ผู้แทนหอสมุดสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ผู้แทนหอสมุดสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมห้าฅน เป็นกรรมการ
                       (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนไม่เกินห้าฅนเป็นกรรมการ
                      ให้ผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ รองผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ


           มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘ (๕) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                       (๑) มีสัญชาติไทย
                       (๒) เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
                       (๓) มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ด้านบริหารจัดการ ด้านระบบหนังสือ และด้านศิลปวัฒนธรรม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
                       (๔) มีคุณธรรมและจริยธรรม
                       (๕) ไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง
                       (๖) ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย เกี่ยวกับระบบหนังสือ


           มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

                      ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ หรือในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น หรือแทนตำแหน่งว่าง ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้งเพิ่มขึ้น หรือแทนตำแหน่งที่ว่าง อยู่ในตำแหน่งตามวาระที่เหลือ


           มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

                       (๑) ตาย
                       (๒) ลาออก
                       (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
                       (๔) เป็นฅนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
                       (๕) ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา ๙
                       (๖) รัฐมนตรีให้ออกด้วยเหตุบกพร่องหรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติเสื่อมเสีย
                       (๗) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ


           มาตรา ๑๒ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม

                       ในกรณีประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการฅนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
                       การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการฅนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
                       กรรมการผู้ใดมีส่วนได้ส่วนเสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องใด ไม่มีสิทธิเข้าร่วมพิจารณาและออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น
                       ให้มีการประชุมคณะกรรมการไม่น้อยกว่าปีละสี่ครั้ง


           มาตรา ๑๓ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

                       (๑) เสนอแนะ ให้ความเห็น หรือคำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง หรือระเบียบ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                       (๒) เสนอแนะนโยบายและแผนการบริหารงานเพื่อการพัฒนาสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                       (๓) ให้คำปรึกษา แนะนำ ติดตามผลการดำเนินงานสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                       (๔) สนับสนุนกิจกรรมการเขียน การแปล การพิมพ์ การอ่าน การเรียนรู้ และการใช้ห้องสมุด
                       (๕) กำหนดมาตรฐานเพื่อการฝึกอบรมบุคลากรด้านหนังสือและส่งเสริมการอ่าน ตลอดจนสรรพวิชาที่เกี่ยวข้อง
                       (๖) เชิญบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารและหลักฐาน หรือวัตถุอื่นใดมาประกอบการพิจารณาได้
                       (๗) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
                       (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย



หมวด ๓
การบริหารจัดการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ



           มาตรา ๑๔ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาตามกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ ต้องส่งสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักรจำนวนไม่น้อยกว่าสองเล่มหรือสองฉบับ แล้วแต่กรณี ให้แก่สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่พิมพ์เสร็จหรือวันที่ออกโฆษณา โดยไม่คิดราคาและค่าส่ง
                      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งสิ่งพิมพ์ตามความในวรรคแรก ให้เป็นไปตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด


           มาตรา ๑๕ ผู้ผลิตวีดิทัศน์ ซีดีรอม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วัสดุบันทึกเสียง ฟิล์มบันทึกภาพ ไมโครฟิล์ม หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักรต้องส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแต่ละรายการจำนวนไม่น้อยกว่าสองหน่วย ให้แก่สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ผลิตเสร็จหรือวันที่ออกโฆษณา โดยไม่คิดราคาและค่าส่ง
                      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งตามความในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด


           มาตรา ๑๖ ให้สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาระงับการเผยแพร่หนังสือ หรือสิ่งพิมพ์ใดๆ อันเป็นปฏิปักษ์ต่อความดีงามของสังคมและประชาชนไทย ตามสมควรแก่เหตุผล และรายงานให้คณะกรรมการทราบ


           มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชน์ในการจัดหา รวบรวม เผยแพร่ และบริการของห้องสมุดและหอสมุด ให้ผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารไม่น้อยกว่า ๓ ฅน มีสิทธิ์พิจารณาจัดทำ จัดซื้อ จัดจ้าง เพื่อให้ได้มาซึ่งหนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ ในกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน และรายงานให้คณะกรรมการสถาบันทราบ


