ความเข้าใจเรื่องหนังสือ การอ่าน  
และระบบหนังสือสาธารณะ  
   
มกุฏ อรฤดี  
   
   
   
   
 
   

จดหมายจากราชบัณฑิต ศาสตราจารย์ ปรีชา ช้างขวัญยืน ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับที่ ๖๑๔ ทำให้รู้ว่า ข้อบกพร่องซึ่งปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เหตุหนึ่งเนื่องจาก ‘จำเป็นต้องกำหนดให้เป็นเช่นนั้น’ เพราะระเบียบราชการบังคับ และข้ออธิบายอื่นๆ ก็เป็นคำตอบ และเหตุผลต่อเนื่องอย่างชัดเจนว่า
 
           เราไม่อาจพัฒนาระบบหนังสือของชาติได้เลย ถ้าไม่คิดหาทางแก้ไขกฎระเบียบราชการที่เป็นอุปสรรค  
           แนวทางหนึ่งที่น่าพิจารณาก็คือ ควรยกสถานะของราชบัณฑิตยสถานเป็นสถาบันเอกเทศและอิสระอย่างแท้จริง ให้สมกับการเป็น ‘ราชบัณฑิตยสถาน’ ซึ่งมีภาระหน้าที่รับผิดชอบต่อประเทศชาติอย่างสำคัญและใหญ่หลวง หรือไม่เช่นนั้นก็ให้กิจกรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง ไปอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น ซึ่งจะช่วยให้ราชบัณฑิตยสถานพ้นจากความมัวหมองทั้งปวง  
           เพราะหากยังเป็นเช่นที่ศาสตราจารย์ปรีชา ช้างขวัญยืน กล่าวถึง ก็เป็นอันสรุปว่า คนไทยจะไม่มีโอกาสได้เห็นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานที่พิมพ์ด้วยกระดาษเฉพาะอีกเลย และคนของเราในอนาคตจะขาดสิ่งรู้ความรู้ว่าด้วยหนังสือไปอีก อย่างน้อยก็สองเรื่อง คือ ไม่มีวันได้รู้ว่าทำไมจึงมีการศึกษาค้นคว้าเพื่อผลิตกระดาษสำหรับพิมพ์หนังสือบางอย่างบางประเภทจำเพาะให้ต่างออกไป และเหตุใดจึงมีการคิดเรื่องทำปกหนังสือสันโค้ง (ต้องอธิบายแก้ความเข้าใจผิดในข้อที่ว่า การทำปกหนังสือสันตรงกับสันโค้งนั้น แท้จริงแล้วต่างกันมาก ทั้งกรรมวิธีและค่าใช้จ่าย)  
           เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ควรปล่อยให้ระเบียบราชการมาเป็นข้อจำกัดข้อกีดกั้นการพัฒนาด้านหนังสือและการเรียนรู้ในชาติ อีกต่อไป
           (โปรดอ่านบทความในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับที่ ๖๐๗, ๖๐๘ จดหมายจากเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ในฉบับที่ ๖๑๐ และหน้าจดหมาย เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๖๑๔)  


"คนไทยจะไม่มีโอกาสได้เห็นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานที่พิมพ์ด้วยกระดาษเฉพาะอีกเลย"
 
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
           เรื่อง พจนานุกรม ทั้งด้าน เนื้อหาและรูปแบบ น่าสนใจอย่างยิ่ง ควรจะมีผู้ค้นคว้า ศึกษาความเป็นมา พัฒนาการ และแนวโน้มที่จะเป็นไป หรือเปรียบเทียบ เพราะพจนานุกรมคือต้นแบบของหนังสือที่ดี ตัวอย่างเช่น

           พจนานุกรมฉบับสมบูรณ์ของเวียดนาม ค.ศ. ๑๙๙๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
  • ขนาด ๑๙.๕ x ๒๗.๕ x ๘.๗ เซนติเมตร น้ำหนัก ๓.๐๒๔ กิโลกรัม จำนวนหน้า ๑,๘๙๒ หน้า
  • พิมพ์ด้วยกระดาษสำหรับพิมพ์พจนานุกรม ผลิตในประเทศเวียดนาม
  • พิมพ์หมึกดำ สีเดียว เน้นแม่คำด้วยการใช้ขนาดอักษรตัวโตและหนา
  • เข้าเล่มแบบเย็บกี่ สันโค้ง ปกแข็งหุ้มกระดาษ มีปกกระดาษหุ้ม (แจ๊คเก็ต)
 

           พจนานุกรมฉบับสมบูรณ์ของเขมร พ.ศ. ๒๕๑๑
  • ขนาด ๒๐.๐ x ๒๗.๐ x ๘.๗ เซนติเมตร น้ำหนัก ๓.๑๖๘ กิโลกรัม จำนวนหน้า ๑,๘๙๒ หน้า
  • พิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ ๗๐ แกรม
  • พิมพ์หมึกดำ สีเดียว เน้นแม่คำด้วยการใช้ขนาดอักษรตัวโตและหนา
  • เข้าเล่มแบบเย็บกี่ สันตรง ส่วนสันหุ้มผ้า ปกแข็งหุ้มกระดาษ มีปกกระดาษหุ้ม (แจ๊คเก็ต)
 


"แม้แต่วิชาโรงแรม วิชาปูผ้าปูที่นอนก็ยังสอนกันในระดับมหาวิทยาลัย แต่การทำหนังสืออันเป็นรากฐานความรู้ของสรรพวิชาทั้งปวง กลับไม่มีใครสอนจริงจัง"
 
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
           ข้อเสนอของคณะทำงาน โครงการสถาบันพัฒนาความรู้แห่งชาติ (หรือ สถาบันส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิด ‘สถาบันหนังสือแห่งชาติ’) ต่อรัฐบาล ประการหนึ่งก็คือ ควรมีสถาบันเป็นศูนย์กลางด้านหนังสือและสิ่งพิมพ์ของชาติ นอกจากจะมีหน้าที่แก้ปัญหาแล้ว ควรต้องรับผิดชอบการพัฒนาและส่งเสริมระบบหนังสือโดยรวมให้ก้าวหน้าไป ไม่หยุดนิ่ง หรือปล่อยให้ล้าหลัง พร้อมๆ กับกิจกรรมหลักด้านส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ อันอาจเทียบได้กับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดส่วนใดก็พัฒนาอะไรไม่ได้เลย
           องค์ประกอบสำคัญในระบบหนังสือที่กระจัดกระจาย อยู่กันคนละทิศคนละทาง ทำให้ไม่มีมาตรฐานการพัฒนาที่แท้จริง ส่วนหนึ่งมุ่งรณรงค์ส่งเสริมการอ่าน ฝ่ายหนึ่งมุ่งเน้นด้านการตลาดการขาย แต่มาตรฐานด้านเนื้อหา การผลิต และด้านอื่นๆ อันสำคัญในระบบอันเป็นรากฐานนั้นมิได้เชื่อมโยงสัมพันธ์กันเลย---  
           ---แม้แต่รูปแบบของหนังสือ ก็มักพิจารณาเฉพาะที่เห็นภายนอกเท่านั้น ทั้งๆ ที่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เช่น วัสดุประกอบสันปก โค้งสันปกเป็นรัศมีเท่าใด ขนาดรูปเล่ม ชนิดกระดาษปกตลอดถึงกระดาษแข็งทำปก กระดาษรองปก กระดาษเนื้อใน ชนิดของกาวที่ใช้ในการอัดปก หนังสือสำหรับห้องสมุดควรเข้าเล่มอย่างไรเพื่อให้ทนทาน และอื่นๆ  
           ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ มักละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่พิถีพิถันการกำหนดแบบตัวอักษรว่าควรให้อ่านง่ายหรือไม่ อย่างไร การตัดคำ ระยะห่างระหว่างบรรทัด เนื้อที่ว่างพักสายตาในหน้ากระดาษ หรือแม้แต่ วรรคตอน ควรกำหนดมาตรฐานให้ได้ว่า ระยะวรรคมาตรฐานของระบบตัวอักษรในหนังสือไทย เป็นระยะเท่าใด ขนาดเว้นว่างกี่ตัวอักษร วรรคน้อย วรรคใหญ่ ยังคงใช้กันอยู่หรือไม่ เหตุใดจึงเกิดวรรคตอนแตกต่างกันมากในหนังสือเล่มเดียว ในหน้าเดียวกัน อาจเป็นเพราะควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ไม่ได้ขณะจัดหน้า ตัวอักษรกระโดดโลดเต้นไปตามบุญตามกรรม จึงปรากฏวรรคระหว่างคำ วรรคระหว่างประโยคแตกต่างกันมากกว่า ๑๐ ขนาด บางแห่งวรรคห่างถึง ๑ เซนติเมตร ขนาดตัวอักษรไม่เกิน ๑๕ พอยท์  
   
     
 
 
 
 
   
   
           เป็นที่ยอมรับกันว่า หนังสือเล่มเป็นสิ่งสำคัญ จะอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลาน มีอายุยาวนานนับหลายศตวรรษ เป็นสิ่งบ่งบอกความเจริญรุ่งเรืองหรือความเสื่อมถอยแห่งยุคสมัยของชาตินั้นๆ จึงถึงเวลาแล้วที่ควรมีหลักเกณฑ์ความรู้พื้นฐานเรื่องการทำหนังสือ การผลิตสิ่งซึ่งจะกลายเป็นสมบัติและมรดกแห่งมนุษยชาติ อย่างเป็นแบบแผน หรือสร้างหลักสูตรขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวเช่นสาขาวิชาอื่น อาทิ สื่อสารมวลชน หรือนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์  
           ดังที่กล่าวเปรียบเปรยกันว่า แม้แต่วิชาโรงแรม วิชาปูผ้าปูที่นอนก็ยังสอนกันในระดับมหาวิทยาลัย แต่การทำหนังสืออันเป็นรากฐานความรู้ของสรรพวิชาทั้งปวง กลับไม่มีใครสอนจริงจัง เราจึงมีนักทำหนังสือที่ทำด้วยใจรัก เรียนรู้เองทั้งสิ้น รวมทั้งนักออกแบบหนังสือ จัดรูปเล่ม ก็ยังเป็นประเภทยึดหลักวิธีทดลองเป็นบรรทัดฐาน จึงได้เห็นการจัดหน้าหนังสือแบบใหม่ เอาเลขหน้าไปซุกไว้ตรงด้านในใกล้สัน คงลืมไปว่า เลขหน้าหนังสือนั้นเสมือนหนึ่งหลักกิโลเมตรบอกระยะทาง ควรกำหนดไว้ ณ ที่แจ้ง ให้ชัดเจน เห็นได้ง่าย เช่นนี้เป็นต้น
           เลิกบ่น เลิกตำหนิติเตียน ว่า คนไทยไม่มีวัฒนธรรมในการอ่านหนังสือ  
           แต่ควรค้นหาว่า เหตุสืบเนื่องจากอะไร แล้วหาวิธีแก้---เมื่อรู้แล้วว่า เหตุแห่งปัญหาที่ต้องแก้มากมายในทุกส่วนของระบบหนังสือและการเรียนรู้ของประเทศชาตินั้นอยู่ตรงไหน ก็ต้องเริ่มลงมือแก้จริงจังจากต้นตอ จากฐานรากขององค์ประกอบทุกส่วน และเชื่อมโยงเข้าหากัน อย่างน้อยๆ ในขณะนี้ก็รู้ว่า จำต้องมีหน่วยงานกลาง ทำหน้าที่ดูแล รับผิดชอบ บริหาร และดำเนินงาน เพื่อ---
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
  • จัดการและพัฒนาระบบหนังสือและสื่อความรู้โดยรวม ทุกรูปแบบ ให้เป็นเอกภาพอย่างเป็นรูปธรรม ถาวร และมั่นคง
     
  • รณรงค์ให้เยาวชนและประชาชนมีอุปนิสัยในการอ่านหนังสือ ทั้งระบบพื้นฐานและอิเล็กทรอนิกส์
     
  • จัดการและดำเนินงานระบบหนังสือสาธารณะ ศูนย์บริการหนังสือและห้องสมุดเพื่อบริการประชาชนอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับระบบสากล สนับสนุนและประสานงานห้องสมุดและห้องหนังสือทั่วประเทศให้มีพื้นฐานที่ดีและมั่นคง เพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง ได้ผล และรองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน
     
  • จัดการและดำเนินงานระบบหนังสือสาธารณะ ศูนย์บริการหนังสือและห้องสมุดเพื่อบริการประชาชนอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับระบบสากล สนับสนุนและประสานงานห้องสมุดและห้องหนังสือทั่วประเทศให้มีพื้นฐานที่ดีและมั่นคง เพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง ได้ผล และรองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน
     
  • เชื่อมโยง ส่งเสริม และเผยแพร่ภารกิจของหน่วยงานด้านการวิจัยและหน่วยงานด้านห้องสมุด ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งเป็นเหล่งรวมความรู้เข้าด้วยกัน
     
  • ส่งเสริมการจัดทำหนังสือประเภทต่างๆ ทั้งหนังสือที่มีการพิมพ์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนให้มีการใช้ทรัพยากรสารสนเทศสำหรับการศึกษาและวิจัยของประเทศร่วมกัน โดยมีศูนย์เครือข่ายวารสารและเอกสารระหว่างห้องสมุด
     
  • ส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำหนังสือให้มีราคาถูกและแพร่หลาย จัดหาต้นฉบับหนังสือสำคัญ และจัดพิมพ์เผยแพร่ รวมทั้งหนังสือของหน่วยงานราชการอันเป็นประโยชน์
     
  • สนับสนุนวิชาชีพนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ ภาพปก การ์ตูน โรงพิมพ์ สายส่ง สำนักพิมพ์ ร้านค้าหนังสือ ร้านให้เช่าหนังสือ และอาชีพเกี่ยวข้องกับหนังสือทั้งระบบ
     
  • สนับสนุน บริหารจัดการกองทุนสนับสนุนนักเขียน กองทุนสนับสนุนสำนักพิมพ์ ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ และผู้รู้ในท้องถิ่นต่างๆ ตั้งรางวัล ‘แห่งชาติ’ สำหรับหนังสือ บุคคล หรือองค์กรในวิชาชีพหนังสือทุกระดับ
     
  • จัดทำนิตยสารว่าด้วยหนังสือและวรรณกรรม เพื่อจำหน่ายและเผยแพร่สู่ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา
     
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้และพัฒนาระบบห้องสมุด ส่งเสริมและพัฒนาหนังสือ (วิชาการและปฏิบัติ) พัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรม ค้นคว้าและวิจัย สร้างพฤติกรรมในการเข้าถึงหนังสือหรือสื่อการเรียนรู้
     
  • สร้างฐานข้อมูลหนังสือ ฐานข้อมูลองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ ฐานข้อมูลบุคคลในวิชาชีพหนังสือ ที่จะนำไปสู่การสร้างความรู้ สร้างสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์และพัฒนาห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนประดิษฐ์คิดค้นวิธีการใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้
     
  • เป็นศูนย์รวมจัดทำ และเผยแพร่ความรู้ งานวิชาการ เอกสารโบราณ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความรู้สมัยใหม่ ด้วยระบบอินเทอร์เน็ต สู่ประชาชน เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่มีคุณภาพในสาขาวิชาต่างๆ ผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จัดทำห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ กระจายข่าวสารด้านหนังสือทุกระบบทุกรูปแบบ ตลอดจนการเรียนรู้สู่ประชาชน
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
           
"ถ้าไม่ใส่ใจ ‘เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่านการเรียนรู้และสรรพวิชาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดการด้านความรู้ความเข้าใจทั้งระบบที่ฐานราก’ โดยไม่คิดเพียงจะต่อยอดอย่างง่ายๆ เสียแต่วันนี้ อย่าว่าอีก ๑๐๐ ปีเลย จวบวารสิ้นโลก กระทั่งบังเกิดดาวมนุษยชาติดวงใหม่ เราก็จะยังล้าหลังเรื่องหนังสือสืบไปชั่วนิรันดร์"
 

           นอกจากโครงสร้างหลักของสถาบันฯ ที่ต้องวางแผนงานระยะยาวแล้ว ยังมี งานสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งควรรีบดำเนินการ เช่น
 
           เสนอให้รัฐบาล ร่างพระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติ และระบบการเรียนรู้สาธารณะ เพื่อกำหนดการมีส่วนร่วม และรับผิดชอบการเรียนรู้สาธารณะของส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  
           เสนอให้รัฐบาลพิจารณา ทำความเข้าใจเรื่องการแยกหน่วยงานหอสมุด ห้องสมุดและระบบบรรณารักษ์วิชาชีพ เป็นหน่วยงานอิสระ และจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเป็นการเฉพาะ สำหรับบุคลากรในระบบส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้พื้นฐาน (คือระดับประถมและมัธยมศึกษา)  
           เสนอคณะรัฐมนตรีให้ จัดพิมพ์พจนานุกรมฉบับราคาถูกสำหรับนักเรียนนักศึกษา  
   
   
     
 
 
 
 
   
   
           
           คนส่วนใหญ่มักคิดและกล่าวว่า โครงสร้างของระบบเช่นนี้ ใหญ่เกินไป รายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ทำไม่ได้แน่  
           แต่ใคร่ขออธิบายอีกครั้ง ด้วยความเคารพ ว่า ความเข้าใจผิด เข้าใจคลาดเคลื่อน การรู้หรือไม่รู้ การปล่อยปละละเลย ไม่สนใจความถูกต้องด้านหนังสือ ส่วนใดก็ตาม เกี่ยวข้องอย่างสำคัญยิ่งกับกลไกแห่งสติปัญญาในชาติ---สำคัญมากจนไม่อาจคิดว่าเป็น เรื่องเล็กน้อยหยุมหยิม เพราะแท้จริงแล้วเป็นรายละเอียดที่ชี้ให้เห็น ความบกพร่องด้านความคิดและความเข้าใจ อันจะส่งผล เสียหายใหญ่หลวง  
           ถ้าไม่ใส่ใจ ‘เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่านการเรียนรู้และสรรพวิชาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดการด้านความรู้ความเข้าใจทั้งระบบที่ฐานราก’ โดยไม่คิดเพียงจะต่อยอดอย่างง่ายๆ เสียแต่วันนี้ อย่าว่าอีก ๑๐๐ ปีเลย จวบวารสิ้นโลก กระทั่งบังเกิดดาวมนุษยชาติดวงใหม่ เราก็จะยังล้าหลังเรื่องหนังสือสืบไปชั่วนิรันดร์


* พิมพ์ครั้งแรกที่นี่ เขียนเมื่อ ๑๐ มีนาคม ๒๕๔๗
 
   
   
   
   
 
< ตอนที่ ๘ > < ตอนที่ ๙ >
 
     
     
  กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญแนวคิดสถาบันหนังสือแห่งชาติ > กลับไปต้นบทความ

< พิมพ์บทความนี้ >