ความเข้าใจเรื่องหนังสือ การอ่าน  
และระบบหนังสือสาธารณะ  
   
มกุฏ อรฤดี  
   
   
   
   
 
   

เนื้อหาสาระที่คัดมาต่อไปนี้ ตรงกับแนวคิดที่เคยเสนอไว้ในที่ต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะเอกสารสัมมนาเพื่อริเริ่มระบบหนังสือสาธารณะ และการก่อตั้งสถาบันพัฒนาความรู้แห่งชาติ แต่มีผู้บอกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน จึงได้นำสิ่งซึ่งปรากฏจริงแล้วในประเทศอื่นมาเสนอให้เห็น โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบห้องสมุดของชาติ และพระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติ(สิงคโปร์) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของชาติที่ต้องดำเนินการอย่างใส่ใจ ทุ่มเท และเร่งด่วน
 

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ
ที่มีต่อห้องสมุด และการพัฒนาห้องสมุดของสิงคโปร์
 

พระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติเป็นเสมือนสันเขาปันน้ำสู่ร่องน้ำและคูคลอง ช่วยนำร่องให้การทำงานจัดสรรสู่ส่วนย่อยต่างๆ ได้ทันทีที่พระราชบัญญัติฯ ผ่านการพิจารณา นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการจัดตั้งองค์กรของชาติที่มีอำนาจมากพอ คือไม่เพียงบริหาร ควบคุมดูแล และประสานงานกับห้องสมุดต่างๆ ทั้งหอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดหน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษา เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการพัฒนา ให้บริการห้องสมุดของชาติอย่างเป็นองค์รวมด้วย นอกจากนี้คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติยังมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเรียกเก็บตัวอย่างวัสดุสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ให้ครอบคลุมไปถึงวัสดุที่มิใช่สิ่งพิมพ์อีกด้วย
 
           เพื่อให้ดำเนินการได้ง่ายขึ้น คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจึงปรับนิยามของวัสดุที่ห้องสมุดจัดเก็บ ให้ครอบคลุมถึงวัสดุสิ่งพิมพ์และวัสดุที่มิใช่สิ่งพิมพ์ ดังนี้  
           ๑. หนังสือที่จัดพิมพ์ นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ดนตรี แผนที่ แผนภูมิ แบบแปลน รูปภาพ รูปถ่าย ภาพพิมพ์ ตลอดจนสิ่งพิมพ์อื่นๆ
           ๒. ฟิล์มทุกชนิด รวมถึงไมโครฟิลม์และไมโครพิช ฟิล์มเนกาทีฟ เทป ดิสก์ ร่องบันทึกเสียง และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งบันทึกภาพมากกว่า ๑ ภาพ หรือบันทึกเสียงหรือข้อมูลอื่นใดลงไปและสามารถทำซ้ำใหม่ได้ (ไม่ว่าจะด้วยเครื่องมือชนิดใดหรือไม่ก็ตาม)  
           การทบทวนนิยามดังกล่าวช่วยให้พัฒนาการจัดเก็บรวบรวมวัสดุและเอกสารข้อมูลของประเทศเป็นระบบที่เข้าใจง่ายและจำแนกรายละเอียดมากยิ่งขึ้น และไม่เพียงทำให้เกิดระบบห้องสมุดชุมชนที่ได้มาตรฐานโลก แต่ยังปูทางให้หอสมุดแห่งชาติเป็นศูนย์กลางแหล่งอ้างอิงทางความรู้ และการวิจัยที่สำคัญที่สุดของประเทศอีกด้วย  
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
ห้องสมุดที่ดำเนินงานด้วยทุนสาธารณะ

ถึงแม้คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจะมีอำนาจโดยตรงเพียงดูแลหอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดของหน่วยงานรัฐบาล และวิทยาลัยระดับเตรียมอุดมศึกษาเท่านั้น แต่ก็มีบทบาทในการพัฒนาระบบห้องสมุดของสิงคโปร์โดยรวมได้ กล่าวคือพระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติให้อำนาจในการบริหารห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะอื่นๆ ตามคำนิยามว่า ห้องสมุดใดๆ ก็ตามที่เป็นของรัฐบาลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติฯ ตลอดจนห้องสมุดอื่นๆ ซึ่งดำเนินการด้วยกองทุนจากรัฐบาล (ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน) ตามที่คณะกรรมการกำหนด นิยามดังกล่าวครอบคลุมห้องสมุดเกือบทั้งหมดที่มีในสิงคโปร์ เว้นไว้เพียงห้องสมุดของบริษัทเอกชนเท่านั้น ดังนั้น อำนาจหน้าที่และบทบาทของคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติต่อกระบวนการพัฒนาห้องสมุดต่างๆ ของสิงคโปร์จึงขยายขอบเขตออกไปได้กว้างขวาง
 
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
โครงการร่วมระดับชาติ

การให้อำนาจดังกล่าวมีผลให้ห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะ ต้องร่วมโครงการและร่วมพัฒนาบริการห้องสมุดหลายโครงการ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่ช่วยวางโครงสร้างพื้นฐานทางข่าวสารที่แยบยลสำหรับอนาคต เช่น การสร้างเครือข่ายห้องสมุดไร้พรมแดน การทำสหบรรณานุกรมของสหภาพห้องสมุดแห่งชาติ และเชื่อมโยงบริการสืบค้นวัสดุจัดเก็บประเภทต่างๆ ข้ามห้องสมุด ดังจะเห็นได้จากมาตรา ๗(๒)(b) ในพระราชบัญญัติฯ ซึ่งระบุว่า คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจะต้องพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงห้องสมุดต่างๆ ในประเทศ กับมาตรา ๗(๒)(d) ที่ระบุว่า คณะกรรมการมีอำนาจในการประสานงานและดำเนินการให้เกิดการเชื่อมโยง สืบค้นวัสดุจัดเก็บประเภทต่างๆ ในห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะเป็นไปได้สะดวกขึ้น
 
           ในทำนองเดียวกัน มาตรา ๑๑ ในพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้ห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะ ต้องอุดหนุนบัญชีรายชื่อหนังสือและรวบรวมเป็นสถิติส่งไปยังสหภาพห้องสมุดแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงสหบรรณานุกรมของสหภาพห้องสมุดแห่งชาติให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แนวคิดการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับทรัพยากรข้อมูลในห้องสมุดสาธารณะนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เครือข่ายห้องสมุดไร้พรมแดนที่ปรากฏในรายงานชุด ‘ห้องสมุดปี ๒๐๐๐ : การลงทุนสร้างชาติแห่งการเรียนรู้’ (โดย คณะกรรมการพิเคราะห์ห้องสมุด ปี ๒๐๐๐ มี ดร. Tan Chin Nam เป็นประธาน)  


"คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจะต้องพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงห้องสมุดต่างๆ ในประเทศ"
 

           มาตรา ๑๒ กำหนดให้ห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะต้องเข้าร่วมโครงการยืม-คืนข้ามห้องสมุด ซึ่งคณะกรรมการฯ จัดทำขึ้น เพราะคงไม่มีประโยชน์อันใดหากสืบค้นจนพบข้อมูลที่ต้องการว่าอยู่ที่ไหนแล้ว แต่ไม่อาจเข้าถึงข้อมูลนั้นเพื่อนำมาใช้ได้ ข้อกำหนดดังกล่าวช่วยให้บริการยืม-คืนข้ามห้องสมุดสาธารณะทำได้อย่างเป็นระบบยิ่งขึ้น ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดทัศนคติเชิงบวกและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมืออันดีต่อกันระหว่างห้องสมุด
 
           มาตรา ๗(๒)(c) ยังให้อำนาจคณะกรรมการฯในการนิยาม กำหนดนโยบาย และดำเนินการให้เกิดการปฏิบัติตามนโยบายและยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการรวบรวมแหล่งความรู้ของชาติ ทั้งยังมีอำนาจแต่งตั้งห้องสมุดและศูนย์ข้อมูลต่างๆ ให้เป็นแหล่งจัดเก็บหนังสือและวัสดุเฉพาะสาขาที่สำคัญและเป็นที่สนใจของชาติ ทั้งหมดนี้เป็นผลให้ระบบการจัดหมวดหมู่ความรู้ในห้องสมุดมีลักษณะเป็นเหตุเป็นผลยิ่งขึ้น และสิ้นเปลืองน้อยที่สุด การจัดหมวดหมู่และให้น้ำหนักชัดเจนเช่นนี้ทำให้มีการริเริ่มบริการและเกิดห้องสมุดเฉพาะสาขาขึ้น ห้องสมุดที่คณะกรรมการฯแต่งตั้งให้เป็นห้องสมุดเฉพาะสาขา มักจะเป็นห้องสมุดที่เก็บรวบรวมหนังสือและวัสดุที่ให้ความรู้ในสาขานั้นๆ ไว้แล้วเป็นจำนวนมาก เช่น ห้องสมุดกฎหมายและการแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุดมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ นโยบายห้องสมุดเฉพาะสาขานี้อาจเป็นปัญหาบ้างสำหรับห้องสมุดที่ต้องจัดหนังสือแยกย่อยตามสาขาต่างๆ ซ้ำซ้อนกัน เพื่อรองรับความต้องการผู้ใช้บริการ แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง เนื่องจากจำเป็นต้องมีเครือข่ายที่รวมแหล่งความรู้ของห้องสมุดแต่ละแห่งให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  
   
     
 
 
 
 
   
   

กองทุนรับบริจาค

พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวกำหนดให้มีกองทุนรับบริจาค ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติขึ้น เป็นผลให้คณะกรรมการฯสามารถรับบริจาคจากประชาชนและองค์กรต่างๆ ได้ เพื่อเป็นทุนอุดหนุนสำหรับการพัฒนาห้องสมุดหรือโครงการต่างๆ เช่น โครงการฝึกอบรมและทุนการศึกษาด้านสำหรับบุคลากรห้องสมุด การจัดปาฐกถา ตลอดจนทุนอุดหนุนโครงการ และการวิจัยด้านการอ่านและบรรณารักษศาสตร์ โดยคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจะได้รับสถานะเป็นสถาบันสาธารณะ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ทรัพยากรที่มีในกองทุนฯ จะใช้ในการอุดหนุนโครงการและการวิจัยสำคัญๆ ซึ่งมีผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ห้องสมุดของประเทศ อำนาจดังกล่าวนี้ทำให้คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติมีบทบาทในการดำเนินงานของห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะโดยตรง และอาจปรับเปลี่ยนได้หากจำเป็น
 


ด้านบุคลากรและการฝึกอบรม

คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติยังมีอำนาจเต็มในการดำเนินการใดๆ ก็ตาม เพื่อประกันว่าบุคลากรห้องสมุดจะได้รับการฝึกอบรมจนมีความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องอย่างพอเพียง มาตราที่ ๖(e) ให้อำนาจคณะกรรมการฯ กำหนดมาตรฐานสำหรับการฝึกอบรมบุคลากรวิชาชีพบรรณารักษ์ อำนาจดังกล่าวนี้ทำให้คณะกรรมการมีบทบาทเชิงรุกในการฝึกอบรมผู้ทำงานวิชาชีพด้านข่าวสารความรู้ และลูกจ้างของห้องสมุด ทั้งยังมีอำนาจที่จะไม่อนุมัติโครงการฝึกอบรมใดๆ ก็ตามที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง เพื่อพัฒนาโครงการฝึกอบรมระดับบัณฑิตศึกษา และร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีเทอร์นาเส็ค ในโครงการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่านอกจากบุคลากรจะได้รับการฝึกอบรมเพียงพอแล้ว การฝึกอบรมนั้นต้องมีมาตรฐานเป็นที่ต้องการอย่างแท้จริง กรณีนี้พนักงานซึ่งเข้าฝึกอบรมในโครงการดังกล่าวจะได้รับทุนอุดหนุนจากกองทุนรับบริจาค และคณะกรรมการฯ ยังจัดฝึกอบรมระยะสั้นสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับห้องสมุดทุกระดับ โดยตั้ง ‘สถาบันฝึกอบรมของคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ’ ขึ้น เพื่อรองรับกิจกรรมด้านนี้
 
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
บทบาทด้านการให้คำปรึกษา

พระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติได้ให้อำนาจแก่คณะกรรมการฯ ในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์การบริการห้องสมุดที่ทันสมัยให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา พระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติจึงเป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ ที่สร้างองค์กรระดับประเทศขึ้นมากำกับดูแล และกำหนดทิศทางนโยบายด้านหอสมุดแห่งชาติและห้องสมุดสาธารณะของประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก กล่าวคือ ให้อำนาจแก่องค์กรในการควบคุมระบบห้องสมุดแห่งชาติและระบบห้องสมุดสาธารณะ ตลอดจนควบคุมบุคลากร ข่าวสารในหน่วยงานรัฐบาล และสถาบันการศึกษาด้วย
 
           สำหรับโครงการระดับชาติอื่นๆ เช่น การตั้งเครือข่ายห้องสมุด และการวางนโยบายเก็บรวบรวมวัสดุของชาติ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับชุมชนและคนในชาติโดยรวมนั้น พระราชบัญญัติฯ กำหนดให้ห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะทุกแห่งต้องเข้าร่วมโครงการหลัก อาทิ โครงการยืม-คืนข้ามห้องสมุด ซึ่งห้องสมุดที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำปรึกษาทางด้านแผนงานและการปฏิบัติการ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามโครงการเหล่านี้ได้ง่าย ส่วนนโยบายตลอดจนการดำเนินการทั่วไปของห้องสมุดสาธารณะ พระราชบัญญัติดังกล่าวมีอำนาจเพียงให้ความเห็นเท่านั้น  


ห้องสมุดโรงเรียนและระบบห้องสมุดหลักอื่นๆ
 

บทบาทของคณะกรรมการฯ ในการเป็นที่ปรึกษาและให้ความเห็นปรากฏอย่างเด่นชัด หากพิจารณาความสัมพันธ์แบบพึ่งพากัน ระหว่างคณะกรรมการฯ กับห้องสมุดโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการกำกับดูแล ซึ่งคณะกรรมการฯ สามารถใช้อำนาจผ่านการให้ความเห็น และให้คำปรึกษาแก่กระทรวงศึกษาธิการได้โดยตรง ทั้งสองหน่วยงานจึงร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการกำหนดทิศทางขึ้น เพื่อสนับสนุนและพัฒนาความเป็นเลิศในการบริการห้องสมุดโรงเรียน ตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า ‘โรงเรียนแห่งความคิด ชาติแห่งการเรียนรู้’ ในระยะเริ่มแรกสถาบันทั้งสองจะแสวงหาความร่วมมือกันในด้านต่างๆ คือ
 

           ๑. การรวมศูนย์ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุห้องสมุดทุกประเภท
           ๒. การจัดเก็บรวบรวมวัสดุสำหรับห้องสมุดโรงเรียน
           ๓. การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องสมุดโรงเรียนที่จัดตั้งใหม่
           ๔. การพัฒนาบริการต่างๆ ของห้องสมุดโรงเรียน
 

           คณะกรรมการฯ จะประสานงานกันในการศึกษาหาวิธีการเพิ่มวัสดุในโรงเรียน ส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรข่าวสารร่วมกัน ลดการทำสำเนาวัสดุ ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพของห้องสมุดโรงเรียน เพื่อให้สนับสนุนการสอนและความต้องการด้านข่าวสารของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งความต้องการของชุมชนโรงเรียนทั่วไป
 
           นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือและความช่วยเหลืออันดีระหว่างคณะกรรมการฯ กับระบบห้องสมุดขนาดใหญ่ของประเทศที่มิใช่ของรัฐ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งในและนอกระบบ อาทิเช่น ความคิดเห็นต่อกรณีที่มหาวิทยาลัยการบริหารแห่งสิงคโปร์จะเข้ามารับดำเนินการด้านบริหาร และจัดการข่าวสารให้คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ ในบริบทนี้ คณะกรรมการฯ หวังว่าจะจัดตั้งสภาหัวหน้าบรรณารักษ์ ซึ่งมาจากสถาบันการศึกษาและห้องสมุดสถาบันวิจัยอื่นๆ ในประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือ และความช่วยเหลืออันดีระหว่างกันได้  
   
   
     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
   
บทสรุป

การร่างพระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติ ดำเนินไปด้วยความเข้าใจว่าหากคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติมีอำนาจเพียงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานห้องสมุดแล้ว คณะกรรมการจะไม่อาจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะหางเสือที่กำหนดทิศทางการพัฒนาห้องสมุดของชาติให้บรรลุตามเป้าหมายได้เลย พระราชบัญญัติฯ ให้อำนาจแก่คณะกรรมการฯ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า อำนาจดังกล่าวมิใช่อำนาจเต็ม เพราะไม่เช่นนั้นจะไปละเมิดอำนาจการบริหารงานอย่างเป็นอิสระของห้องสมุดที่ดำเนินการด้วยทุนสาธารณะอื่นๆ
 
           คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจึงเป็นสถาบันซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำกับ กำหนดทิศทาง และเสริมประสิทธิภาพแก่ห้องสมุดที่คณะกรรมการบริหารอยู่ ขณะเดียวกันก็มีบทบาทบริการห้องสมุดและบริการระดับชาติโดยรวม (จากบทวิเคราะห์ของ R. Ramachandran แปลเรียบเรียงโดย กุลวี พิโรจน์รัตน์ ต่อจากบทความชุดนี้ใน เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๖๑๑)  
           ลงท้ายบทความฉบับนี้---ด้วยคำถามว่า ขณะที่เราตะโกนให้คนของเราเดิน---เดิน ---(เดินสิโว้ย)!!!!! เรามีช่องทางให้เขาเดินหรือยัง? และรู้หรือไม่ว่า การสร้างทางเดินนั้น ทำกันอย่างไร?


* พิมพ์ครั้งแรกใน เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๖๑๒ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗
 
   
   
   
   
   
     
     
  กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญแนวคิดสถาบันหนังสือแห่งชาติ > กลับไปต้นบทความ

< พิมพ์บทความนี้ >