           มาตรา ๑๘ ให้สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติมีหน้าที่ร้องทุกข์เพื่อเอาโทษแก่ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา เผยแพร่ หรือครอบครองเพื่อเผยแพร่ซึ่งหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ลามกอนาจารหรือเสื่อมเสียต่อจริยธรรม ตามกฎหมาย



หมวด ๔
กองทุนระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ



           มาตรา ๑๙ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า “กองทุนระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ” ในสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการหอสมุด


           มาตรา ๒๐ กองทุนระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ ประกอบด้วย

                       (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
                       (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
                       (๓) เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
                       (๔) เงินค่าบริการ เงินค่าใช้จ่าย หรือเงินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้
                       (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้
                       (๖) เงินดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน หรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอื่น
                       (๗) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน
                       (๘) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ
                       เงินหรือทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งให้ส่งเข้ากองทุน โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน


           มาตรา ๒๑ ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติเป็นประธาน ผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญในงานด้านบรรณรักษศาสตร์หรือสารสนเทศศาสตร์ ด้านภาษาและหนังสือ ด้านบริหารจัดการ ด้านศิลปวัฒนธรรม และด้านกฎหมายไม่เกินห้าฅนเป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ และหัวหน้ารองผู้อำนวยการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ


           มาตรา ๒๒ ให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการกองทุน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม


           มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                       (๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
                       (๒) พิจารณารับบริจาค หรือไม่รับบริจาค จากบุคคลหรือหน่วยงาน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยกองทุนสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ
                       (๓) แผนการใช้จ่ายกองทุน
                       (๔) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
                       (๕) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินกองทุน
                       (๖) พิจารณาอนุมัติการจัดซื้อหนังสือและสิ่งพิมพ์อื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ห้องสมุด


           มาตรา ๒๔ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง


           มาตรา ๒๕ ผู้บริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนมีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงิน หรือทรัพย์สินที่บริจาคแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในประมวลรัษฎากร


           มาตรา ๒๖ มิให้รับเงินหรือสิ่งของใดๆ ที่ได้จากหน่วยงาน หรือบุคคลผู้ประพฤติผิด ประพฤติทุจริต หรือรายได้อันเกิดแต่การประพฤติผิด หรือกิจการและธุรกิจอันไม่เหมาะสม



หมวด ๕
บทกำหนดโทษ



           มาตรา ๒๗ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และผู้ผลิต ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ต้องระวางโทษปรับห้าสิบเท่าของมูลค่าหรือราคาหนังสือหรือสิ่งพิมพ์นั้น หากมิได้ตรามูลค่าหรือราคาไว้ ให้เป็นวินิจฉัยของคณะกรรมการสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ


           มาตรา ๒๘ ผู้ใดเจตนาจงใจกระทำผิดตามมาตรา ๒๗ เกินกว่า ๓ ครั้ง ให้เพิ่มโทษปรับเป็นทวีคูณ และกำหนดโทษจำคุก ๕ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ


           มาตรา ๒๙ ผู้ใดมีเจตนาลักทรัพย์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นใดในห้องสมุด หรือหอสมุดอันเป็นสมบัติที่สถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติจัดให้ ต้องระวางโทษปรับห้าสิบเท่าของมูลค่าหรือราคาหนังสือหรือสิ่งพิมพ์นั้น หรือจำคุกห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
                      ถ้าการทำผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำไปเพื่อการค้า หรือเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


           มาตรา ๓๐ คณะกรรมการ กรรมการบริหาร ผู้อำนวยการสถาบัน คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสถาบันระบบหนังสือและการอ่านแห่งชาติ ต้องยื่นแจ้งทรัพย์สินต่อคณะกรรมการปปช. ก่อนและหลังรับตำแหน่ง และหากปรากฏการกระทำทุจริตต่อหน้าที่ ควรต้องโทษทวีคูณ


















ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ



    (                                  )

           นายกรัฐมนตรี



(ร่างที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐)






กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญพิมพ์ครั้งแรกที่นี่ > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >